https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/issue/feed
วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์
2025-12-26T08:27:39+07:00
Napong Rugkhapan
aja.chula@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p> <p>วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นวารสารวิชาการของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ๆ อันเป็นพลังสำคัญต่อการเกื้อหนุนความก้าวหน้าของศาสตร์ทางสถาปัตยกรรมและสาขาที่เกี่ยวเนื่องแก่สังคม ทั้งในเชิงวิชาการและวิชาชีพ ตามปณิธานของมหาวิทยาลัย</p> <p> </p> <p>ในปี พ.ศ. 2561 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อวารสาร จากเดิม “วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เป็น “วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์” ISSN 0857-2100 (Print) และ ISSN 2651-1665 (Online) และในปี พ.ศ. 2562 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการเผยแพร่วารสาร จากเดิมปีละ 1เล่ม เป็นปีละ 2 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 เดือนมกราคม - มิถุนายน และเล่มที่ 2 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม โดยมีการเผยแพร่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ISSN 2651-1665 (Online) เริ่มตั้งแต่ฉบับที่ 76 เป็นต้นไปโดยได้รับการรับรองคุณภาพจัดให้เป็นวารสารกลุ่มที่ 2 จากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย(TCI)</p> <p> </p> <p>* <span lang="TH" style="font-size: 0.875rem;">ตั้งแต่ พ.ศ.</span><span style="font-size: 0.875rem;">2568 </span><span lang="TH" style="font-size: 0.875rem;">เป็นต้นไป กองบรรณาธิการมีการกำหนดบทบาทของวารสารให้มีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับมีเป้าหมายเลื่อนระดับฐานข้อมูลและเข้าสู่ </span><span style="font-size: 0.875rem;">SCOPUS </span><span lang="TH" style="font-size: 0.875rem;">จึงมีกำหนดให้เปิดรับบทความเฉพาะภาษาอังกฤษ โดยใช้การอ้างอิงตามระบบ </span><span style="font-size: 0.875rem;">APA 7th edition </span><span lang="TH" style="font-size: 0.875rem;">ซึ่งกำหนดให้ผู้นิพนธ์เขียนบทความ ทำรายการอ้างอิงในบความ และบรรณานุกรมเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดเท่านั้น</span></p> <p> </p> <p><strong>ขอบเขตเนื้อหาและศาสตร์ที่รับพิจารณาตีพิมพ์</strong></p> <p>วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์เปิดรับพิจารณาบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทความวิจารณ์ บทความแปล บทความสรุปผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น และบทความสรุปผลงานวิชาการรับใช้สังคม ด้านสถาปัตยกรรมและศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องที่มีคุณภาพ ทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตามหมวดหมู่ดังต่อไปนี้</p> <ul> <li class="show">ประวัติศาสตร์และทฤษฎีสถาปัตยกรรม</li> <li class="show">มรดกวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมไทย และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น</li> <li class="show">การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและชุมชน</li> <li class="show">เทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการทางสถาปัตยกรรม</li> <li class="show">การออกแบบสถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมภายใน การออกแบบอุตสาหกรรม</li> <li class="show">การออกแบบชุมชนเมือง ภูมิสถาปัตยกรรม และการวางผังภาคและเมือง</li> <li class="show">การพัฒนาที่อยู่อาศัย</li> <li class="show">การเรียนการสอนทางสถาปัตยกรรม</li> </ul> <p> </p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่</strong></p> <p>วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์มีกำหนดการเผยแพร่วารสารปีละ 2 เล่ม ดังนี้</p> <p> เล่มที่ 1 : มกราคม - มิถุนายน (เผยแพร่ภายใน 30 มิถุนายน)</p> <p> เล่มที่ 2 : กรกฎาคม - ธันวาคม (เผยแพร่ภายใน 31 ธันวาคม)</p> <p> </p> <p><strong>การประเมินบทความ</strong></p> <p>บทความที่ได้รับการพิจารณาตีพิมพ์ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาความเชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ในแบบ Double-blind peer review</p> <p> </p> <p><strong>จริยธรรม</strong></p> <p>การพิจารณาบทความของ AJA มีการปฏิบัติตามจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด (<a href="https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/ethics">รายละเอียด คลิ๊กที่นี่</a>) และผู้นิพนธ์จะต้องตรวจสอบและลงชื่อในแบบฟอร์มที่แนบมาพร้อมกับใบแจ้งความจำนงเสนอผลงานวิชาการ (<a href="https://docs.google.com/document/d/1T8MUgewKebwuyZ7aqbBCzfwk1zbJwX8G/edit?usp=sharing&ouid=114835624679569992763&rtpof=true&sd=true">คลิ๊กที่นี่</a>) </p> <p> </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการส่งบทความ</strong></p> <p>AJA ไม่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการส่งบทความจากผู้นิพนธ์ อย่างไรก็ตาม บทความที่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว หากมีการขอยกเลิกการตีพิมพ์โดยผู้นิพนธ์ ผู้นิพนธ์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการชำระค่าตอบแทนให้กับผู้ทรงคุณวุฒิตามหลักฐานการเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นจริง</p>
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/article/view/281020
การศึกษานโยบายแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และแนวคิดความต้องการของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาแผนแม่บททางกายภาพและภูมิทัศน์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค กรณีศึกษา: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
2025-09-16T09:47:23+07:00
สืบสาย แสงวชิรภิบาล
suebsais@g.swu.ac.th
ปริญ มีทรัพย์
prinm@g.swu.ac.th
สุดนิรันดร์ เพชรัตน์
sudniran@g.swu.ac.th
กิตติคุณ รุ่งเรือง
kittikoo@g.swu.ac.th
<p>การวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “แนวทางการพัฒนาแผนแม่บททางกายภาพและภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค : กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (ประสานมิตร)” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวทางพัฒนาเชิงนโยบายจากการทบทวนวรรณกรรมและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารมหาวิทยาลัยและคณะรวม 39 ราย โดยมุ่งสู่การจัดทำแผนแม่บทที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ. 2565–2580) ภายใต้กรอบแนวคิด SDGs และ BCG Economy</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า มหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็น “Green Digital and Smart University” ผ่านการใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร และการออกแบบพื้นที่สีเขียวและพื้นที่อเนกประสงค์ที่ยืดหยุ่นรองรับกิจกรรมทางวิชาการและชุมชนโดยรอบ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Smart Energy Management System และ Green Data Platform ช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง SCG (Sustainable Campus Guidelines) และ SBG (Sustainable Building Guidelines) ด้านความเท่าเทียม มหาวิทยาลัยส่งเสริมแนวคิด Universal Design เพื่อให้ทุกกลุ่มผู้ใช้เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างเท่าเทียม รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ผู้มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง “สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค” นอกจากนี้ Human-Centric Design ยังถูกนำมาใช้ในการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ที่ส่งเสริมสุขภาวะและนวัตกรรม ข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาเสนอให้มหาวิทยาลัยจัดทำแผนแม่บทระยะ 5–10 ปี ที่บูรณาการแนวคิด SDG, BCG, SCG และ SBG อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจัดตั้งคณะทำงานด้าน Smart and Sustainable Campus และกำหนดตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสู่ต้นแบบสถาบันอุดมศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน ความเสมอภาค และนวัตกรรมดิจิทัลอย่างแท้จริง</p>
2025-12-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/article/view/282886
The Insignificant: Curating "Everyday" Lights in Bangkok
2025-09-01T10:00:59+07:00
Bhuvarin Thaveetermsakul
6778015325@student.chula.ac.th
M.L. Chittawadi Chitrabongs
Chittawadi.C@chula.ac.th
<p>The “insignificant” in this article is not meant unimportant, but a neutral state of the subject waiting to be acknowledged by the observer. This concept is based on the theories of “everyday life,” proposed by Charles Baudelaire and Maurice Blanchot. In “The Painter of Modern Life” (1863), Baudelaire redefined art as the object of everyday, while Blanchot’s “Everyday Speech” (1959) described the everyday as something difficult to grasp, yet existed along the urban streets.</p> <p>This article is the exploration into everyday lights and darkness in different architectural scales and cultural contexts. The exploration is classified through scholarly texts from<em> Electric Light: An Architectural History </em>by Sandy Isenstadt in Urban Night, “Silence and Light” - <em>Louis Kahn: Essential Texts</em> by Robert Twombly and <em>In Praise of Shadows</em> by Jun'ichiro Tanizaki in Architecture of Light and Shadow, and <em>The Room of One’s Own</em> by DOGMA in Light in Domestic Space.</p> <p>The findings suggest that the <em>flâneur</em>, as a process of work, can be thought of as a study of urban life. “Splendid moments,” as Blanchot suggested, are curated to represent the everyday of Bangkok’s streets, architecture and domestic spaces. The significance is to exhibit the perception of lights in the mind of Bangkok’s inhabitants in a more sentient way.</p>
2025-12-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/article/view/282477
สัมภาระทางวัฒนธรรมที่สะท้อนผ่านเรือนพื้นถิ่น: กรณีศึกษาเรือนลาวเวียง ชุมชนบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
2025-07-24T10:53:06+07:00
ลัคนา อนงค์ไชย
lakkana11anongchai@gmail.com
เธียรรัตน์ ฦๅชา
theanrat@snru.ac.th
วรายุทธ อินอร่าม
Iwarayut@gmail.com
<p>การตั้งถิ่นฐานและรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการปรับตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ท่ามกลางบริบทสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ชุมชนบางไส้ไก่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรากฐานจากการอพยพของชาวลาวเวียงจึงเป็นพื้นที่ศึกษาที่สามารถแสดงให้เห็นการสืบทอดและการปรับตัวของมรดกทางสถาปัตยกรรมได้อย่างชัดเจน</p> <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของเรือนลาวเวียงในชุมชนบางไส้ไก่ โดยใช้ข้อมูลจากเรือนลาวในเวียงจันทน์และหลวงพระบางเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ การศึกษามุ่งสำรวจองค์ประกอบทางกายภาพ ได้แก่ โครงสร้าง วัสดุ สัดส่วน ทิศทาง และการจัดวางพื้นที่ตามคติความเชื่อ เพื่ออธิบายการดำรงอยู่ของ “สัมภาระทางวัฒนธรรม”(Cultural Baggage) และการสืบทอดอัตลักษณ์ภายใต้บริบทแวดล้อมในปัจจุบัน</p> <p>แนวคิด “สัมภาระทางวัฒนธรรม” ถูกใช้เป็นกรอบหลักในการจำแนกปรากฏการณ์ออกเป็น 3 กระบวนการ ได้แก่ การสืบทอด (inheritance) การปรับเปลี่ยน (adaptation) และการเปลี่ยนแปลง (transformation) เพื่อตอบคำถามการวิจัยว่า รูปแบบเรือนลาวสามารถดำรงอยู่ภายใต้บริบทที่แตกต่างได้อย่างไร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในรูปแบบชาติพันธุ์วรรณนา (ethnographic research) ผ่านการศึกษาเอกสารและการสำรวจภาคสนาม ซึ่งประกอบด้วยการสังเกตการณ์ การสัมภาษณ์เชิงลึก และการรังวัดเรือนกรณีศึกษาจำนวน 4 หลัง ข้อมูลทั้งหมดถูกวิเคราะห์โดยการจัดตารางเปรียบเทียบองค์ประกอบสถาปัตยกรรม และ<strong>จำแนกผลการวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดดังกล่าว</strong></p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การสืบทอดปรากฏชัดในการให้ความสำคัญกับทิศหัวนอนและการจัดวางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับบรมครูช่าง การปรับเปลี่ยน แสดงออกผ่านการผสมผสานองค์ประกอบสถาปัตยกรรม เช่น การใช้ฝาเรือนแบบภาคกลางร่วมกับโครงสร้างหลังคาแฝดและเซียตามแบบอย่างเรือนลาวเวียง ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือ การเลือนหายของภาษาลาวในการสื่อสารประจำวัน</p> <p>โดยสรุป ลักษณะทางกายภาพของเรือนลาวเวียงในชุมชนบางไส้ไก่ เป็นภาพสะท้อนของกระบวนการปรับตัวทางวัฒนธรรมอันซับซ้อน แสดงให้เห็นถึงการธำรงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ผ่านการเลือกสืบทอด ปรับใช้ และละทิ้งองค์ประกอบทางวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถดำรงวิถีชีวิตอย่างกลมกลืนในสังคมร่วมสมัยได้ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดถูกนำมาวิเคราะห์โดยการจัดทำตารางเปรียบเทียบองค์ประกอบสถาปัตยกรรมแล้วจำแนกผลลัพธ์ตามกรอบแนวคิด “สัมภาระทางวัฒนธรรม” เพื่อเชื่อมโยงกับการคงอยู่ และการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของชุมชน</p>
2025-12-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJA/article/view/283060
แนวคิดความพอเพียงในสถาปัตยกรรม
2025-10-28T13:23:55+07:00
อนุวัฒน์ เติมเจิม
anuwat_t@rmutt.ac.th
อดิศร ศรีเสาวนันท์
adisorn_s@yahoo.com
<p>ความพอเพียงเป็นคำทางวัฒนธรรมที่คนไทยคุ้นเคยดีและเข้าใจความหมายผ่านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนอกจากใช้เป็นนโยบายการพัฒนาประเทศแล้วยังมีการนำหลักการไปประยุกต์ใช้กับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างกว้างขวางรวมทั้งภาคส่วนสถาปัตยกรรม ดังที่เรียกว่า “สถาปัตยกรรมพอเพียง” แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถาปัตยกรรมพอเพียงยังไม่มีการศึกษาอย่างเพียงพอเท่าใดนัก บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อนำเสนอการศึกษาแนวคิดความพอเพียงและการนำแนวคิดมาสู่งานสถาปัตยกรรม 2) เพื่อขยายความหมายและเสนอนิยามของสถาปัตยกรรมพอเพียง และ 3) เพื่อกำหนดปัจจัยการออกแบบสถาปัตยกรรมพอเพียง การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพในกรอบการวิจัยเชิงแนวคิดด้วยการทบทวนวรรณกรรมแบบไม่ใช้ระบบจากแหล่งข้อมูลหลากหลาย จากนั้นจึงใช้การวิเคราะห์เชิงประเด็นเพื่อสกัดหลักการหรือองค์ประกอบสำคัญเชิงแนวคิดที่จะนำไปสังเคราะห์ปัจจัยการออกแบบสถาปัตยกรรมพอเพียงอีกขั้นหนึ่ง การศึกษาพบว่า ความพอเพียงเป็นแนวคิดสากลและเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนที่ทับซ้อนกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แม้ว่ามีรากฐานต่างที่มา แต่ก็มีจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกันในสามมิติ ได้แก่ ความเป็นอยู่ที่ดี ความยุติธรรมทางสังคม และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การนำแนวคิดความพอเพียงมาสู่สถาปัตยกรรมเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการจัดการพื้นที่อาคารที่มีอยู่แล้วให้ใช้งานได้เต็มศักยภาพมากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงการสร้างใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น และในการศึกษานี้ความพอเพียงใช้เป็นแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยนิยามสถาปัตยกรรมพอเพียงได้ว่า เป็น “สถาปัตยกรรมที่ตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานทางสถาปัตยกรรมที่เพียงพอ โดยใช้ทรัพยากรพื้นที่ วัสดุ พลังงานอย่างพอประมาณ และสร้างขึ้นอย่างเหมาะสมกับบริบท” ซึ่งสะท้อนจากการสังเคราะห์ปัจจัยการออกแบบ กอปรด้วยปัจจัยการก่อรูปทางสถาปัตยกรรมสามประการ ได้แก่ ความจำเป็นพื้นฐาน อัตภาพ และบริบท โดยมีปัจจัยความพอเพียงกำกับคือ เพียงพอ พอประมาณ และเหมาะสมตามลำดับ การปฏิบัติเพื่อจะบรรลุแต่ละเป้าหมายและนำไปสู่สถาปัตยกรรมพอเพียงได้จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางสถาปัตยกรรมและกลยุทธ์การออกแบบที่หลากหลาย การศึกษานี้เสนอปัจจัยการออกแบบที่เป็นส่วนสำคัญของกรอบแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมพอเพียง</p>
2025-12-26T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์