https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/issue/feed วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา 2025-12-26T12:00:20+07:00 Asst. Prof. Wanvicechanee Tanoamchard, Ph.D. journalbbs@buu.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha Journal of Business Management: BJBM)</strong></p> <p> วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดทำโดยคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา เปิดรับบทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านบริหารธุรกิจ กำหนดเผยแผร่ จำนวน 2 ฉบับต่อปี (ในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม) เป็นวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย (TCI) กลุ่มที่ 1 ซึ่งการรับรองคุณภาพวารสารครั้งนี้มีผลตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2571 มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิชาการและบทความวิจัยที่มีคุณภาพทางด้านบริหารธุรกิจของบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการของคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และนิสิต นักศึกษา และส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางวิชาการของบุคลากร คณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ และ นิสิตนักศึกษา ผลงานที่รับพิจารณาตีพิมพ์ต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความทุกเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการและผ่านการพิจารณาความถูกต้องและคุณภาพทางวิชาการ (Peer reviewed) จากผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน โดยการประเมินแบบปกปิดรายชื่อและสังกัดทั้งผู้ประเมินและผู้เขียนบทความ (Double – blind peer review)</p> <p>ISSN 2730-230X (Online)</p> <p> </p> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/279413 วิเคราะห์การสร้างแบรนด์ของสถาบันอุดมศึกษา: แนวทางและอิทธิพล ที่มีต่อความสำเร็จของสถาบัน 2025-06-17T13:37:05+07:00 เอกนรินทร์ โชคนาคะวโร akenarin.cho@mahidol.ac.th ธีรนุช พูศักดิ์ศรีกิจ theeranuch@cbs.chula.ac.th นภวรรณ คณานุรักษ์ napawan_kan@utcc.ac.th <p> การสร้างแบรนด์ในสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมศักยภาพการแข่งขันท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทต่อความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้เรียน การศึกษานี้มุ่งสังเคราะห์แนวทางการสร้างแบรนด์และศึกษาผลกระทบต่อความสำเร็จของสถาบันอุดมศึกษา ผ่านการวิเคราะห์เชิงบรรณามิติด้วยซอฟต์แวร์ VOSviewer โดยใช้ข้อมูลจากบทความ 499 เรื่อง ในฐานข้อมูล Scopus ระหว่างปี ค.ศ. 1998–2024 ผลการศึกษาพบว่าการสร้างแบรนด์ประกอบด้วย 2 มิติหลัก ได้แก่ 1. ความสามารถของแบรนด์ (Brand Capability) เน้นเอกลักษณ์และจุดเด่นเฉพาะของสถาบัน และ 2. ความผูกพันเชิงอารมณ์แบรนด์ (Emotional Benefits of Brands) ที่สร้างความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์เชิงบวกและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน<br /> การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของงานวิจัยอย่างชัดเจนหลังปี ค.ศ. 2018 สะท้อนความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในด้านการตลาดและการสื่อสารแบรนด์ของสถาบันอุดมศึกษา การศึกษานี้เน้นย้ำบทบาทของการสร้างแบรนด์ในฐานะแนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนและความโดดเด่นของสถาบันอุดมศึกษาในระดับสากล พร้อมเสนอแนวทางการวิจัยในอนาคต เพื่อพัฒนาความรู้ในบริบทของประเทศไทย</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/280020 กรอบการฝึกอบรมเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการของโรงแรมในการดึงดูดนักทองเที่ยวจีน: การศึกษาเชิงคุณภาพเชิงพัฒนา 2025-06-04T16:42:42+07:00 ไพรทูล บุญศรี 65810045@go.buu.ac.th ปรัชนันท์ เจริญอาภรณ์วัฒนา paratchanun@go.buu.ac.th สฎายุ ธีระวณิชตระกูล sadayu@go.buu.ac.th <p> การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมโรงแรม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนและการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านทำให้โรงแรมในไทยต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มนี้ การศึกษานี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพเชิงพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมเพื่อเป็นกรอบการฝึกอบรมเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการของโรงแรมในการดึงดูดนักทองเที่ยวจีน: การศึกษาเชิงคุณภาพเชิงพัฒนา การเก็บข้อมูลดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 17 คน หรือจนกว่าข้อมูลจะอิ่มตัว ได้แก่ นักท่องเที่ยวจีนและพนักงานโรงแรมที่มีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า ข้อมูลถูกวิเคราะห์เชิงคุณภาพ และออกแบบโครงสร้างโปรแกรมฝึกอบรมโดยใช้การสนทนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) ผลการวิจัยพบว่าโปรแกรมฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพควรประกอบด้วย 6 โมดูล ได้แก่ (1) การบริการที่เป็นเลิศ (2) การฝึกอบรมภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร (3) ทักษะการให้บริการที่โดดเด่น (4) การเปลี่ยนปัญหาเป็นความประทับใจ (5) การใช้เทคโนโลยีในการบริการ และ (6) กลยุทธ์การขายที่ตอบสนองลูกค้าชาวจีน โปรแกรมนี้สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพบริการของโรงแรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวจีนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงแรมไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/281835 การเปิดรับสื่อ และปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน ของนักวิ่งในประเทศไทย 2025-09-01T10:20:20+07:00 สราลี สนธิ์จันทร์ saralee@go.buu.ac.th วิรัตน์ สนธิ์จันทร์ wirats@go.buu.ac.th <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเปิดรับสื่อ ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด และการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน ของนักวิ่งในประเทศไทย 2) อิทธิพลของการเปิดรับสื่อที่มีต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน ของนักวิ่งในประเทศไทย 3) อิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน ของนักวิ่งในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยไม่อาศัยความน่าจะเป็น คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติการวิเคราะห์ถดถอย โดยกำหนดค่าระดับนัยสำคัญที่ 0.05<br /> ผลการศึกษาพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างมีการเปิดรับสื่อเฟซบุ๊ก มากที่สุด, มีความพึงพอใจปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ มากที่สุด และกระบวนการตัดสินใจมีการประเมินผลหลังการเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 มากที่สุด 2) การเปิดรับสื่อมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน 3) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดทั้ง 7 ปัจจัย มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน โดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ การเปิดรับสื่อและส่วนประสมทางการตลาด สามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งบางแสน 21 ฮาล์ฟ มาราธอน ของนักวิ่งในประเทศไทย ได้ร้อยละ 69.6</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/281894 พลวัตความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับตลาดหุ้นไทยจากแบบจำลอง ARDL: หลักฐานเชิงประจักษ์จากดัชนี SET50 2025-08-29T16:49:56+07:00 ชวลิต กิจคณาศิริ chavalit_kit@utcc.ac.th <p> งานวิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนที่มีต่อระดับดัชนี SET50 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลรายเดือนครอบคลุมช่วงเวลา 10 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 การวิเคราะห์ใช้แบบจำลอง ARDL (Autoregressive Distributed Lag) ซึ่งเหมาะสมสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงตามเวลา มีความผันผวนสูงและได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก โดยสามารถประเมินความสัมพันธ์ของตัวแปรได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า อัตราแลกเปลี่ยนไม่มีความสัมพันธ์ในระยะยาวกับระดับดัชนี SET50 รวมทั้งตัวแปรควบคุม ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยและดัชนีราคาผู้บริโภค ก็ไม่พบว่ามีผลกระทบเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในระยะสั้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนี SET50 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ<br /> จากผลการศึกษาผู้วิจัยจึงเสนอแนะว่าผู้กำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉพาะในระยะสั้นเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อตลาดทุน การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทจะช่วยลดความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง นอกจากนี้การไม่พบความสัมพันธ์ในระยะยาวยังสะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะกลุ่มหลักทรัพย์ในดัชนี SET50 มีแนวโน้มตอบสนองต่อข่าวสารหรือความคาดหวังของนักลงทุนในระยะสั้นมากกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว ดังนั้นจึงควรพัฒนากลไกการเปิดเผยข้อมูลทางเศรษฐกิจและการสื่อสารนโยบายการเงินให้มีความชัดเจน โปร่งใส และทันต่อสถานการณ์ เพื่อลดความผันผวนระยะสั้นที่เกิดจากความไม่แน่นอนในตลาดบทคัดย่อ</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/280476 โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อความตั้งใจและการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ผลการดำเนินงาน ของวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย 2025-08-15T15:58:41+07:00 พงษ์นรินทร์ ปิดจัตุรัส pongnarin.pi@rmuti.ac.th ณพรรณ สินธุศิริ napan.si@rmuti.ac.th พิมพ์นิภา รัตนจันทร์ siraprapa.ra@rmuti.ac.th ฐิติมนต์ ธนกิติเอื้ออังกูร titimont.ta@rmuti.ac.th ปิยมาภรณ์ เทียมจิตร piyamaporn.ko@rmuti.ac.th รฐกฤษ ธนพิทชัย kridsakorn.no@rmuti.ac.th <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความตั้งใจและการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่ผลการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย โดยประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากประชากรทั้งสิ้น จำนวน 321 กิจการ ได้กลุ่มตัวอย่างกลับคืนมา จำนวน162 กิจการ ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้างกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน ผลการวิจัยพบว่า ความตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบทางตรงในเชิงบวกต่อความตั้งใจเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย นอกจากนี้ การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบทางตรงในเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคม อีกทั้ง ผลการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคมได้รับผลกระทบทางอ้อมในเชิงบวกจากความตระหนักรู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ บทความนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งผ่านการสะท้อนมุมมองจากข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติที่มีต่อผู้บริหารวิสาหกิจเพื่อสังคม นักวิชาการ นักวิจัย ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดกรอบนโยบาย การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการพัฒนาผลการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/277792 An Application of The Theory of Planned Behavior to Predict the Purchase Intention Plant-Based Milk 2025-05-16T15:58:02+07:00 Paul Kalin paulkal@pim.ac.th Adisorn Deepremjid adisorndeep@gmail.com <p> Fueled by the growing interest in its potential benefits, plant-based milk consumption has surged in the recent years. The purpose of this paper is to examine the influence among the factors: health consciousness, attitude and the purchase intention of plant-based milk. <br /> Using the convenience sampling approach, this study collected data from 400 young adult consumers aging from 20-45 years old, living in Bangkok, who have experience in consuming plant-based milk. The data were then analyzed through descriptive and structural equation modeling analysis.<br /> The findings show that individuals consume plant-based milk on a weekly basis and purchase plant-based milk in a retail store format such as supermarket or hypermarket. The results also indicate significant influence among the variables. Health consciousness significantly influences both attitude and purchase intention, while attitude also exerts a significant positive effect on purchase intention.<br /> This study makes two key contributions. Theoretically, it enriches the understanding of consumer behavior in the context of plant-based milk by demonstrating the mediating role of attitude in the relationship between health consciousness and purchase intention. Practically, the study provides valuable insights for food marketers and product developers, suggesting that strategies emphasizing health benefits and shaping positive consumer attitudes can effectively drive purchase decisions.<br /> However, the study’s focus on a single urban area and a limited set of psychological factors may limit generalizability. Future research is encouraged to examine other geographic regions and explore additional variables that may influence consumer intention toward plant-based milk.</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/280597 Proposing the Strategies for Sustainable Tourism Development of Coastal Recreational Fishery: A Case Study of Qingshan Fishing Village, Qingdao, China 2025-06-12T16:06:56+07:00 Wen Zhaoyun 02447@qdbhu.edu.cn Chuensumon Bunnag bchuensumon@gmail.com <p> This study aims to: (1) analyze the current state of recreational fishery tourism in Qingshan Fishing Village; (2) evaluate its internal and external influencing factors; and (3) propose sustainable development strategies. A qualitative research approach was employed, incorporating in-depth interviews with 12 stakeholders. To identify key drivers and barriers, the study utilized a combination of weighted SWOT analysis, TOWS Matrix, Quantitative Strategic Planning Matrix (QSPM), and PESTEL analysis as part of the situational analysis model. Findings reveal that, despite Qingshan’s abundant tourism resources, distinctive culture, and ecological assets, it faces limitations such as insufficient infrastructure, weak service systems, product uniformity, talent shortages, and transportation challenges. External opportunities include rising market demand, ecotourism growth, and cultural-tourism integration, while threats stem from intense competition, delayed digital transformation, and commercialization pressures. Based on these insights, the study recommends strategies such as diversifying recreational offerings, integrating ecological and fishery elements, advancing smart tourism, enriching cultural and immersive experiences, fostering local talent, upgrading infrastructure, and enhancing marketing and product differentiation to promote sustainable tourism development</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/BJBM/article/view/279771 The Impact of Consumers’ Perceptions and Reference Groups on Consumers’ Behavioral Intention Towards Electronic Products and The Electronic Waste Problem 2025-07-11T16:12:04+07:00 Narissara Parkvithee pnarismiracle@hotmail.com Puripat Charnkit bomblinux@hotmail.com <p> This study aims to investigate the development of a causal relationship model incorporating the three latent variables, which are consumers’ perceptions of e-goods and the e-waste problem, reference group influence, and consumers’ behavioral intention. The research employed a quantitative approach to gather data in Thailand for enterprises that are associated with personal computers and mobile phones market segment of electronic product industry. An online survey approach using a self-administered questionnaire as a research tool was implemented. Researchers conducted a path analysis with latent variables by employing the structural equation modeling (SEM) to analyze the data through AMOS version 24. The findings suggest that the development of a causal relationship model indicated quite good congruence with empirical data. In addition, consumers’ perceptions and reference group appear to be potential determinants and play a role in influencing consumers’ behavioral intention in the aspects of product utilization and word-of-mouth.</p> 2025-12-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา