วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS <p>กองบรรณาธิการยินดีรับบทความในกลุ่ม สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรม สาขาปรัชญา สาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์ สาขาสังคมวิทยา สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และนิเทศศาสตร์ สาขาการศึกษา จากทุกองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน บทความทุกเรื่องจะได้รับการพิจารณาตรวจประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองบรรณาธิการ 3 ท่าน ต่อ 1 เรื่อง ที่เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐานวิชาการตามเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่า วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย จะเป็นประโยชน์สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้อ่านทุกท่าน ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณเจ้าของบทความทางวิชาการ และบทความวิจัยทุกเรื่องที่ท่านได้ให้ความสนใจและเชื่อมั่นในคุณภาพวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย และขอบคุณท่านผู้อ่านที่ให้ความสนใจติดตามวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย มาอย่างต่อเนื่อง และทางกองบรรณาธิการมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพ โดยตีพิมพ์ 4 ฉบับต่อปี</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน</p> <p>ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม</p> <p> </p> <p><strong>อัตราค่าตีพิมพ์วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย</strong></p> <p>บทความวิชาการ/บทความวิจัย <strong>จำนวนเรื่องละ 1,500 บาท</strong> (มีผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา 3 ท่าน)</p> <p>โดยสามารถชำระผ่าน รายได้อื่นวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ธนาคารกรุงไทย สาขาศรีจันทร์ เลขที่ 437-1-42800-2</p> <p>กรุณาส่งหลักฐานการชำระเงินค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์วารสารมาที่ Email: journal@cas.ac.th</p> en-US <p>• บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจสอบทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 ท่าน ต่อ 1 เรื่อง จากภายในและภายนอกวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย<br />• การตีพิมพ์และเผยแพร่ของวารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซียนี้ เนื้อหาบทความ ทรรศนะและข้อคิดเห็นใด ๆ ในวารสารถือว่าเป็นของผู้เขียน โดยเฉพาะทางกองบรรณาธิการวารสาร หรือวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย</p> journal@cas.ac.th (Artit Chutchaipolrut) journal@cas.ac.th (Anchulee Moolthip) Fri, 27 Mar 2026 14:41:25 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การจัดการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสารของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287345 <p>คำศัพท์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งในการที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสาร การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาบทเรียนที่มีเนื้อหาสาระที่จะเสริมให้นักเรียนมีความสามารถใช้คำศัพท์ได้หลากหลาย (2) ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้คำศัพท์ในการพัฒนาทักษะทางภาษาทั้งสี่ทักษะ (3) ยกระดับความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษของนักเรียนในชุมชนอัจริยะเชิงพหุมิติ ชุมชนบ้านหนองใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น และ (4) สำรวจความพึงพอใจของครูผู้สอนและนักเรียนต่อบทเรียนและกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นสำหรับนักเรียน งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเรื่อง รูปแบบชุมชุนอัจริยะเชิงพหุมิติ โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ชุมชนบ้านหนองใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่าบทเรียนที่พัฒาขึ้นครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้คำศัพท์ที่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ควรจะได้รู้หลากหลาย ได้ใช้การพัฒนาทักษะทางภาษาทั้งสี่ทักษะนักเรียนทุกคนมีคะแนนสอบก่อนเรียนสูงกว่าคะแนนสอบก่อนเรียน ครูทั้งสองคนซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สังเกตการณ์และผู่ช่วยสอนมีความพึงพอใจมากที่สุด ในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจ ครูได้ความรู้เพิ่มเติม และครูได้พัฒนาความรู้ของตนเอง ส่วนที่ครูมีความพึงพอใจต่างกัน คือ ครูคนหนึ่งมีความพึงพอใจมากที่สุด แต่ครูอีกคนหนึ่งมีความพึงพอใจในระดับมาก ในเรื่องของบทเรียนที่เข้าใจง่ายเหมาะกับนักเรียน และมีสื่อการสอนที่ทันสมัย ในส่วนความพึงพอใจของนักเรียนนั้น แม้ว่าจะมีอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนเรื่องห้องเรียนที่บางครั้งต้องย้ายไปเรียนในห้องที่ขาดการใช้อุปกรณ์การสอน เรื่องเวลาที่ขาดหายไป และสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรคในการมาเรียนของนักเรียน นักเรียนส่วนใหญ่ (60.71%) มีความพึงพอใจในเรื่องความรู้ที่ได้รับในระดับมาก และมีความพึงพอใจในระดับกลางในเรื่องของความสนุกในการเรียน (82.14%) บทเรียนที่เข้าใจง่าย (64.29%) และการได้พัฒนาในตนเอง (46.42%) กล่าวโดยสรุป คือการจัดการเรียนรู้คำศัพท์เพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาเพื่อการสื่อสารครั้งนี้เป็นส่วนที่ช่วยให้นักเรียนได้มีความรู้ได้พัฒนาทักษะทางภาษาเพิ่มขึ้นและครูก็ได้แนวทางในการพัฒนาการสอนของตัวเอง นอกเหนือไปจากการได้พัฒนาตนเอง</p> สนใจ ไชยบุญเรือง, กวิสรา นิลมงคล, สิริกุล แพร่ศรีสกุล, กำจร ใจบุญ, วิภาสิริ ร่มพฤกษ์, ณรงค์ ชูสกุล, ธวัชชัย ไชยบุญเรือง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287345 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาการเรียนการสอนวิชาภาษาจีนโบราณสำหรับนักศึกษาชาวไทย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/285995 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนวิชาภาษาจีนโบราณสำหรับนักศึกษาชาวต่างชาติ โดยสังเคราะห์ประเด็นสำคัญด้านลักษณะผู้เรียน บทบาทของผู้สอน และวิธีการสอน ผลการศึกษาพบว่า แม้นักศึกษาจะตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาจีนโบราณในฐานะรากฐานของภาษาจีนปัจจุบันและเครื่องมือในการเข้าถึงวัฒนธรรมจีน แต่ความยากของเนื้อหา ความแตกต่างทางภาษา และรูปแบบการสอนที่ยังเน้นการบรรยาย ส่งผลให้ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ งานวิจัยส่วนใหญ่เสนอให้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ออกแบบการเรียนการสอนอย่างยืดหยุ่น เชื่อมโยงภาษาจีนโบราณกับภาษาจีนปัจจุบัน ใช้กิจกรรมและสื่อที่หลากหลาย และบูรณาการภาษา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผู้สอนควรพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องทั้งด้านองค์ความรู้และทักษะการจัดการเรียนรู้ เมื่อพิจารณาในบริบทของประเทศไทย บทความชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอนภาษาจีนโบราณที่สอดคล้องกับพื้นฐานภาษา แรงจูงใจ และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของนักศึกษาไทย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความหมาย ลดอุปสรรคด้านความยากของเนื้อหา และยกระดับความสามารถทางภาษาจีนโดยรวมของผู้เรียนอย่างยั่งยืน</p> นุชชฎา ฉัตรประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/285995 Sat, 28 Mar 2026 00:00:00 +0700 Comprehensive Nursing Management of a School-Aged Child with Subpulmonary Ventricular Septal Defect and Moderate–Severe Aortic Regurgitation Complicated by Congestive Heart Failure: A Case Study https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/286711 <p> Congenital heart disease remains a major cause of morbidity in children worldwide. Ventricular septal defect (VSD) is among the most common congenital cardiac anomalies and may be complicated by aortic valve prolapse and aortic regurgitation (AR), leading to progressive heart failure. This case study describes the comprehensive nursing management of a 9-year-old boy with subpulmonary VSD complicated by right coronary cusp prolapse and moderate-to-severe AR, status post VSD closure and aortic valve repair, who was readmitted with congestive heart failure (CHF) and jaundice. Clinical findings, laboratory investigations, imaging results, pharmacological management, and nursing interventions are analyzed. Emphasis is placed on pathophysiology, hemodynamic monitoring, medication management, prevention of complications, and family-centered care. The case highlights the importance of early detection of residual valvular dysfunction, vigilant cardiac monitoring, and multidisciplinary management in pediatric cardiac patients.</p> Thidaratana Lertwittayakul, Wipaporn Plubnil, Jiraporn Chakansin ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/286711 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 รูปแบบการพัฒนาการรู้ดิจิทัลเพื่อการนิเทศอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/286851 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาการรู้ดิจิทัลที่ส่งเสริมสมรรถนะการนิเทศอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล จากการสังเคราะห์แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องพบว่า ท่ามกลางวิกฤตความถดถอยทางการเรียนรู้และความซับซ้อนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ การนิเทศการศึกษาแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที บทความนี้จึงนำเสนอรูปแบบการพัฒนาที่เรียกว่า “IDL-Model” ซึ่งบูรณาการหลักการรู้ดิจิทัลตามกรอบ UNESCO และ DQ Institute เข้ากับทฤษฎีการนิเทศแบบเสริมสร้างพลังอำนาจ ประกอบด้วย 4 ระยะหลัก ได้แก่ การประเมินและวิเคราะห์ช่องว่างสมรรถนะ การเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง การปฏิบัติการนิเทศด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล และการสะท้อนคิดผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้เสมือน เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และระบบสารสนเทศมาใช้ในการนิเทศ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน</p> ธนกฤต เกตุไชยเลิศ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/286851 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 การบูรณาการระบบการจัดการคุณภาพการศึกษาสมัยใหม่สู่ความเป็นเลิศในอนาคตยุค 5.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287338 <p>บทความวิชาการนี้ใช้รูปแบบวิจัยเอกสารมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการบูรณาการระบบการจัดการคุณภาพการศึกษาสมัยใหม่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยเน้นการวิเคราะห์วิวัฒนาการทางการศึกษาจากยุค 1.0 จนถึงยุค Education 5.0 ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื้อหาครอบคลุมการประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารคุณภาพแบบองค์รวม (TQM) และการใช้วงจร PDCA เพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพในองค์กร พร้อมทั้งนำเสนอองค์ประกอบของระบบการบริหารสู่ความเป็นเลิศ 7 ประการ (7 Pillars of Excellence) และแนวทางการพัฒนาครูในรูปแบบ NEO-COACH นอกจากนี้ยังสรุปทิศทางและภาพอนาคตการศึกษาไทย พ.ศ. 2573 ผ่านปัจจัยขับเคลื่อน 5 ด้าน ได้แก่ การกระจายอำนาจ ความเข้มแข็งของมาตรฐาน การหยั่งรากคุณธรรม การยกระดับสมรรถนะสากล และการพลิกพลังครู เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาในการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในยุคเทคโนโลยีอัจฉริยะ</p> ประภัสสร สรวนรัมย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287338 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนากลยุทธ์ภาวะผู้นำทางการบริหารเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287342 <p>การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ก่อให้เกิดความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ ความคิดและบทบาทของผู้นำการศึกษา เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายและโอกาสของยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในห้องเรียน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหาร การพัฒนานโยบาย การเสริมสร้างความสามารถของบุคลากร และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งบทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนากลยุทธ์ภาวะผู้นำทางการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทของการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการบริหารจัดการองค์กรทางการศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงาน บทบาทผู้นำ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เนื้อหาเน้นการวิเคราะห์ลักษณะของยุคดิจิทัล ความท้าทายที่ผู้บริหารเผชิญ และความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบภาวะผู้นำจากแบบดั้งเดิมไปสู่ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์และภาวะผู้นำดิจิทัล บทความได้เสนอกรอบแนวคิดในการพัฒนากลยุทธ์ภาวะผู้นำทางการบริหารที่ประกอบด้วยการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล ความสามารถในการบริหารการเปลี่ยนแปลง การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการตัดสินใจ การส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาความร่วมมือในองค์กร ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนากลยุทธ์ภาวะผู้นำทางการบริหารที่สอดคล้องกับยุคดิจิทัลเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหาร และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</p> สุภาพร วงศ์สุขสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287342 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 การบริหารสถานศึกษาแบบองค์รวมโดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ กรณีศึกษา : โรงเรียนนิคมพิมายศึกษา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287343 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ในการบริหารสถานศึกษาแบบองค์รวมโดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ โดยใช้ โรงเรียนนิคมพิมายศึกษา เป็นกรณีศึกษา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา (Case Study Research) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การวิเคราะห์เอกสาร การสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และการสังเคราะห์ข้อมูลจากการปฏิบัติจริง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของโรงเรียนนิคมพิมายศึกษาเกิดจากการออกแบบและขับเคลื่อนระบบการบริหารสถานศึกษาแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงทุกมิติการบริหารเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบริหารจัดการ การติดตามความก้าวหน้า และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลจริง ผ่านการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ระบบกำกับติดตามแบบดิจิทัล และแดชบอร์ดแสดงผลการดำเนินงาน ส่งผลให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p>&nbsp; นอกจากนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังส่งผลให้เกิดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการจัดการเรียนรู้ และประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษาอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารสถานศึกษาแบบองค์รวมโดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นสถานศึกษาดิจิทัล (Digital School) และเป็นต้นแบบแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาอื่นได้ตามบริบทและความพร้อม</p> จุฬาภรณ์ บุญศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287343 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการงทุนของผู้บริโภค ในเขตจังหวัดขอนแก่น https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287347 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาระดับส่วนประสมทางการตลาด และการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน ในจังหวัดขอนแก่น 2) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ในจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามปัจจัยประชากรศาสตร์ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ในเขตจังหวัดขอนแก่น กลุ่มตัวอย่าง ผู้บริโภคที่ซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวน พบความแตกต่าง ทดสอบตามวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe') และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัย พบว่า</p> <ol> <li class="show">ส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ใน จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านกระบวนการให้บริการ และด้านการส่งเสริมการตลาด ในส่วนค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านลักษณะทางกายภาพ และการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ในเขตจังหวัดขอนแก่น อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการค้นหาข้อมูล มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการตระหนักถึงปัญหา และด้านการตัดสินใจซื้อ ในส่วนค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านพฤติกรรมภายหลังการซื้อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</li> <li class="show">การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ในเขตจังหวัดขอนแก่น จำแนกตามเพศ อายุ อาชีพ ไม่แตกต่างกัน และการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน จำแนกตามระดับการศึกษา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และสถานภาพแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> <li class="show">การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 7 ตัว ร่วมกันอธิบาย ปัจจัยส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภคในเขตจังหวัดขอนแก่น มีผลต่อการตัดสินใจร้อยละ 73.20 โดยเมื่อพิจารณาตัวแปรอิสระที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตควบการลงทุนของผู้บริโภค ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้ดีที่สุดคือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ (X<sub>1</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0. 277) รองลงมาด้านการส่งเสริมการตลาด (X<sub>4</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0. 232) ด้านราคา (X<sub>2</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0.168) ด้านลักษณะทางกายภาพ (X<sub>7</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0.184) ด้านบุคคล (X<sub>5</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0.129) ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย(X<sub>3</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0.104) และด้านกระบวนการให้บริการ (X<sub>6</sub>) (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation">=0.069)<strong>.</strong></li> </ol> ปรวรรญญาภาน์ ถวิลไพรโกสิน, สมโภชน์ วัลยะเสวี, ธนาพันธ์ นัยพินิจ, นพดล มั่งมี, วิไลลักษณ์ ฉัตรชัยพลรัตน์, ธัญวรินทร์ ณรงค์วรกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/287347 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700 The Fine Motor Skills of Prescho ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะติด วัสดุ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/285899 <p>วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะติดวัสดุ กลุ่มทดลองที่ใช้ในการวิจัย เป็นเด็กอายุ 4-5 ปี จำนวน 16 คน กำลังศึกษาในชั้นอนุบาล 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านน้ำกระจาย ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง ผู้วิจัยดำเนินการทดลองโดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 4 สัปดาห์ ๆ ละ 2 วัน วันละ 40 นาที รวมทั้งสิ้น 8 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะติดวัสดุ จำนวน 8 แผน โดยใช้หน่วยการเรียนรู้ 4 หน่วย และแบบวัดความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก จำนวน 2 ชุด คือ ชุดแรกทดสอบความคล่องแคล่วของกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการปะติด และชุดที่ 2 ทดสอบการควบคุมกล้ามเนื้อมัดเล็กด้วยการฝึกตัดกระดาษ ใช้แบบแผน การวิจัยแบบ One-Group Pretest–Posttest design และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 หลังได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะติดวัสดุ สูงขึ้นกว่าก่อนจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ คิดเป็นร้อยละ (P) 63.68 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.91 โดยหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์การฉีก ตัด ปะติดวัสดุ มีคะแนนความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่สูงขึ้นกว่าก่อนจัดกิจกรรม</p> พูลเกียรติ มงคลสวัสดิ์; วริศรา เพ็งพลา, สุดาพร วิชิตชัยชาคร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/article/view/285899 Sun, 29 Mar 2026 00:00:00 +0700