CMU Journal of Law and Social Sciences https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS <p><strong>วารสาร CMU Journal of Law and Social Sciences</strong> ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ &nbsp;เผยแพร่ผลงานวิชาการด้านกฎหมายทุกสาขา เช่น กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน กฎหมายอาญา กฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp; เป็นต้น ซึ่งสัมพันธ์กับความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์ในสาขาต่างๆ โดยเป็นวารสารที่มีการ<strong>ประเมินบทความก่อนตีพิมพ์ (refereed journal)</strong> โดยผู้ประเมินอย่างน้อยจำนวน 2 ท่าน ทั้งนี้ผู้ประเมินไม่เห็นชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนบทความไม่ทราบผู้ประเมิน (double blind review)&nbsp; มี<strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ</strong> ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม และมี<strong>ประเภทของบทความที่รับตีพิมพ์เผยแพร่</strong> 2 ประเภท</p> <p>(1) บทความวิจัย บทความวิชาการ ที่นำเสนอองค์ความรู้ แนวคิด ทฤษฎี การวิจัย ข้อค้นพบใหม่ อันเกี่ยวเนื่องและครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายทุกสาขา เช่น กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน กฎหมายอาญา กฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp; เป็นต้น ซึ่งสัมพันธ์กับความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์ในสาขาต่างๆ</p> <p>(2) บทความวิจารณ์หนังสือ (book review) หรือ บทความปริทัศน์ (review article)&nbsp; อันเกี่ยวเนื่องและครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายทุกสาขา เช่น กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน กฎหมายอาญา กฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp; เป็นต้น ซึ่งสัมพันธ์กับความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์ในสาขาต่างๆ</p> <p>ทั้งนี้ สำหรับบทความ ประเภทบทความวิจารณ์หนังสือ (book review) หรือ บทความปริทัศน์ (review article)&nbsp; ซึ่งเป็นบทความประเภท Non Peer Review Content กองบรรณาธิการจะเป็นผู้พิจารณาคุณภาพบทความ หรืออาจพิจารณานำส่งบทความให้ผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 1 คน เป็นผู้พิจารณาคุณภาพบทความตามความเหมาะสม (โดยหากเป็นการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ กองบรรณาธิการจะพิจารณาจากความเชี่ยวชาญที่ตรงกับสาขาของบทความเป็นหลัก ผู้พิจารณาบทความ และผู้เขียน อาจมีต้นสังกัดเดียวกันหรือไม่ก็ได้ อย่างไรก็ดี การประเมินคุณภาพบทความจะดำเนินการโดยปิดบังชื่อผู้เขียน และผู้พิจารณาบทความ)&nbsp;</p> <p>สนใจจัดส่งบทความ กรุณาศึกษา จากคู่มือการจัดทำบทความ <strong><a href="https://drive.google.com/file/d/1h1m24wjv4Yx1DFmHQd7Z5cbto1EckQFs/view?usp=sharing">ดาวน์โหลด คลิก</a></strong></p> <p>ISSN 2672-9245 (Online)&nbsp;</p> <p>...</p> <p>วารสาร CMU Journal of Law and Social Sciences เริ่มตีพิมพ์ครั้งแต่ในปี 2546 โดยใช้ชื่อ วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 1 ฉบับ มกราคม - ธันวาคม และมีการตีพิมพ์ต่อเนื่องเป็นจำนวน 4 ปี ระหว่าง 2546-2549 หลังจากนั้นหยุดไป 5 ปี กลับมาเริ่มตีพิมพ์อีกครั้งในปี 2555 ซึ่งมีกำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม วารสารฯ ได้เริ่มจัดทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ในปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มิ.ย. พ.ศ. 2558) ต่อมาในปี 2559 กองบรรณาธิการวารสารนิติสังคมศาสตร์ฯ ได้พัฒนาวารสาร และนำวารสารฯ เข้าสู่ฐานข้อมูล TCI (Thai Journal Citation Index) ได้สำเร็จ หลังจากนั้น ในปี 2562 &nbsp;ยกเลิกชื่อวารสารภาษาไทย คือ 'วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่', ISSN (เดิม): 1685-9723 และ E-ISSN (เดิม): 2586-9604 และเริ่มใช้เฉพาะชื่อวารสารภาษาอังกฤษ ‘CMU Journal of Law and Social Sciences’ E-ISSN: 2672-9245 ตั้งแต่ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562 (Vol.12 No.1 2019) เป็นต้นไป</p> คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ th-TH CMU Journal of Law and Social Sciences 2672-9245 <p>O ความคิดเห็นใดๆ ที่ลงตีพิมพ์ในวารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นของผู้เขียน (ความคิดเห็นใดๆ ของผู้เขียน กองบรรณาธิการวารสารนิติสังคมศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย)</p> <p>O กองบรรณาธิการ&nbsp;CMU Journal of Law and Social Sciences ไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแหล่งที่มาด้วย</p> สถาบันอยุติธรรมที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยกับการบดบังสถาบันทางกฎหมาย ของรัฐไทย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS/article/view/255540 <p>การพัฒนารัฐที่ใช้กฎหมายเป็นหลักประกันสิทธิมนุษยชนของประชาชนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพลเมืองในประเด็นสาธารณะของผู้ตื่นตัวทางการเมืองในลักษณะ “นิติรัฐอย่างเป็นทางการ” แตกต่างจากความสัมพันธ์ทางอำนาจแบบ “ไม่เป็นทางการ” ที่รัฐอาจหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจปกครองภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อประกันสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายของประชาชนอย่างเสมอภาค บทความวิจัยนี้วิเคราะห์บทบาทของรัฐบาลไทยในการไม่บังคับใช้กฎหมายเพื่อประกันสิทธิของประชาชนเนื่องจากมีสถาบันไม่เป็นทางการขัดขวางอยู่ โดยจะชี้ให้เห็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่าง กลุ่มทุน เจ้าพนักงานของรัฐ ผู้มีอิทธิพล และนักการเมือง ซึ่งขัดขวางการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและการเยียวยาสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นธรรมเมื่อ ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนใช้เสรีภาพในการแสดงออก ชุมนุม และสมาคม อันนำไปสู่การบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในสถาบันทางกฎหมายอย่างเป็นทางการของรัฐไทย</p> ทศพล ทรรศนกุลพันธ์ Copyright (c) 2022 CMU Journal of Law and Social Sciences https://creativecommons.org/licenses/by/4.0 2022-06-30 2022-06-30 15 1 1 31 ความซ้ำซ้อนในกระบวนการกลั่นกรองคดีซึ่งประชาชนยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ: ศึกษากรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ 68/2562 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS/article/view/252920 <p>แม้ว่ามูลเหตุอันนำมาสู่การยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติแห่งกฎหมายต่อศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นการกระทำทางปกครอง แต่หากไม่ได้มีการยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาลปกครองก็ย่อมไม่มีช่องทางที่ศาลอาจเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 212 ประกอบกับการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยให้ยุติเรื่องด้วยเห็นว่ายังไม่อาจถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศอันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 231 (1) กรณีย่อมไม่มีหนทางอื่นที่จะเยียวยาสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้ร้องได้อีก การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องโดยอ้างบทบัญญัติพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) จึงยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนัก อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องแล้วไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะอ้างบทบัญญัติพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคสาม ประกอบมาตรา 48 วรรคสี่ขึ้นเป็นเหตุในการสั่งไม่รับคำร้อง อนึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญจะได้จัดให้มีหลักเกณฑ์หรือแนวทางเกี่ยวกับสาระของคำร้องอันควรได้รับการวินิจฉัยที่ชัดเจนก็จะสามารถช่วยลดภาระคดีของศาลรัฐธรรมนูญลงได้มากทั้งยังสอดคล้องกับหลักความมั่นคงแห่งนิติฐานะด้วย</p> ฉัตรชัย เอมราช Copyright (c) 2022 CMU Journal of Law and Social Sciences https://creativecommons.org/licenses/by/4.0 2022-06-30 2022-06-30 15 1 32 51 เป็นประจำเดือนแต่ไม่มีผ้าอนามัย และเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข: ปัญหาที่แก้ได้ด้วยภาษีและสวัสดิการสังคม https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS/article/view/251701 <p>การขาดแคลนวัสดุซึมซับ หรือรองรับประจำเดือน และการเข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข ตลอดจนยาเพื่อการจัดการสุขภาพประจำเดือนที่ดี ทั้งในกลุ่มผู้มีประจำเดือนทั่วไป ผู้มีประจำเดือนที่เป็นผู้ต้องขัง และคนไร้ที่พึ่ง ยังคงเป็นปัญหาที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทยซึ่งส่งผลให้ผู้มีประจำเดือนต้องประสบกับความเสี่ยงด้านสุขภาวะ การไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม และอุปสรรคในการทำงาน และการศึกษาซึ่งจุดประเด็นปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน และกระตุ้นให้ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหาดังกล่าว กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรโดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการจัดสวัสดิการเป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากกฎหมายไทยที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวก็ยังพบว่ามีส่วนที่ต้องปรับปรุงพัฒนาเพื่อให้กฎหมายมีบทบาทในการจัดการปัญหาได้อย่างแท้จริง และเนื่องจากในปัจจุบันมีหลายประเทศที่มีความรุดหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปมากแล้ว การศึกษากฎหมายของประเทศเหล่านั้นจึงเป็นประโยชน์และสามารถนำใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายไทยได้โดยผู้เขียนได้เลือกที่จะศึกษากรณีตัวอย่างจากประเทศสหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งมีการออกมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้า และบริการเพื่อจัดการสุขภาพประจำเดือน การให้เครดิตภาษีชนิดขอคืนเป็นเงินได้เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้า และบริการดังกล่าว และการจัดสรรสินค้าเพื่อซึมซับหรือรองรับประจำเดือนในเรือนจำและสถานสงเคราะห์ ทั้งนี้ จากการศึกษาที่กล่าวมาผู้เขียนเสนอให้มีการบรรเทาและขจัดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับรายการ</p> <p>สินค้าและบริการที่เกี่ยวกับสุขภาพประจำเดือน โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 สำหรับการขายหรือนำเข้าสินค้าสุขอนามัยผู้หญิง ประกอบกับการให้เงินช่วยเหลือผ่านการให้เครดิตภาษีสำหรับใช้ซื้อสินค้ากลุ่มเดียวกันนั้น นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้มีการปรับปรุงหลักประกันสุขภาพทั้ง 3 ระบบโดยเฉพาะในประเด็นของการกระจายตัวของบริการและความสามารถในการเข้าถึงบริการของผู้มีสิทธิ ความครอบคลุมของการบริการ ตลอดจนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริการ และประการสุดท้ายควรมีการปรับปรุงกฎหมายราชทัณฑ์และกฎหมายคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งโดยเฉพาะในด้านความเพียงพอและคุณภาพของสินค้าเพื่อจัดการสุขภาพประจำเดือนที่แจกจ่าย และการส่งเสริมให้ได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมกับอาการเจ็บป่วย</p> ปวินท์ ภู่ทอง Copyright (c) 2022 CMU Journal of Law and Social Sciences https://creativecommons.org/licenses/by/4.0 2022-06-30 2022-06-30 15 1 52 84 มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการขยะทะเล พื้นที่หาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS/article/view/255063 <p>บทความวิจัยนี้เกี่ยวกับขยะทะเลบริเวณหาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จ จังหวัดจันทบุรี โดยเป็นการวิจัยแบบเอกสาร ทั้งนี้หาดเจ้าหลาวและแหลมเสด็จนับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยว และมีการค้าขายริมชายหาดมากขึ้น ก็เกิดปัญหาขยะเกลื่อนตามชายหาดและในทะเล เช่น ขวดน้ำพลาสติก ขวดแก้ว โฟม เป็นต้น ถัดมาคือขยะจาก การทำการประมง เช่น อวน เชือก เป็นต้น ยังไม่รวมขยะอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ในทะเล เช่น ถุงพลาสติก ฝาน้ำ และเศษบุหรี่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีมาตรการเกี่ยวกับขยะในทะเลที่เหมาะสมและจริงจัง จึงส่งผลให้ปัญขยะในทะเลยังคงอยู่ เพราะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเกี่ยวกับขยะทะเล ปัญหาขยะล้นทะเลไทยจึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัญหาที่สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังขาดการจัดการขยะอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งสวนทางกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการเติบโตของเศรษฐกิจ ดังนั้น การที่ประเทศไทยยังมีขยะล้นเมืองอยู่จำนวนมากและกำจัดได้ยากนั้น เกิดจากการขาดจิตสำนึกเพื่อสาธารณะ เมื่อประชาชนยังเห็นแก่ความสะดวกสบาย จึงสร้างขยะมากมายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยากและเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังขาดแรงจูงใจในการจัดการขยะ เนื่องจากคนไทยไม่ได้เห็นประโยชน์ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากพอ ดังนั้น จึงสมควรต้องมีกฎหมายและบทลงโทษเกี่ยวกับปัญหาขยะทะเลโดยเฉพาะ โดยการกำหนดลักษณะ ประเภทของขยะ การทิ้งขยะลงสู่ทะเลโดยตรง แม้กระทั่งผู้ประกอบการหรือพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย จนไปถึงนักท่องเที่ยวที่ทิ้งขยะลงทะเลโดยตรงเหล่านี้ จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมายกำหนด จากนั้นจะต้องมีมาตรการที่สำคัญออกมาบังคับใช้ตามจังหวัดต่าง ๆ ที่มีปัญหาขยะทะเลเกิดขึ้นจำนวนมาก</p> ทรงพร ประมาณ ฐิติรัตน์ อิทธิมีชัย ชญานาภา ลมัยวงษ์ Copyright (c) 2022 CMU Journal of Law and Social Sciences https://creativecommons.org/licenses/by/4.0 2022-06-30 2022-06-30 15 1 85 106 บทปริทัศน์หนังสือ“วิถีแห่งเรอัล มาดริด: ค่านิยมสร้างทีมกีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกใบนี้ได้อย่างไร” https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CMUJLSS/article/view/254734 Pedithep Youyuenyong Copyright (c) 2022 CMU Journal of Law and Social Sciences https://creativecommons.org/licenses/by/4.0 2022-06-30 2022-06-30 15 1 107 112