https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/issue/feed
วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)
2025-11-21T10:49:49+07:00
Open Journal Systems
<p><strong>ชื่อวารสาร:</strong> วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry: JLASI)</p> <p><strong>ISSN:</strong> 2229-1959</p> <p><strong>เกี่ยวกับวารสาร:</strong> เป็นวารสารทางวิชาการที่จัดทำโดย <strong>คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน</strong> เพื่อเป็นเวทีในการเผยแพร่ผลงานวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ที่มีคุณภาพในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ</p> <p><strong>วัตถุประสงค์:</strong></p> <ul> <li> <p>เพื่อส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ใหม่และนวัตกรรมในสาขาวิชาศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ</p> </li> <li> <p>เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการสำหรับนักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษา</p> </li> <li> <p>เพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรในอุตสาหกรรมบริการ</p> </li> </ul> <h3>วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry: JLASI)</h3> <p><strong>วัตถุประสงค์ (Aim):</strong> วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (JLASI) จัดทำโดยคณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ใหม่และการประยุกต์ใช้ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาการและอุตสาหกรรมบริการ ผ่านกระบวนการพิจารณาบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้มงวด</p> <p><strong>ขอบเขต (Scope):</strong> JLASI เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือฉบับเต็มที่มีความใหม่และเป็นประโยชน์ ทั้งในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในหลากหลายสาขาวิชาที่เชื่อมโยงกับศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ ครอบคลุมประเด็นและสาขาต่างๆ ดังนี้:</p> <ul> <li> <p><strong>ภาษาและภาษาศาสตร์:</strong> ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาตะวันตก ภาษาตะวันออก วรรณคดี ภาษาศาสตร์ประยุกต์</p> </li> <li> <p><strong>บริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์:</strong> บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์</p> </li> <li> <p><strong>สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์:</strong> รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์</p> </li> <li> <p><strong>กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ:</strong> การโรงแรม การท่องเที่ยว อาหารและภัตตาคาร ธุรกิจการบิน ธุรกิจการประชุมและนิทรรศการ</p> </li> <li> <p><strong>การสื่อสาร:</strong> การสื่อสารทางวัฒนธรรม การสื่อสารระหว่างบุคคล (ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา)</p> </li> </ul> <p>วารสารสนับสนุนการศึกษาแบบสหสาขาวิชาที่บูรณาการแนวคิดทฤษฎีเข้ากับการประยุกต์ใช้เชิงปฏิบัติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมบริการ บทความที่ตีพิมพ์ทุกเรื่องจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างละเอียดจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการ</p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์:</strong> ปีละ 2 ฉบับ คือ:</p> <ul> <li> <p>ฉบับที่ 1: เดือนมกราคม - มิถุนายน</p> </li> <li> <p>ฉบับที่ 2: เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม</p> </li> </ul> <p><strong>ประเภทบทความที่รับพิจารณา:</strong></p> <ul> <li> <p>บทความวิจัย (Research Article)</p> </li> <li> <p>บทความวิชาการ (Academic Article)</p> </li> <li> <p>บทความปริทัศน์ (Review Article)</p> </li> </ul> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ:</strong> บทความจะได้รับการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ท่าน แบบ Double-blind (ไม่เปิดเผยชื่อผู้แต่งและผู้ทรงคุณวุฒิ) เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานทางวิชาการของบทความ</p>
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/article/view/279566
การวิจัยแบบผสมผสาน: แนวทางและการประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเกี่ยวกับการข้ามวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ
2025-04-18T10:17:55+07:00
พัฒน์พินันท์ อยู่สำราญ
patpinan.yu@ku.th
ดนุพล แสงนาค
danupon.s@ku.th
อัญชิษฐา ภูอุดม
aunchistha.p@ku.th
<p>การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research: MMR) เป็นแนวทางการวิจัยที่รวมเอาวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะในการศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคมที่มีความซับซ้อน เช่น การศึกษาเกี่ยวกับการข้ามวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ บทความนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่ออธิบายแนวทางและหลักการสำคัญของการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research: MMR) ซึ่งเป็นกระบวนการที่รวมการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้ได้ข้อค้นพบที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้น 2) เพื่อนำเสนอกรณีศึกษาและตัวอย่างการวิจัยที่ประสบความสำเร็จจากการใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานในประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในบริบทที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในโลกธุรกิจปัจจุบัน และ3) เพื่อเสนอแนวทางในการประยุกต์ใช้วิธีวิจยแบบผสมผสานในการศึกษาเกี่ยวกับการข้ามวัฒนธรรม (Cross-cultural studies) โดยเน้นบริบทของผู้ประกอบการที่เผชิญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทฺธิภาพโดยนำเสนอกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งในบริบทต่างประเทศและประเทศไทย เพื่อชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการผสมผสานข้อมูลเชิงปริมาณที่แสดงภาพรวมและข้อมูลเชิงคุณภาพที่ให้รายละเอียดเชิงลึกของบริบทและแรงจูงใจของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะแนวทางการออกแบบงานวิจัยในอนาคต รวมถึงข้อดีและข้อจำกัดในการใช้ MMR เพื่อให้นักวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพในการศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคมที่ซับซ้อน เช่น การข้ามวัฒนธรรมและพฤติกรรมของผู้ประกอบการ</p>
2025-08-21T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/article/view/279605
นวัตกรรมบริการและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม: มุมมองจากการวิจัยแบบผสมผสาน
2025-04-18T10:56:49+07:00
กฤษ ธีรารักษ์
theerarak@gmail.com
อัญชิษฐา ภูอุดม
kris.t@ku.th
ดนุพล แสงนาค
kris.t@ku.th
<p>บทความปริทัศน์เชิงสหวิทยาการฉบับนี้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมบริการกับการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม โดยใช้กรอบแนวคิดการวิจัยแบบผสมผสาน ในยุคเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างนวัตกรรมบริการนับเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนวัตกรรมบริการมักขึ้นอยู่กับการปรับให้เข้ากับบริบททางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญในการกำหนดความคาดหวังของลูกค้าและการรับรู้บริการ งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบจากบทความวิชาการจำนวน 45 ฉบับ รวมทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมบริการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมสามารถยกระดับความพึงพอใจและประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน งานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานในการเข้าใจทั้งผลลัพธ์เชิงประจักษ์และบริบททางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยอ้างอิงทฤษฎีสำคัญ เช่น ทฤษฎีมิติทางวัฒนธรรมของฮอฟสเตด ตรรกะการครอบงำของบริการ และแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี บทความนี้เสนอแนวทางสำหรับการวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับการผสานปัญญาประดิษฐ์ ความไว้วางใจทางดิจิทัล และการออกแบบที่เน้นมนุษย์ในบริการระหว่างวัฒนธรรม โดยเฉพาะในบริบทของเอเชีย เพื่อเป็นข้อมูลเชิงกลยุทธ์สำหรับภาคธุรกิจ นโยบาย และวงการวิชาการ</p>
2025-08-21T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/article/view/279593
การวิจัยเชิงผสมเพื่อพัฒนานวัตกรรมบริการในอุตสาหกรรม MICE
2025-04-18T10:43:30+07:00
ธนปกรณ์ ตันติวรานุรักษ์
onn.tt@hotmail.com
อัญชิษฐา ภูอุดม
aunchistha.p@ku.th
ดนุพล แสงนาค
danupon.s@ku.th
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมบริการในอุตสาหกรรม MICE (การประชุม นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ) รวมถึงการวิเคราะห์ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนานวัตกรรมบริการกับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการและความพึงพอใจของลูกค้าเชื่อมโยงกับงานวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงผสม (Mixed Methods) โดยการรวบรวมข้อมูลทั้งจากวิธีการเชิงปริมาณ (เช่น การสำรวจและการวิเคราะห์สถิติ) และเชิงคุณภาพ (การสัมภาษณ์และการกลุ่มเป้าหมาย) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและหลากหลายผลลัพธ์จากการวิเคราห์พบว่า การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมบริการมาปรับใช้ในอุตสาหกรรม MICE สามารถช่วยปรับปรุงกระบวนการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดความพึงพอใจในกลุ่มลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมบริการกับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการมีผลสำคัญต่อการสร้างความพึงพอใจและความภักดีของลูกค้า โดยการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้เสนอแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการบริการในอุตสาหกรรม MICE โดยใช้ข้อมูลจากผลการวิจัยเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าในระดับสากล</p>
2025-09-10T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/article/view/279546
การวิเคราะห์อุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทย: การศึกษาผลกระทบและแนวโน้ม
2025-04-17T16:18:53+07:00
อรธีรา มนูจันทรัถ
softonteera@gmail.com
อัญชิษฐา ภูอุดม
aunchistha.p@ku.th
ดนุพล แสงนาค
danupon.s@ku.th
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ผลกระทบ การปรับตัว <br>และแนวโน้มของอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศไทยในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงศึกษาแนวทางการพัฒนาและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ผ่านการทบทวนวรรณกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ และการวิพากษ์ผลงานวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า อุตสาหกรรมไมซ์ไทยประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องก่อนสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่ต้องเผชิญความท้าทายอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาด นำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานไปสู่รูปแบบออนไลน์และแบบผสมผสาน จากการวิเคราะห์ผลงานวิจัยในอุตสาหกรรมไมซ์ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ 5 ประการสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาโมเดลธุรกิจไมซ์เชิงนวัตกรรม 2) การบูรณาการความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ 3) การเสริมสร้างระบบนิเวศไมซ์ดิจิทัล 4) การพัฒนาทุนมนุษย์เชิงกลยุทธ์ และ 5) การสร้างประสบการณ์ผู้เข้าร่วมงานเชิงปฏิวัติ และบทความยังเสนอแนะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในด้านนโยบายและแผน การต่อยอดเชิงพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยมีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล</p>
2025-09-10T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JLASI/article/view/284597
การพัฒนากลยุทธ์การขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ
2025-11-21T10:49:49+07:00
วัชรพงศ์ ฝั้นติ๊บ
wat82@hotmail.com
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพแวดล้อมและวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์การขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ 2) พัฒนากลยุทธ์การขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ 3) ประเมินผลการใช้กลยุทธ์ และ 4) จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) กลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 195 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 520 คน รวมจำนวน 715 คน การวิเคราะห์ SWOT และจัดทำร่างกลยุทธ์ ด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติ (Workshop) ผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 78 คน ตรวจสอบกลยุทธ์ โดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 19 คน และประเมินคุณภาพของกลยุทธ์ ด้วยแบบประเมิน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 22 คน นำกลยุทธ์ไปใช้ในสถานการณ์จริง (Strategy Implementation) ปีการศึกษา 2567 และประเมินผลการใช้ กลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) จำนวน 720 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ ประเด็นการสนทนากลุ่ม แบบประเมิน และแบบรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย <br>ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูง โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และผลการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ พบว่า องค์ประกอบการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1) ด้านเป้าหมายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา 2) ด้านภาคีเครือข่ายความร่วมมือผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูง 3) ด้านการพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษา และครูฝึกในสถานประกอบการ 4) ด้านการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน และ 5) ด้านติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน 2. กลยุทธ์การขับเคลื่อนนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพและสมรรถนะสูงตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ และ 5 พันธกิจ 5 เป้าประสงค์ 7 กลยุทธ์ 25 ตัวชี้วัด 26 โครงการมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้น มีความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด 3. ผลการประเมินผลการใช้กลยุทธ์ จากแบบรายงาน พบว่า 1) ได้ดำเนินการขยายเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับสถานประกอบการ ภายใต้ อ.กรอ.อศ. ระดับ สอศ. 58 แห่ง ระดับสถานศึกษา 210 แห่ง 2) ดำเนินการขับเคลื่อนศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (CVM) จำนวน 99 สาขาวิชา 3) พัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เชื่อมโยงกับธนาคารหน่วยกิต สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ 73 หลักสูตร เพื่อ Up-Skill และ Re-Skill ให้กับผู้เรียน และประชาชนทั่วไป 4) ส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษาทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรีมีงานทำ โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มและสื่อการเรียนรู้อาชีวศึกษา จำนวน 800 ตอน 5) มีนักวิจัยที่เป็นครูได้รับทุนจัดสรร จำนวน 149 ผลงาน จากสถานศึกษา 66 แห่ง 6) พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ในระดับ ปวช. จำนวน 12 ประเภทวิชา 105 สาขาวิชา 7) ผู้เรียนและประชาชน/ผู้ว่างงาน ที่ผ่านการฝึกอบรมอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ สามารถประกอบอาชีพและมีรายได้ จำนวน 3,751 คน และความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้น ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4. ผลการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย พบว่า ควรกำหนดเป็นนโยบายขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นนี้ ที่ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ และ 5 พันธกิจ 5 เป้าประสงค์ 7 กลยุทธ์ 25 ตัวชี้วัด 26 โครงการมุ่งผลสัมฤทธิ์ และผลการประเมินข้อเสนอเชิงนโยบาย พบว่า มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์และอุตสาหกรรมบริการ (Journal of Liberal Arts and Service Industry)