วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU
<p>วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นวารสารวิชาการของคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งตีพิมพ์บทความทางวิชาการและบทความวิจัยทางด้านกฎหมาย จากบุคคลทั้งภายในและภายนอกของมหาวิทยาลัย</p> <p>จัดพิมพ์วารสารราย 6 เดือน </p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p> </p> <p><strong>ปัจจุบันกำลังเปิดรับบทความ </strong></p> <p>> วารสารอยู่ใน TCI กลุ่มที่ 3 <a href="https://tci-thailand.org/detail_journal.php?id_journal=201">https://tci-thailand.org/detail_journal.php?id_journal=201</a></p> <p>>> มีผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความอย่างน้อย 3 คน ต่อบทความ</p> <p>>>> ไม่มีค่าส่งบทความ</p> <p> </p> <p>คู่มือการใช้งานระบบ ThaiJO </p> <p><a href="https://drive.google.com/file/d/1CdPHDgAQnd9MSngcZ8TFdZR2tTRPKfE_/view">https://drive.google.com/file/d/1CdPHDgAQnd9MSngcZ8TFdZR2tTRPKfE_/view</a></p>
Pridi Banomyong Faculty of Law , Dhurakij Pundit University
th-TH
วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
3057-0034
-
กฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติการทางทหารเพื่อการป้องกันประเทศ
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281717
<p> ภารกิจในด้านการปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญ คือ การป้องกันประเทศ การรักษาเอกราช อำนาจอธิปไตยของชาติ และบูรณภาพแห่งอาณาเขต เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามอันมีมาจากภายนอกราชอาณาจักร โดยปฏิบัติภายใต้กรอบแห่งหลักกฎหมายสากลที่เรียกว่า “สิทธิโดยธรรมในการป้องกันตนเอง” รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ จารีตประเพณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และกฎหมายภายในประเทศ ซึ่งได้แก่พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ประกอบกับกฎการใช้กำลังของกองทัพไทย คำสั่งและข้อบังคับกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทางทหาร ซึ่งเป็นผลให้ผู้บังคับบัญชาทหารซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการรุกล้ำดินแดนหรือมีการปะทะเกิดขึ้น หรือได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว สามารถสั่งใช้กำลังทางทหารหรือตอบโต้ด้วยอาวุธต่อการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ของฝ่ายตรงข้าม หรือเพื่อปฏิบัติการในพื้นที่นั้นได้ทันทีตามแผนที่กำหนดไว้หรือตามความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ในเวลาไม่ปกติ เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่สถานการณ์แห่งการขัดกันด้วยอาวุธ อยู่ในสภาวะการรบมีการประกาศสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก ณ ที่แห่งใด ย่อมเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกคนในการช่วยกันป้องกันราชอาณาจักร เนื่องจากในบางกรณีอาจมีความจำเป็นต้องมีการบูรณาการเพื่อใช้กำลัง หรืออาวุธยุทโธปกรณ์จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากการใช้กำลังทางทหาร จึงเห็นควรเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการบูรณาการสรรพกำลัง และบรรลุภารกิจในการป้องกันราชอาณาจักร รวมถึงยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองการปฏิบัติการทางทหารให้มากขึ้นด้วย</p>
ชลธิชา พิพัฒน์เขมากร สุขจิตต์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
1
19
-
ผู้เสียหายในคดีอาญา ศึกษากรณี : ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2)
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281942
<p>บุคคลที่มีอำนาจดำเนินคดีอาญาในประเทศไทยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 28 นั้น ได้แก่ 1. พนักงานอัยการ 2. ผู้เสียหาย และบุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ดังที่ระบุไว้ในมาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 เมื่อพิจารณาถึงการดำเนินคดีอาญานอกจากตัวผู้เสียหาย หรือพนักงานอัยการดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ทั้งนี้ก็ได้บัญญัติให้ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายเข้ามาดำเนินคดีอาญาแทนผู้เสียหายได้ โดยได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5(2) อันได้แก่ ในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้นั้น กฎหมายได้กำหนดให้ บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา เข้ามามีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายได้ อย่างไรก็ตาม การที่บุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามมาตรา 5(2) จะเข้ามาจัดการแทนผู้เสียหายได้แต่เฉพาะความตายหรือการบาดเจ็บของผู้เสียหายนั้นต้องมาจากการกระทำความผิดในทางอาญาโดยตรงของผู้กระทำความผิด ทั้งนี้แม้ว่าผู้เสียหายได้ถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้เป็นผลโดยตรงมาจากการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิดก็ตาม ถ้าบุคคลในครอบครัวของผู้เสียหายนั้นมิใช่บุคคลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา5(2) ได้แก่ บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา บุคคลอื่นนอกจากนี้แม้ว่าจะเป็นบุคคลในครอบครัวของผู้เสียหายอันอาจเข้ามาดำเนินคดีอาญาแทนผู้เสียหายได้ก็ตาม บุคคลนั้นก็ย่อมไม่อาจมีอำนาจเข้ามาดำเนินคดีอาญาแทนผู้เสียหายได้ เหตุเพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(2) กฎหมายได้บัญญัติไว้อย่างจำกัดทั้งในส่วนของบุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอันอาจใช้สิทธิในการดำเนินคดีอาญาแทนผู้เสียหาย อันนำไปสู่การแก้ไขกระบวนยุติธรรมทางอาญาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยุติธรรมของบุคคลผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายต่อไป</p>
ณัฐณิชา ทองเนื้องาม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
20
36
-
การกำหนดให้ความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีตามกฎหมายศุลกากรเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน: ศึกษากรณีการนำเข้ารถยนต์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281898
<p>ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดความผิดมูลฐานในความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งก่อให้เกิดข้อสงสัยและช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ จากการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการกระทำความผิดในการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร โดยศึกษาคดีการนำเข้ารถยนต์ พบว่าเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายต่อรัฐสูง แต่กลับไม่สามารถนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินได้ เนื่องจากข้อจำกัดของการตีความความผิดมูลฐานในกฎหมายฟอกเงิน และผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นว่าความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตีความรวมอยู่ในความผิดมูลฐานได้ แต่ข้อเท็จจริงทางกฎหมายและในทางปฏิบัติภายหลัง กลับไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะในการบังคับใช้กฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งมีอำนาจสอบสวนคดีพิเศษที่มีมูลค่าความเสียหายสูงและเป็นคดีอาญาที่ซับซ้อน แต่กลับไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ได้จากความผิดในลักษณะเดียวกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ ข้อเสนอแนะสำคัญ ได้แก่ การบัญญัติให้ความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรเป็นความผิดมูลฐาน เพื่อสร้างชัดเจนให้กับผู้บังคับใช้กฎหมาย และการกำหนดอำนาจให้กรมสอบสวนคดีพิเศษในการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวกับความผิดฟอกเงินในคดีพิเศษ โดยการร้องขอต่อศาล เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนของอำนาจ รวมทั้งเสนอให้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง DSI กับสำนักงาน ปปง. เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
ณัฐวดี ผิวจันทร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
37
51
-
ปัญหาทางกฎหมายและการควบคุมบ่อนกาสิโนในประเทศไทยภายใต้ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ...
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281966
<p> ปัจจุบัน อุตสาหกรรมบ่อนกาสิโนได้กลายเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญในหลายประเทศทั่วโลก ไม่เพียงในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากภาษี แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงไม่มีการอนุญาตให้ประกอบกิจการบ่อนกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบของการพนันในยุคดิจิทัลได้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะกรณีของกาสิโนออนไลน์ซึ่งยังไม่มีกรอบกฎหมายเฉพาะรองรับ ส่งผลให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ... ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลกิจการบ่อนกาสิโนให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายดังกล่าวยังคงมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การห้ามมิให้มีการเล่นพนันผ่านระบบออนไลน์ การไม่รองรับหนี้พนันให้เป็นหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการขาดมาตรการควบคุมเชิงป้องกันอย่างครอบคลุมการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายในการควบคุมบ่อนกาสิโนในประเทศไทยภายใต้ร่างกฎหมายดังกล่าว โดยศึกษาเปรียบเทียบกับมาตรการควบคุมบ่อนกาสิโนในต่างประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งล้วนมีระบบการอนุญาตและกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในรูปแบบสถานที่จริงและออนไลน์ เช่น การออกใบอนุญาตหลายระดับ การกำหนดภาษีแบบแยกประเภท การควบคุมการโฆษณา การตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ และการออกแบบมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค จากผลการศึกษา พบว่า ร่างกฎหมายไทยยังขาดรายละเอียดสำคัญหลายประการที่จำเป็นต่อการควบคุมกิจกรรมกาสิโนอย่างรอบด้าน อาทิ การกำหนดนิยามของกาสิโนออนไลน์ การวางโครงสร้างใบอนุญาตอย่างเป็นระบบ การจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม และการสร้างกลไกกำกับดูแลแพลตฟอร์มและสื่อโฆษณาให้มีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ ควรมีการปรับปรุงร่างกฎหมายโดยยึดหลักกฎหมายเปรียบเทียบและบริบทสังคมไทย เพื่อให้สามารถควบคุมและบริหารจัดการธุรกิจบ่อนกาสิโนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงไว้ซึ่งศีลธรรมอันดีของประชาชนควบคู่กันไป</p>
ธนกฤต กาญจนมาศ
ศิริญญา ดุสิตนานนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
52
74
-
ปัญหาและแนวทางแก้ไขในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าพนักงานจราจร ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281899
<p>ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แม้จะมีกฎหมายที่ใช้ควบคุมพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 แต่การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวยังประสบปัญหาในหลายด้าน อาทิ บทบัญญัติที่ไม่ชัดเจน การใช้ดุลพินิจโดยปราศจากหลักเกณฑ์แน่นอน และการขาดระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ การศึกษานี้จึงมุ่งวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้างของการบังคับใช้กฎหมายจราจรในประเทศไทย และเปรียบเทียบกับมาตรการในต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส ซึ่งมีระบบกฎหมายที่เข้มงวด โปร่งใส และมีการบูรณาการเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p> ผลการศึกษา พบว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรในประเทศไทยยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องในหลายประเด็นหลัก ได้แก่ การกำหนดโทษที่ไม่เหมาะสมและไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอ การใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงานจราจรโดยไม่มีหลักเกณฑ์ ที่ชัดเจน และการขาดระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจที่ครอบคลุมอย่างเพียงพอ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส พบว่าประเทศเหล่านี้มีมาตรการที่เข้มงวด และมีการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบ และควบคุมการกระทำผิดได้อย่างครอบคลุม ซึ่งส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายในประเทศเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าประเทศไทย</p> <p> ด้วยเหตุนี้จากการศึกษาผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ คือ (1) ควรปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายให้ชัดเจน ครอบคลุม และสอดคล้องกับระดับความร้ายแรงของความผิด โดยเฉพาะในประเด็นการใช้ดุลพินิจ (2) ควรกำหนดบทลงโทษที่เหมาะสมและสะท้อนถึงความร้ายแรงของพฤติกรรมฝ่าฝืน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความปลอดภัยบนท้องถนน (3) ควรพัฒนาระบบตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายโดยอาศัยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และ (4) ส่งเสริมการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลง การดำเนินการตามข้อเสนอเหล่านี้จะช่วยยกระดับระบบการบังคับใช้กฎหมายจราจรของไทยให้มีความเข้มงวด เป็นธรรม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
ศศิวิมล ผือกเทศ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
75
92
-
ปัญหามาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครอง และควบคุมธุรกิจค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/281912
<p>ในยุคดิจิทัล ธุรกิจค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และกระแส “Pet Humanization” ซึ่งส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงได้รับการปฏิบัติในฐานะสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายหลายประการ อาทิ การฉ้อโกงผู้บริโภค การละเมิดสวัสดิภาพสัตว์ และการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมธุรกิจค้าสัตว์เลี้ยง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 แต่ยังขาดกฎหมายเฉพาะที่สามารถกำกับดูแลธุรกิจค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการศึกษาได้วิเคราะห์มาตรการกฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสหรัฐอเมริกา พบว่าประเทศเหล่านี้มีการกำหนดมาตรการเฉพาะ เช่น การลงทะเบียนผู้ขายสัตว์เลี้ยง การบังคับใช้ใบอนุญาต การตรวจสอบสุขภาพสัตว์ก่อนจำหน่าย และการกำหนดหน้าที่ของแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้สามารถควบคุมและคุ้มครองผู้บริโภคและสัตว์ได้อย่างรัดกุม ในขณะที่ประเทศไทย ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ขาดการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ การขาดมาตรฐานด้านสุขภาพสัตว์ และกลไกการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ</p> <p> จากการศึกษานี้ เห็นควรปรับปรุงกฎหมายโดยกำหนดมาตรการเฉพาะสำหรับธุรกิจค้าสัตว์เลี้ยงออนไลน์ ทั้งในด้านการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม การลงทะเบียนและตรวจสอบผู้ขาย การกำหนดมาตรฐานสุขภาพสัตว์ และการเสริมสร้างกลไกในการป้องกันการค้าสัตว์ผิดกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีของต่างประเทศ และสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และสวัสดิภาพสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </p>
ศุภวิชญ์ ทองสมัคร
อรอมล อาระพล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
93
114
-
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐ
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/282199
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ความสมดุลระหว่างสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าหน้าที่รัฐในฐานะพลเมือง และบทบาทหน้าที่ในฐานะผู้ปฏิบัติราชการภายใต้กรอบกฎหมาย ทั้งนี้ การศึกษายังได้พิจารณาถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐในหลากหลายมิติ เช่น ความเป็นกลางทางการเมือง และการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย รวมถึงเปรียบเทียบกับกฎหมาย และแนวปฏิบัติของต่างประเทศ ได้แก่ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ราชอาณาจักรนอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร เพื่อศึกษาหลักเกณฑ์ ขอบเขต หรือแนวทางที่อาจนำมาปรับใช้ในบริบทของประเทศไทย</p> <p> โดยผลการศึกษา พบว่า กฎหมายไทยยังขาดความชัดเจนในนิยามของ “ความเป็นกลางทางการเมือง” และข้อจำกัดในการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้เกิดปัญหาการตีความ และการบังคับใช้ที่ไม่เป็นไปในทิศทางมาตรฐานเดียวกัน ในขณะที่กฎหมายของต่างประเทศ มีการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน และสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย จากผลการศึกษาดังกล่าว บทความนี้ได้เสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายไทย โดยเน้นการกำหนดขอบเขตและหลักเกณฑ์ในการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลดความคลุมเครือ และป้องกันการบังคับใช้กฎหมายที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่รัฐให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และความคาดหวังของสังคมในระบอบประชาธิปไตย</p>
สามารถ รุ่งโรจน์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
115
133
-
ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับคนทำงานขนส่งสินค้าในระบบแพลตฟอร์ม(ไรเดอร์) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/LAW_DPU/article/view/286380
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับคนทำงานขนส่งสินค้าในระบบแพลตฟอร์ม (ไรเดอร์) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จากการศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พบปัญหาทางกฎหมาย 2 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในการทำงานของไรเดอร์ในระบบแพลตฟอร์มที่มีทั้งตามสัญญาจ้างแรงงานและมิใช่สัญญาจ้างแรงงาน 2.ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กับคนทำงานขนส่งสินค้าในระบบแพลตฟอร์ม (ไรเดอร์) ซึ่งผู้เขียนมีข้อเสนอแนะว่า เห็นสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22</p>
อาจารี มีอินทร์เกิด มีสิทธิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
15 1
134
156