สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku <div id="sponsors"> <p>วารสารสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย<br />คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผ่านการรับรองคุณภาพจากศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) จากวารสารกลุ่มที่ 2 ได้เลื่อนเป็นกลุ่มที่ 1 ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2564</p> <p>Editor : ผศ. ดร. ปัทมพร วงศ์วิริยะ</p> </div> คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Faculty of Architecture, Khon Kaen University) th-TH สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย 2651-1177 <p>ทัศนะและข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ</p> การพัฒนาระบบแอโรโปนิกส์ต้นทุนต่ำสำหรับเกษตรในเมือง: การออกแบบ การนำไปใช้ และการประเมินประสิทธิภาพ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/278379 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ต้นทุน วัสดุ และตัวชี้วัดประสิทธิภาพของระบบแอโรโปนิกส์ ออกแบบและพัฒนาต้นแบบระบบแอโรโปนิกส์ต้นทุนต่ำ และประเมินประสิทธิภาพของระบบ เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับการนำระบบแอโรโปนิกส์ต้นทุนต่ำไปใช้ในที่อยู่อาศัยในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด จากการรวบรวมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของระบบแอโรโปนิกส์ต้นทุนต่ำ ด้วยการพัฒนาต้นแบบที่โดยใช้หลักทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และเทคนิคการปรับให้เหมาะสมของวัสดุ 3 รูปแบบ ประเมินประสิทธิภาพผลผลิตและต้นทุนการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำและการสูญเสียน้ำ การใช้พื้นที่และความหนาแน่นของพืช วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบ และสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับการนำระบบแอโรโปนิกส์ต้นทุนต่ำไปใช้ในที่อยู่อาศัยในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ในด้านวัสดุและความทนทานของระบบแอโรโปนิกส์ รูปแบบประเภทที่ 2 และ 3 ที่สร้างจากพีวีซีธรรมดาโดยไม่มีการป้องกันแสงยูวีมีแนวโน้มที่จะเสื่อมสภาพ ในส่วนของการประกอบชิ้นส่วนรูปแบบที่ 3 ช่วยลดเวลาในการประกอบและทำความสะอาดได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีส่วนประกอบน้อยกว่าและไม่มีน้ำขัง ในด้านการใช้พื้นที่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมในเมืองหรือพื้นที่จำกัด การวางแนวตั้งทำให้พืชมีความหนาแน่นสูงสุด แต่ก็สร้างความท้าทายในการกระจายแสง ในด้านต้นทุนของต้นแบบที่ 3 มีต้นทุนต่ำที่สุด รวมเป็นเงิน 3,620 บาท สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 20% และผลผลิตสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 15% เมื่อเทียบกับการปลูกพืชด้วยดินในพื้นที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากใช้โครงสร้างท่อ PVC ขึ้นรูปด้วยความร้อนโดยไม่มีข้อต่อ ปั๊มน้ำ 120 วัตต์ มีอัตราการไหลของน้ำ 2 ลิตรต่อนาที มีค่าความเข้มข้นของสารอาหารอยู่ที่ 1,000-1,300 ppm. โดยผลผลิตอยู่ที่ 3.5 กก.ต่อตร.ม. ด้านความทนทานของวัสดุความทนทานที่เหมาะสมด้วยต้นทุนที่ต่ำ ลดปัญหาเรื่องปรับแต่งข้อต่อแบบและไม่ส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง และความต้องการพื้นที่ของระบบแอโรโปนิกส์ขนาดเล็กขั้นต่ำเท่ากับขนาดของถังเก็บน้ำ และควรมีพื้นที่ด้านข้าง 50 ซม. ไว้สำหรับการดูแลบำรุงรักษา พื้นที่ประมาณ 1.30 ตร.ม.ต่อหน่วย สำหรับบ้านพักอาศัยเป็นพื้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบแอโรโปนิกส์ โดยการติดตั้งระบบหันหน้าไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันออกของพื้นที่บริเวณบ้านพักอาศัย เนื่องจากทิศทางแดดเหล่านี้ได้รับแสงแดดตลอดทั้งวัน สำหรับห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม พื้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระบบแอโรโปนิกส์ คือ บริเวณระเบียงของห้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีพื้นที่ที่จำกัด แต่สิ่งสำคัญ คือ ผักอาจได้รับแสงน้อยลง เนื่องจากพื้นที่ของระเบียงอาจไม่สามารถกำหนดทิศทางแสงแดดได้จากตำแหน่งของห้องในหนึ่งชั้นของอาคารที่มีความแตกต่างกันไป การใช้งานในบริบทเมืองที่มีพื้นที่จำกัดช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปลูกพืชเพื่อบริโภคในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และเพิ่มความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว</p> พุทธิกันต์ พงศ์พิชญามาตย์ ณัฐพงษ์ ประดิษฐ์ธรรม เมธี เมธีสวัสดิ์กุล ศีตลา กลิ่นรอด กิตติกุล บุญเปลี่ยน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-05-05 2026-05-05 25 2 1 18 10.14456/bei.2026.10 การประเมินศูนย์การขนส่งเมืองบ้านไผ่ด้วย Node-Place Model https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/282397 <p>บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอการประเมินศักยภาพความพร้อมของพื้นที่ย่านใจกลางเมืองบ้านไผ่ สำหรับการพัฒนาเป็นศูนย์การขนส่งตามแนวทางการพัฒนาเน้นการขนส่งเชื่อมต่อ หรือ Transit-Oriented Development (TOD) การศึกษาใช้วิธีการประเมินตามแบบจำลอง Node-Place Model ของ Luca Bertolini โดยพิจารณาศักยภาพของพื้นที่ในด้านคุณค่าความเป็น Node และคุณค่าความเป็น Place โดยใช้วิธีการสำรวจพื้นที่ในระยะรัศมี 800 เมตรจากสถานีรถไฟและสถานีขนส่งผู้โดยสาร เมืองบ้านไผ่ และใช้วิธี Pairwise Comparison และ Simple Additive Weighting ในการให้ค่าน้ำหนักองค์ประกอบความเป็น Node และความเป็น Place โดยผู้เชี่ยวชาญ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเป็น Node และความเป็น Place ของพื้นที่ศึกษาว่ามีลักษณะคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นพื้นที่สมดุล (Balance) ในระดับต่ำและใกล้เคียงความเป็นพื้นที่แบบพึ่งพา (Dependency) ผลการศึกษาบ่งชี้ว่าย่านใจกลางเมืองบ้านไผ่มีศักยภาพของความเป็น Node และ Place ในระดับต่ำ แต่องค์ประกอบของความเป็น Node และ Place ในพื้นที่ยังคงสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสของพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้ในอนาคต แนวทางการพัฒนาโดยรวมควรเน้นการเสริมสร้างความเป็น Node และความเป็น Place ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองและระหว่างเมือง การสนับสนุนการออกแบบเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับคนเดิน และการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองกระชับมีความผสมผสานของระบบกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยทำให้การใช้ต้นทุนเชิงพื้นที่ของเมืองบ้านไผ่เกิดประโยชน์สูงสุด และนำไปสู่การพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงพื้นที่ย่านใจกลางเมืองบ้านไผ่ ให้เป็นย่านศูนย์การขนส่งที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคต่อไป</p> มนสิชา เพชรานนท์ พันทิวา ศรีศิลป์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-06-22 2026-06-22 25 2 19 45 10.14456/bei.2026.11 การประเมินศักยภาพและแนวทางการพัฒนาพื้นที่จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร บริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา กับสถานีหัวรถไฟโครงข่ายขนส่งมวลชนภายในเมืองสายสีเขียว https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/278317 <p class="07-"><span lang="TH">การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ </span>TOD (Transit-oriented Development) <span lang="TH">เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การวางแผนเชิงพื้นที่ที่สำคัญสำหรับการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนของประเทศไทย แม้ว่าปี พ.ศ. </span>2564 <span lang="TH">มีผลการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กำหนดประเภท </span>TOD<span lang="TH"> สอดคล้องกับโครงข่ายคมนาคมระบบรางทั่วประเทศไทย จำนวน </span>177 <span lang="TH">พื้นที่ แต่อย่างไรก็ดียังขาดรายละเอียดการวิเคราะห์เพื่อการวางแผนเชิงพื้นที่สู่แนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาองค์ประกอบทางกายภาพ กรณีศึกษาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา เพื่อเป็นการประเมินเบื้องต้นสำหรับการวางแผนเชิงพื้นที่สู่แนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน วิธีการศึกษามี </span>4 <span lang="TH">ขั้นตอน ได้แก่ </span>1) <span lang="TH">การทบทวนวรรณกรรมและจำแนกองค์ประกอบทางกายภาพ</span> 2) <span lang="TH">การรวบรวมข้อมูลทางกายภาพเชิงพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมา </span>3) <span lang="TH">ประเมินคุณลักษณะความเป็น </span>TOD<span lang="TH"> จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมากับสถานีหัวรถไฟโครงข่ายขนส่งมวลชนภายในเมืองสายสีเขียว และ </span>4) <span lang="TH">เสนอแนะแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบจุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจร ผลการศึกษาพบว่าการพัฒนาพื้นที่จุดเปลี่ยนถ่ายการสัญจรบริเวณสถานีรถไฟความเร็วสูงนครราชสีมากับสถานีหัวรถไฟโครงข่ายขนส่งมวลชนภายในเมืองสายสีเขียว มีศักยภาพความเป็น </span>TOD <span lang="TH">ในระดับศูนย์กลางเมือง มีองค์ประกอบทางด้านเส้นทางเดินเท้ามีค่าระดับเกือบจะมาตรฐานศูนย์กลางเมืองอาจจะพิจารณารายละเอียดเชิงคุณภาพในการเชื่อมต่อโครงข่ายส่วนองค์ประกอบด้านอื่น อาทิ การเพิ่มความหนาแน่นอาคาร ความหลากหลายการใช้ที่ดินกับอาคาร สามารถใช้กลไกด้านการผังเมืองช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางกายภาพได้</span></p> ณัฐพงษ์ เพชรละออ ฐานิตา ขำวิลัย สฤษดิ์ ติยะวงศ์สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-01 2026-09-01 25 2 46 62 10.14456/bei.2026.12 การวิเคราะห์พฤติกรรมการให้บริการการขนส่งที่เหมาะสมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์ กรณีศึกษา: บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/arch-kku/article/view/284578 <p class="07-"><span lang="TH">การขนส่งทางถนนเป็นหัวใจสำคัญของโลจิสติกส์ในประเทศ แต่การขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกโดยเฉพาะระยะไกลยังเผชิญความท้าทายด้าน ต้นทุน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ เนื่องจากพฤติกรรมการขับขี่</span><span lang="TH">ที่ไม่เหมาะสมและการวางแผนเส้นทางที่ไร้ประสิทธิภาพ งานวิจัยนี้จึงมุ่ง วิเคราะห์สถานภาพการขับขี่รถขนส่งและพฤติกรรมการขนส่งสินค้าเดิมของพนักงานขนส่ง และประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยวิธี </span>Network Analysis <span lang="TH">เพื่อหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมายการขนส่ง ผลการศึกษาแบ่งออกเป็น </span>3<span lang="TH"> ประเด็น <span style="letter-spacing: -.15pt;">ประเด็นแรกจากการวิเคราะห์ข้อมูล </span></span><span style="letter-spacing: -.15pt;">GPS Tracking <span lang="TH">ของรถบรรทุก </span>6 <span lang="TH">ล้อ จำนวน </span>1 <span lang="TH">คัน ในปี </span>2567 <span lang="TH">พบว่ารถมีการใช้งาน</span></span><span lang="TH">เฉลี่ย </span>12 <span lang="TH">ชั่วโมง </span>3 <span lang="TH">นาที </span>17 <span lang="TH">วินาทีต่อวัน ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมี </span>67 <span lang="TH">วัน (ร้อยละ </span>26.27) <span lang="TH">ที่ใช้งานเกิน </span>8 <span lang="TH">ชั่วโมง รวมถึงการขับรถเร็วเกินกำหนด </span>190 <span lang="TH">ครั้ง และจอดรถโดยไม่ดับเครื่องยนต์เป็นเวลานาน ประเด็นที่สอง</span><span lang="TH">เมื่อพิจารณา </span>3 <span lang="TH">เส้นทางหลัก ได้แก่ สมุทรปราการ-อุบลราชธานี</span>, <span lang="TH">สมุทรปราการ-ภูเก็ต และสมุทรปราการ-เชียงราย พบว่าเส้นทางเดิมมีระยะเวลาการเดินทางรวมและจุดจอดพักที่มากเกินไป เช่น เส้นทางเชียงรายใช้เวลาเดินทางรวมถึง </span>69 <span lang="TH">ชั่วโมง </span>3 <span lang="TH">นาที ซึ่งรวมเวลาจอดพักที่ยาวนานอย่างผิดปกติ ประเด็นที่สาม การประยุกต์ใช้ </span>GIS <span lang="TH">และ </span><span style="letter-spacing: -.1pt;">Network Analysis <span lang="TH">ตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก (การขับรถต่อเนื่องไม่เกิน </span>3 <span lang="TH">ชั่วโมง และการพักอย่างน้อย</span></span> <span style="letter-spacing: -.15pt;">30 <span lang="TH">นาที) ส่งผลให้เส้นทางขนส่งใหม่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นทางสมุทรปราการ-อุบลราชธานี ลดเวลาลง</span></span> 11.01 <span lang="TH">ชั่วโมง ด้วยจุดจอดลดลงเหลือ </span>7 <span lang="TH">จุด เส้นทางสมุทรปราการ-ภูเก็ต ลดเวลาลง </span>9.20 <span lang="TH">ชั่วโมง ด้วยจุดจอดลดลงเหลือ </span>4 <span lang="TH">จุด และเส้นทางสมุทรปราการ-เชียงราย ลดเวลาลงถึง </span>50.70 <span lang="TH">ชั่วโมง ด้วยจุดจอดลดลงเหลือ </span>8 <span lang="TH">จุด ผลวิจัย<span style="letter-spacing: -.1pt;">ยืนยันว่าการใช้ </span></span><span style="letter-spacing: -.1pt;">GIS <span lang="TH">และ </span>Network Analysis <span lang="TH">สามารถช่วยผู้ประกอบการ ลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ได้อย่างแท้จริง สะท้อนถึงความจำเป็นในการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการขนส่ง</span></span><span lang="TH">ที่ดียิ่งขึ้น</span></p> จินตนา โพธิ์งาม ปกรณ์ เมฆแสงสวย ธีรเวทย์ ลิมโกมลวิลาศ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างวินิจฉัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-01 2026-09-01 25 2 63 79 10.14456/bei.2026.13