พุทธมัคค์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm <p><strong>วารสารพุทธมัคค์</strong> เป็นวารสารสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รับตีพิมพ์เผยแพร่บทความในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมโดยเน้นด้านานพระพุทธศาสนาและปรัชญา สหวิทยาการด้านการศึกษา และสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</p> ศูนย์วิจัยธรรมศึกษาสำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม : Research Center for Dhammasuksaphrapariyattidhamma of Watawutvikasitaram th-TH พุทธมัคค์ 2630-0788 การศึกษาวิเคราะห์อัตลักษณ์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดแม่ฮ่องสอน https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/239879 <p>การวิจัยเรื่องการศึกษาวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือ 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์อัตลักษณ์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2. เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดอัตลักษณ์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จังหวัดแม่ฮ่องสอน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพจากการค้นคว้าเอกสาร บทความ แนวคิดและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการลงพื้นที่จริงใช้การสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมเป็นลักษณะทางกายภาพความเป็นอยู่ปัจจุบัน และมีการใช้เครื่องมือในการทำเบียบวิจัยจากการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งแบ่งออกเป็นคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว แล้วสรุปเป็นตัวชี้วัดอัตลักษณ์การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p> <p>&nbsp;ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยว หากพิจารณาจะพบแนวคิดบนความเข้าใจบนลักษณะที่แสดงความเป็นตัวตนทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และความยั่งยืนของระบบนิเวศ ส่วนการวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp; การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ถูกนำเสนอผ่านชุมชนบ้านผาบ่อง ซึ่งมีอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวไทใหญ่ และชุมชนบ้านสันติชล คือชาวจีนยูนนานหรือจีนฮ่อโดยวัฒนธรรมของชุมชนทั้งสองนี้</p> <p>การค้นหาตัวชี้วัดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมในการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้วางรูปแบบตัวชี้วัดไว้ 3 ระดับคือ 1. มิติทางกายภาพ มีเป้าหมายหรือคุณค่าทางด้านเรื่องอาหาร การแต่งกายและที่อยู่อาศัยที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม 2. มิติทางจิตใจ มีเป้าหมายหรือคุณค่าทางด้านวัฒนธรรม ประเพณีและพระพุทธศาสนาที่ปรากฎอยู่ในขนบประเพณี 3. มิติทางปัญญาเน้นเป้าหมายหรือคุณค่าทางด้านการสืบทอดภูมิปัญญา ภาษา การละเล่น การแพทย์ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมคือ สืบสานการละเล่น สืบสานภาษาถิ่น มีระบบภูมิปัญญาทางการแพทย์ และรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คือ เรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาเกี่ยวกับโบราณสถานและข้าวของเครื่องใช้ของชนเผ่า</p> พระมหาพรชัย สิริวโร พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี ไข่มุก เหล่าพิพัฒนา เพ็ญพรรณ เฟื่องฟูลอย Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 1 14 การศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกลาง https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/217280 <p>การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกลาง โดยแบ่งแนวการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ส่วนของการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกลางทั้งในสายตะวันตกและสายตะวันออก และ 2) ส่วนของการวิเคราะห์แบ่งประเภทของความเป็นกลาง</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า แนวความคิดเกี่ยวกับความเป็นกลางแบ่งเป็นสองแนว คือแนวคิดเชิงอภิปรัชญาและแนวคิดเชิงสังคมประยุกต์&nbsp; แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกลางในสายตะวันตกมักเป็นแนวคิดเชิงสังคมประยุกต์&nbsp; เช่น หลักความยุติธรรมของเพลโต หลักความพอดีของศาสนายูดาห์ เป็นต้น ส่วนแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นกลางในสาย ตะวันออกมักเป็นแนวคิดเชิงอภิปรัชญา เช่น หลักจุง-หยุง&nbsp; ของขงจื๊อ หลักโยคะ ของ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู หลักมัชเฌนธรรมของพุทธศาสนา เป็นต้น</p> <p>ในส่วนของการวิเคราะห์แบ่งประเภทของความเป็นกลาง พบว่ามีรูปแบบความเป็นกลางทั้งหมด 9 ประเภท คือ ประเภทกึ่งกลาง ประเภทเท่ากัน ประเภทสมดุล ประเภทไม่เอนเอียง ประเภทเสมอภาค ประเภทดุลยภาพ ประเภทยุติธรรม ประเภทพอประมาณและประเภทไม่ยึดติด โดยความเป็นกลางทั้ง 9 ประเภทสามารถจัดหมวดหมู่ใหญ่ๆออกมาได้ 2 หมวดหมู่ คือ ความเป็นกลางสัมบูรณภาพ และความเป็นกลางสัมพัทธภาพ</p> ขวัญชัย ตั้งเรือนรัตน์ Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 25 32 ศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดเรื่องธรรมชาติของตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาทและปรัชญาจารวาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240503 <p>วิทยานิพนธ์นี้ เป็นการศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดเรื่องธรรมชาติของตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาทและปรัชญาจารวาก มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องธรรมชาติของตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาท (2) เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องธรรมชาติของตัณหาในปรัชญาจารวาก (3) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดเรื่องธรรมชาติของตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาทและปรัชญาจารวาก การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงเอกสาร &nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัย พบว่า </strong></p> <ol> <li class="show">ตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาท คือ ความทะยานอยาก 3 ประการ คือ 1. กามตัณหา ความอยากได้ความใคร่ในกามคุณ 5&nbsp; ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่น่าใคร่น่าพอใจ 2. ภวตัณหา ความอยากได้ในภพ เพื่อให้ความสุขที่จะให้คงอยู่ตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง 3. วิภวตัณหา ความไม่อยากมีในความทุกข์ อยากพ้นไปจากความทุกข์ อยากให้ทุกข์ดับสูญไป</li> <li class="show">ตัณหาในปรัชญาจารวาก คือ ความอยากมีความสุข มี 3 ระดับ คือ 1. ตัณหาในระดับพื้นฐาน เป็นระดับในการดำรงชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ เช่น อยากได้ปัจจัย 4 เพื่อดำรงชีพ เป็นต้น&nbsp; 2. ตัณหาในระดับกลาง เป็นระดับที่สร้างแรงกระตุ้นให้มีการพัฒนาการเสพความสุข ความสะดวกสบาย&nbsp; 3. ตัณหาระดับกิเลส เป็นระดับที่หมกมุ่น ฟุ่มเฟือย เพื่อสนองกิเลสที่ไม่รู้จักพอของตน</li> <li class="show">เปรียบเทียบแนวคิดของตัณหาในพุทธปรัชญาเถรวาทและปรัชญาจารวาก ดังนี้ พุทธปรัชญามองตัณหาว่า เป็นอกุศลธรรม เป็นรากเหง้าของความทุกข์ทั้งปวง มนุษย์ประสบความทุกข์เพราะมีตัณหา ดังนั้น พุทธปรัชญาจึงสอนให้ดับตัณหาที่เป็นเหตุแห่งความทุกข์ และเพื่อให้ถึงความสุข 3 ประการ คือ 1. ความสุขในโลกนี้ ได้แก่ ความสุขในปัจจุบันนี้ 2. ความสุขในโลกหน้า ได้แก่ สวรรค์ 3. สุขในพระนิพพาน ได้แก่ การดับกิเลสที่เป็นเหตุแห่งความทุกข์ ถึงสุขที่ไพบูลย์ ไม่ต้องประสบทุกข์ในวัฏฏสงสารอีกต่อไป&nbsp; ส่วนปรัชญาจารวาก มองตัณหาว่า ไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์รู้จักการเสพสุข ตัณหาเกิดขึ้นพร้อมการเกิด และดับไปพร้อมกับการตาย มนุษย์ผู้ฉลาดต้องรู้จักการนำตัณหามาใช้ประโยชน์ ดังนี้ 1. กระตุ้นให้มนุษย์ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด 2. กระตุ้นให้เกิดการเสพสุข เช่น การคิดสูตรอาหารอร่อย เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น 3. กระตุ้นให้เกิดการสร้างเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย เช่น ผลิตรถยนต์ ผลิตโทรศัพท์เพื่อใช้สื่อสาร เป็นต้น&nbsp; ดังนั้น มนุษย์ผู้ฉลาดจึงต้องรู้จักนำตัณหามาสร้างประโยชน์ ความสุข ความสะดวกสบายให้มากที่สุด 4. กระตุ้นให้เกิดการป้องกัน เช่น คิดค้นยารักษาโรค เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการมุ่งเน้นให้เสพสุขให้มากที่สุดและลดความทุกข์ให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง</li> </ol> พระเสินจัง คมฺภีรปญฺโญ Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 44 53 การถอดบทเรียนโครงการแก้ไขจุดเสี่ยงทางถนนในชุมชนโดยหน่วยจัดการร่วม (NODE) ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240711 <p>งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการถอดบทเรียน โครงการแก้ไขจุดเสี่ยงทางถนนในชุมชนภายใต้การดำเนินงานของหน่วยจัดการร่วม NODE ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นการถอดบทเรียนสรุปการดำเนินงานของโครงการจุดจัดการ จากการดำเนินงานโครงการเป็นระยะเวลา 18 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – มีนาคม 2563&nbsp; ผลการถอดสรุปบทเรียนของทุกพื้นจำนวน 6 พื้นที่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ พบว่า ทุกพื้นที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานโครงการ โดยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุเป็น 0 หลังดำเนินโครงการ&nbsp; การศึกษาวิจัยนี้ มีข้อเสนอแนะว่า ควรส่งเสริมให้ชุมชนทำวิจัยโครงการอย่างเป็นระบบด้วยชุมชนเอง เช่น การออกแบบวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลผลการวิจัยเพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนมากขึ้น</p> อุดมกฤษฏิ์ ศรีนนท์ รัศมี ศรีนนท์ เสกสรร ดีชวนะเลิศ สมคิด เชาว์ช่างเหล็ก ทวี เลียวประโคน Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 74 90 พฤติกรรมการรักษาศีล 5 ของชาวบ้านในชุมชนวังทรัพย์สิน ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240779 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp; ศึกษาพฤติกรรมและเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการรักษาศีล 5 ของชาวบ้านในชุมชนบ้านวังทรัพย์สิน ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p> <p><strong>ผลการวิจัย พบว่า</strong>&nbsp; พฤติกรรมการรักษาศีล 5 ของชาวบ้านในชุมชนบ้านวังทรัพย์สิน โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก และรายด้านมีพฤติกรรมการรักษาศีล 5 อยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีความคิดเห็นสูงสุด คือ ด้านความสนใจในการรักษาศีล รองลงมาคือ ด้านผลของการรักษาศีล ส่วนด้านที่มีความคิดเห็นต่ำสุดคือด้านศีล 5</p> <p>ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการรักษาศีล 5 ของชาวบ้านในชุมชนบ้านวังทรัพย์สิน ตำบลชะแมบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำแนกตามเพศ โดยภาพรวมมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการรักษาศีล 5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ โดยเพศชายมีความคิดเห็นต่อต่อพฤติกรรมการรักษาศีล 5 สูงกว่าเพศหญิง</p> <p>จำแนกตามระดับการศึกษา โดยภาพรวมมีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการรักษาศีล 5 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ชาวบ้านในชุมชนบ้านวังทรัพย์สินที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มีความคิดเห็นสูงกว่าระดับปริญญาตรี และระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านความสนใจในการรักษาศีล มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ด้านผลของการรักษาศีล มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05&nbsp; ส่วนด้านศีล 5 มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน</p> พระครูสิทธิวราคม พระฌานิพิทย์ อินทจารี อาทิตย์ ชูชัย สุชาติ อ่อนสร้อย วรวุฒิ สุขสมบูรณ์ สอาด ภูนาสรณ์ Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 91 98 การจูงใจตนเองในแนวทางหลังนวยุค https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240850 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดทฤษฎีการจูงใจตนเอง 2) เพื่อศึกษาปรัชญาหลังนวยุค และ 3) เพื่อวิเคราะห์การจูงใจตนเองในแนวทางหลังนวยุคสายกลาง วิธีการศึกษาเป็นแบบเชิงคุณภาพ โดยศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากตำราและงานวิจัยที่เกี่ยวกับการจูงใจตนเองและปรัชญาหลังนวยุค จากนั้นทำการวิเคราะห์เพื่อสรุปผลการวิจัย</p> <p><strong>ผลการวิจัย พบว่า</strong> 1. แนวคิดเกี่ยวกับการจูงใจที่สำคัญ เช่น แนวคิดเกี่ยวกับแรงจูงใจที่สำคัญ ได้แก่ 1) แนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม เชื่อว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจูงใจคือความต้องการผลตอบแทนที่จะได้รับ 2) แนวคิดของกลุ่มมนุษยนิยม เชื่อว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจูงใจคือแรงผลักดันจากภายในตัวบุคคล 3) แนวคิดของกลุ่มปัญญานิยม เชื่อว่า การจูงใจในการทำพฤติกรรมของบุคคลเป็นผลมาจากการที่บุคคลใช้ความคิดพิจารณา 4) แนวคิดของกลุ่มการเรียนรู้ทางสังคม เชื่อว่า การจูงใจเป็นผลมาจากความคาดหวังและคุณค่าของผลตอบแทนที่จะได้รับ 2. ปรัชญาหลังนวยุค เป็นปรัชญากระบวนทรรศน์ที่ 5 ของมนุษยชาติซึ่งมีปรัชญาอยู่ 2 สาย คือ ปรัชญาหลังนวยุคสายสุดขั้วและปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง 3. การจูงใจตนเองในแนวทางหลังนวยุคสายกลางเป็นการจูงใจบนพื้นฐานทางปรัชญาไม่ยึดมั่นถือมั่น ใช้อรรถปริวรรตเป็นเครื่องมืออย่างมีวิจารณญาณ มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้มีการจูงใจตนเองด้วยพลังสร้างสรรค์ มีพลังปรับตัว พลังร่วมมือ และพลังแสวงหา เพื่อสร้างความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา</p> เมธา หริมเทพาธิป Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 99 107 การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา : ศึกษารายกรณี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240837 <p>การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา: ศึกษารายกรณี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัยนี้ มีวัตถุประสงค์1) เพื่อศึกษาการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา: ศึกษารายกรณี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา : ศึกษารายกรณี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย และ 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา : ศึกษารายกรณี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ประชากรและกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยคือ อาจารย์ประจำหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน คณะศาสนาปรัชญา สาขาวิชาปรัชญา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 10 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แบบสัมภาษณ์&nbsp; เทคนิคและวิธีการเลือกตัวอย่าง โดยใช้การสุ่มตัวอย่างโดยไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Nonprobability sampling) วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)&nbsp;</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ผลการวิจัย พบว่า&nbsp; </strong></p> <ol> <li class="show">อาจารย์ประจำหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน สาขาวิชาปรัชญา ส่วนมากเป็นอาจารย์ที่อายุมากใกล้เกษียณอายุราชการ มีรูปแบบการสอนแบบบรรยาย โดยให้ผู้เรียนนั่งฟังอย่างเดียว มีการถามตอบเป็นบางครั้งนักศึกษามีส่วนร่วมน้อย สื่อการเรียนการสอนส่วนใหญ่เป็นเครื่องฉายภาพข้ามศีรษะ (Overhead) หรือโปรเจ็คเตอร์(Projector) มีการสอนโดยใช้ช่องทาง Social Network, Facebook ,Line น้อย</li> <li class="show">การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สาขาวิชาปรัชญา ได้ใช้ขั้นตอนในขั้นเตรียมการ โดยที่อาจารย์ผู้สอนจะต้องทำ มคอ.3 เพื่อบอกถึงจุดมุ่งหมายของรายวิชานั้นๆในการสอน บอกแผนการที่จะสอนกับนักศึกษา จนถึงขั้นสุดท้ายของการรายงานผล มอบหมายให้ทำงานกลุ่ม ค้นคว้าในประเด็นที่กำหนดให้ จากนั้นจะต้องนำเสนอหน้าชั้นเรียนให้เพื่อนๆทุกคนช่วยกันวิพากย์ จากนั้นอาจารย์ผู้สอนจะเป็นผู้สรุปประเด็นที่สำคัญให้ผู้เรียนได้เข้าใจยิ่งขั้น</li> <li class="show">ผลการทดสอบปัญหาหรือโจทย์วิจัย จะต้องพัฒนาอาจารย์ผู้สอนก่อน โดยเน้นไปที่การอบรมสัมมนาให้นำสื่อเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการเรียนการสอน เพราะหลักการเรียนรู้สมัยใหม่คือ Teach Less, Learn More สอนให้น้อยแต่ให้ลูกศิษย์เรียนได้เยอะ นี้คือหัวใจของการศึกษาสมัยใหม่</li> <li class="show">อาจารย์ผู้สอนส่วนมากเป็นผู้ที่มีอายุมาก ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้าน ICT และวิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย ควรให้นักศึกษามีการศึกษาดูงานในต่างประเทศ</li> </ol> อภิชัย พลายเนาว์ ชาญพัฒน์ ขำขัน สำราญ ศรีคำมูล Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 108 117 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงาน ของบุคลากรเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/241239 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) สภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี (2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากร เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี และ (3) ปัจจัยของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในศึกษาเป็นบุคลากรของเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 560 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างชั่วคราว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ จำนวน 170 คนโดยวิธีการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05&nbsp;&nbsp;</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า</strong> (1) สภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรีในด้านความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงาน ด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และด้านความก้าวหน้าในการทำงานในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ประกอบด้วย การจัดหาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์ และการธำรงรักษาทรัพยากรมนุษย์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรเรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรีในระดับปานกลางและ (3)ปัจจัยด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของบุคลากรเรือนจำบางขวาง จังหวัดนนทบุรี ได้แก่ การจัดหาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์ และการธำรงรักษาทรัพยากรมนุษย์โดยตัวแปรดังกล่าวสามารถร่วมกันพยากรณ์ความสำเร็จในการปฏิบัติงานในภาพรวมได้ร้อยละ 49.70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และสามารถเขียนสมการพยากรณ์ในรูปของคะแนนมาตรฐาน คือ ความสำเร็จในการปฏิบัติงานเท่ากับ 0.378 (การจัดหาทรัพยากรมนุษย์) + 0.235 (การใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์) +0.211 (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์) +0.073 (การธำรงรักษาทรัพยากรมนุษย์)</p> สิริรัตน์ ทุ่งสินธุ์ เฉลิมพงศ์ มีสมนัย จำเนียร ราชแพทยาคม Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 138 148 พระพุทธศาสนา : อิทธิพล บทบาท และแนวโน้มในยุโรป https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/206670 <p>พระพุทธศาสนามีอิทธิพลในยุโรป เนื่องจากหลักแนวคิดและหลักดำเนินชีวิต เพราะที่เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ตามความจริงในธรรมชาติ มีสมาคมชาวพุทธที่พร้อมจะส่งเสริมฐานคิดเกี่ยวกับพุทธศาสนาให้กับชาวยุโรป และองค์กรของคณะสงฆ์สามารถขับเคลื่อนพระพุทธศาสนาไปยังต่างแดนหรือยุโรปได้อีกทั้งพระพุทธศาสนามีบทบาทต่อชาวยุโรปในวิถีแห่งการดำเนินชีวิต ได้แก่ ด้านสังคมที่เน้นความสุขทางใจและช่วยลดปัญหาสังคม ด้านวัฒนธรรมที่มีรากฐานด้านวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี และศีลธรรม ด้านเศรษฐกิจที่มีการส่งเสริมให้เกิดแนวคิดแบบพอเพียงและลดความฟุ่มเฟือย ด้านการเมืองที่สนับสนุนให้เกิดการรู้จักเคารพหลักการ กฎระเบียบ กติกา และข้อบังคับต่าง ๆ และด้านการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมงานเขียนวิชาการเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่เป็นแรงจูงใจที่ทำให้ชาวยุโรปสนใจศึกษาพระพุทธศาสนา เป็นแนวโน้มที่ดีของพุทธศาสนาในยุโรป เช่น องค์การสหประชาชาติสนับสนุนการขยายตัวของพระพุทธศาสนาไปยังดินแดนตะวันตกมากยิ่งขึ้น การร่วมมือกันของกลุ่มชาวพุทธทั่วโลกทำให้องค์กรพุทธศาสนาเข้มแข็งขึ้น และผลจากกระบวนทัศน์แบบพุทธศาสนาที่สอดรับกับสภาพการณ์ในยุโรป</p> เดโช แขน้ำแก้ว Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 15 24 ทหารกับรูปแบบการสร้างความสงบในทัศนะพุทธปรัชญาเถรวาท https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/235019 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องทหารในพุทธปรัชญาเถรวาท เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องรูปแบบการสร้างความสงบในพุทธปรัชญาเถรวาท และเพื่อวิเคราะห์แนวคิดเรื่องทหารกับรูปแบบการสร้างความสงบในพุทธปรัชญาเถรวาท <strong>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เอกสาร จากผลการศึกษา พบว่า</strong> แนวคิดของทหารในพุทธปรัชญาเถรวาทมองว่า ทหาร คือ บุคคลผู้ทำหน้าที่รบและปกป้องความสงบ แยกออกเป็น 2 แบบ คือ ทหารตามหน้าที่ โดยมีหลักใหญ่ว่าเป็นการทำในฐานะรักษากับปกป้องตามอุดมคติของสังคม และทหารในฐานะอาชีพ เป็นความจำเป็นในการรักษารัฐไว้ ส่วนแนวคิดเรื่องรูปแบบการสร้างความสงบในพุทธปรัชญาเถรวาทซึ่งมี 2 รูปแบบ คือ 1. รูปแบบการสร้างความสงบทางศาสนา เป็นการสร้างความดีภายในใจหรือสร้างแรงขับเคลื่อนทางดีสำหรับการตัดสินใจทำดีแม้ในท่ามกลางความขัดแย้ง และ 2. รูปแบบการสร้างความสงบทางโลก เป็นการสร้างกระบวนการทางรูปธรรมต่อการตัดสินความขัดแย้งด้วยการประนีประนอมหรือแม้แต่การทำสงครามเพื่อพยายามหาความชอบธรรมให้กับการฆ่าด้วยการโยงกับจุดหมายที่จะทำนั้นว่ามีเหตุผลและสมควรมากน้อยเพียงใด แนวคิดเรื่องทหารกับรูปแบบการสร้างความสงบในพุทธปรัชญาเถรวาท วิเคราะห์ลักษณะสำคัญ 2 อย่างคือ 1. ทหารกับรูปแบบการสร้างความสงบผ่านการฆ่า พิจารณาบนฐานเจตนาที่บริสุทธิ์และเป้าหมายของการฆ่านั้นด้วย และ 2.ทหารกับรูปแบบการสร้างความสงบผ่านคุณธรรม โดยทหารที่จะสร้างความสงบต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองมากกว่าที่จะเน้นการฆ่าแบบทหารอาชีพกับการแย่งชิงซึ่งนำไปสู่ความไม่พอใจ และทำให้ความสงบเกิดขึ้นได้ยาก</p> แม่ชีธรรมอธิษฐาน พรบันดาลชัย พระมหาขวัญชัย กิตฺติเมธี Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 33 43 กลยุทธ์การปรับตัวองค์การเข้าสู่ยุค 4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240610 <p>ทุกการเปลี่ยนแปลงของการทำงาน ก็คือความท้าทายให้ได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นยุค 4.0 ก็เสมือนการได้ปีนขึ้นภูเขาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ามัวยืนมองอยู่ด้านล่าง คุณก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ายอดเขานั้นสวยงามขนาดไหน ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้เหนื่อยหรือรู้สึกท้อบ้าง แต่เมื่อไปถึงวันที่ประสบความสำเร็จ คุณจะรู้สึกภูมิใจและเป็นคนใหม่ที่เก่งขึ้น มีความสามารถที่สูงขึ้น ที่สำคัญคุณจะสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปได้ไม่ยากเลย เพราะฉะนั้น ยุค 4.0 จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการปรับตัว การทำงานเป็นทีม การสร้างภาวะผู้นำและการพัฒนาเพื่อต่อยอด และไม่ว่าจะอยู่ในยุค 4.0 หรืออยู่ในยุคใดก็จะไม่มีอะไรมาแทนที่ความสามารถของคุณได้อย่างแน่นอน</p> จักรี ศรีจารุเมธีญาณ ชุติมา ศรีจารุเมธีญาณ Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 54 62 พุทธศาสนา : การสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240694 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาพุทธศาสนาแนวคิดเรื่องการสร้างสันติสุข <strong>จากการศึกษา พบว่า</strong> สันติสุขสามารถเกิดขึ้นได้โดยยึดหลักธรรมาธิปไตย ด้วยการปฏิบัติตามหลักศีล 5 หลักทิศ 6 หลักไตรสิกขา และสัปปุริสธรรมหรือคุณสมบัติของคนดี ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสสามารถที่จะนำมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับบุคคลในสังคมทุกฐานะไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาส เพื่อพัฒนาชีวิตของทุกคนในสังคม ให้มีศรัทธา หิริโอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา สันติสุข เป็นความสงบสุขภายนอกและภายใน เป็นสุขทางกายและสุขทางใจ โดยหลักพุทธธรรม ตามที่กล่าวมาเป็นแนวทางให้เห็นหลักธรรมปฏิบัติที่จะนำสังคมไปสู่ความสงบสุข การขจัดความเป็นอกุศลจิตที่เกิดจากความคับแค้น พยาบาท ด้วยความรู้ ความเข้าใจ ในโทษภัยและคุณประโยชน์ จึงต้องพัฒนาไปพร้อมกันทั้งสองด้านจึงจะพบสันติสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p> ประภาส แก้วเกตุพงษ์ วิเชียร แสนมี Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 63 73 The Administration of Archaeological Sites in Buddhist Monasteries for Sustainable Development https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240729 <p>การศึกษาครั้งนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการบริหารวัดของเจ้าอาวาสที่มีโบราณสถานในการบริหารจัดการโบราณสถานในวัดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นความสำคัญของวัดที่มีโบราณสถานเพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการและพัฒนาให้เกิดขึ้น</p> <p>ดังนั้นหน้าที่ของเจ้าอาวาสในการบริหารวัด จึงต้องการเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและมีการพัฒนาที่ยั่งยืนในรูปแบบของการอนุรักษ์ในเชิงวัฒนธรรมและอนุรักษ์โบราณสถานอันเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของสถานที่นั้น ๆ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่จะเข้าใจ และให้การร่วมมือของเจ้าของถิ่นอันมีประชาชนและองค์กรท้องถิ่น โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้นำและสร้างความเข้าใจให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของวัดให้เกิดขึ้นต่อไป</p> Phramaha Mongkholkan Khangphanom Phrakhrupalad charoen Vatdhano Phralikit Thinnapanyo poonsak kamol Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 118 126 ภาวะผู้นำเชิงพระพุทธในการแก้ไขปัญหาวิกฤตทางสังคม : กรณีศึกษาโรคระบาด https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240995 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอหลักการปฏิบัติตนตามหลักเสขิยวัตรของพระสงฆ์ในด้านการแพทย์และสาธารณะสุขทางพระพุทธศาสนา เพื่อนำเสนอภาวะผู้นำเชิงพระพุทธในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดในสมัยพุทธกาลและในอดีต และเพื่อเปรียบเทียบบทบาทและภาวะผู้นำของพระสงฆ์ในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดในปัจจุบัน ผลการศึกษา พบว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นผู้นำภิกษุสงฆ์ 500 รูป ทำการปัดเป่าภัยโรคระบาดที่เมืองไพสาลีด้วยพระปริตรและตรัสเทศนารัตนสูตรรวม 7 วัน</p> <p>ด้านสาธารณะสุขทรงวางหลักปฏิบัติ 14 ข้อ สำหรับวิธีการรักษาโรค ประกอบด้วย 3 วิธี คือ 1) การดูแลรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ อาศัยพระภิกษุดูแลกันเอง บางครั้งพระพุทธเจ้าก็ลงมาดูแลด้วยพระองค์เอง และบางครั้งก็อาศัยหมอชาวบ้าน 2) การดูแลรักษาด้วยธรรมะ และ 3) การป้องกันการเกิดโรคด้วยข้อปฏิบัติสุขอนามัยในธุดงควัตร 13 ข้อ ส่วนเภสัชที่ทรงอนุญาต ประกอบด้วย 1) ชนิดที่เป็นรากไม้ 2) ฝาดที่เป็นยา 3) ยาชนิดที่ใช้ใบ 4) ยาชนิดที่ใช้ผล และ 5) ยาชนิดที่ใช้ยางไม้</p> <p>&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะสงฆ์ไทยควรคำนึงและทบทวนข้อวัตรปฏิบัติว่าได้มีการปฏิบัติตามธุดงควัตร 14 ประการหรือไม่ มีความหย่อนยานในพระธรรมวินัยหรือไม่ อย่างไร และควรมีแนวทางปฏิบัติ แนวทางปรับปรุงแก้ไขปัญหาหรืออย่างไร</p> พระมหาไพจิตร อุตฺตมธมฺโม พระมหาทศพร สุมุทุโก Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 127 137 วิชาสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน เล่ม 2 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/bdm/article/view/240343 <p>การสำเร็จการศึกษาเปรียบเสมือนการที่เราจะได้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในชีวิต บางคนอาจจะก้าวไปในหนทางที่สวยงามแต่อีกหลาย ๆ คนก็อาจจะพลัดหลงไปในหนทางที่ยากเข็ญ ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงสำคัญที่อาจส่งผลถึงทั้งชีวิต หลาย ๆ มหาวิทยาลัยจึงมีการเชิญบุคคลที่ประสบความสำเร็จมาถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิต รวมถึงข้อคิดสำคัญที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับบัณฑิต</p> <p>หนังสือเรื่อง “วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน 2”: ไม่เพียงแต่แปลความหมายของสุนทรพจน์ที่ทั้ง10 ท่าน ได้กล่าวในวันรับปริญญาของบัณฑิตมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเรียบเรียงคำให้ผู้ที่อ่านได้เข้าใจได้ง่ายขึ้น และยังมีเนื้อหากินใจผู้อ่าน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านได้อีกด้วย สุนทรพจน์ของทั้ง10 ท่าน ที่ได้กล่าวมานั้นมีแนวคิดหลายอย่างแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง10 ท่านนั่นก็คือ การให้ข้อคิด แนวทางการใช้ชีวิต แรงบันดาลใจแก่ผู้อ่านและผู้ฟัง</p> ประทีป พืชทองหลาง วรัชยา พรหมสวรรค์ Copyright (c) 2020 พุทธมัคค์ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2020-06-14 2020-06-14 5 1 149 153