https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/issue/feed วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ 2026-06-17T16:22:53+07:00 ดร.ณัชชา พัฒนะนุกิจ commarts@dpu.ac.th Open Journal Systems <p><strong>นโยบายการพิมพ์ </strong></p> <p>วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความวิชาการ และบทความวิจัยที่มีคุณภาพสูงในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Communications) และสื่อศึกษา (Media Studies) ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต สื่อดิจิทัล สื่อสังคม สื่อใหม่ ตลอดจนองค์ความรู้และข้อถกเถียงในประเด็นการสื่อสารการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ นวัตกรรมสื่อ และการสื่อสารของมนุษย์ทุกรูปแบบ โดยมีกำหนดตีพิมพ์จำนวน 2 ฉบับต่อปี ได้แก่ ฉบับมกราคม-มิถุนายน (เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน) และ ฉบับกรกฎาคม – ธันวาคม (เผยแพร่ในเดือนธันวาคม)</p> <p> </p> <p><strong>วัตถุประสงค์การพิมพ์</strong></p> <p>1. เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการของอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษาสาขานิเทศศาสตร์</p> <p>2. เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำเสนอนวัตกรรม และความเคลื่อนไหวทางด้านวิชาชีพของผู้เกี่ยวข้องในสายงานนิเทศศาสตร์</p> <p>3. เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับบุคคลทั่วไป และผู้สนใจองค์ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์</p> <p>4. เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์</p> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/275789 การเล่าเรื่องและสื่อความหมายด้านความรักในมิวสิกวิดีโอของวงทรีแมนดาวน์ 2024-08-20T14:15:15+07:00 กันตภณ นพศรี kantapon.nopsri1@gmail.com พันธกานต์ ทานนท์ phanthakan.tha@dpu.ac.th <p>งานวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเล่าเรื่องและสื่อความหมายด้านความรักในมิวสิกวิดีโอ จากกรณีศึกษาวงทรีแมนดาวน์ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561-2565 เป็นมิวสิกวิดีโอที่มีเนื้อหาและการเล่าเรื่องเกี่ยวกับด้านของความรัก จำนวนทั้งสิ้น 11 มิวสิกวิดีโอ ซึ่งจวิเคราะห์ผ่านโครงเรื่อง แก่นเรื่อง มุมมองการเล่าเรื่องตัวละคร และฉาก โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่า โครงเรื่องในมิวสิกวิดีโอของวงทรีแมนดาวน์ เป็นการเรียงลำดับเหตุการณ์อย่างมีเหตุมีผลและมีจุดหมายปลายทาง คือ ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การเริ่มเรื่อง การพัฒนาเหตุการณ์ ขั้นภาวะวิกฤต ขั้นภาวะคลีคลาย และขั้นยุติเรื่องราว มิวสิกวิดีโอของวงทรีแมนดาวน์ส่วนมากจะมีแก่นเรื่องเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง ทั้งความรักข้างเดียวความรักที่ผิดหวัง ความรักที่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ในขณะที่มุมมองการเล่าเรื่อง พบว่า ส่วนมากจะใช้วิธีการ เล่าเรื่องในมุมมองบุคคลที่หน่ง ด้านโครงเรื่อง มีการลำดับเหตุการณ์แตกต่างกันทั้งมีเหตุมีผล มีจุดหมายปลายทาง และไม่มีจุดหมายปลายทางนั้นขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเพลงที่หลากหลายเรื่องราวแต่ล้วนมีความรักทั้งสิ้น ด้านแก่นเรื่อง ความรักทีไม่สมหวัง ทั้งความรักข้างเดียว ความรักที่ผิดหวัง ความรักที่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นได้ และมุมมองการเล่าเรื่อง ส่วนใหญ่จะมีลักษณะมุมมองการเล่าเรื่องแบบ มุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยจะมีลักษณะการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของตัวละครเพียงตัวละครเดียวหรือตัวละครหลักของเรื่อง รวมไปถึงฉากที่ปรากฏอยู่ในมิวสึกวิดีโอทีช่วยสร้างอารมณ์และความเข้าใจในการเล่าเรื่องผ่านตัวละครได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้การสื่อสารความหมาย ความรักเป็นสิ่งสำคัญของการสื่อความหมาย และความแตกต่างของความรักที่บอกถึงความรู้สึกที่หลากหลายกันออกไป และใช้การสื่อสารผ่านความรักที่แตกต่างกันโดยส่วนมากจะใช้รูปแบบการสื่อความหมายโดยนัย เช่น การอุปมาอุปไมยการสื่อความหมายด้วยบางสิ่งบางอย่างแทนที่จะเป็นการสื่อความหมายโดยตรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่าการสื่อความหมายนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อกันโดยตรงเสมอไปเพราะการสื่อความหมายยังถือเป็นศาสตร์และศิลป์ของการสื่อสารไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบัน แต่ขึ้นอยู่กับการนำเสนอเป็นหลักความหมายที่หลากหลายของเพลงเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ฟังนั้นรับรู้และรู้สึกกับเพลงได้ขัดมากขึ้นผ่านการสื่อสารของเพลงและการตีความหมายของเพลง</p> 2026-06-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/284348 ช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 2026-01-27T21:02:01+07:00 ชนะทัศน์ นาคจั่น chanatus.n@gmail.com กานต์ บุญศิริ karn.boo@stou.ac.th วิทยาธร ท่อแก้ว wittayatorn.tok@stou.ac.th กุลธิดา ธรรมวิภัชน์ kuntida.tha@kumtt.ac.th <p> การศึกษาเรื่อง "ช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566" มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากรศาสตร์กับช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 และ 3) เพื่อวิเคราะห์แนวทางการกำหนดกลยุทธ์การเลือกช่องทางการสื่อสารนโยบายของพรรคการเมืองในอนาคต การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะทั่วไปและรูปแบบการใช้สื่อและสถิติเชิงอนุมานโดยใช้การทดสอบ Chi-square เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยทางประชากรศาสตร์ต่อช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมืองผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ<br /> ผลการวิจัยพบว่า 1) ช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมือง ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่ถูกเลือกมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ เฟซบุ๊ก(Facebook) ร้อยละ 63 ป้ายหาเสียง ร้อยละ 60.75 โทรทัศน์ร้อยละ 57.25 การลงพื้นที่ ร้อยละ 39.50 และ ยูทูบ (YouTube) ร้อยละ 28 ตามลำดับ โดยประชาชนส่วนใหญ่รับรู้นโยบายจากหลายช่องทางผสมผสานกัน ทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อออนไลน์ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางประชากรศาสตร์กับช่องทางการรับรู้นโยบายของพรรคการเมือง ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ อายุ อาชีพ และรายได้ (p&lt;0.05) โดยพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มประชากรในช่องทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) ยูทูบ (YouTube) เว็บไซต์ (Website) และเวทีดีเบต ซึ่งมีระดับอิทธิพลตั้งแต่ต่ำถึงค่อนข้างสูง (Cramer's V = 0.115-0.350) และ 3) วิเคราะห์แนวทางการกำหนดกลยุทธ์การเลือกช่องทางการสื่อสารนโยบายของพรรคการเมืองในอนาคต จากการจัดกลุ่มสื่อสามารถเสนอแนวทางการสื่อสารเชิงกลยุทธ์แบบแบ่งกลุ่มเป้าหมาย คำนึงถึงลักษณะและความหลากหลายของประชากร โดยใช้สื่อออนไลน์เป็นช่องทางหลักควบคู่กับสื่อดั้งเดิมและสื่อกิจกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงและการรับรู้นโยบายของประชาชน</p> 2026-06-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/286211 การสร้างสรรค์และการวิเคราะห์กลยุทธ์การเล่าเรื่องในวิดีทัศน์สั้นที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ: กรณีศึกษาช่อง 'นุ่นพากิน !! ' บน TikTok 2026-03-13T15:39:15+07:00 ชมพูนุท เมฆเมืองทอง makemuengthong30@gmail.com อารีรัตน์ โล่ห์ทอง 65142371@g.cmru.ac.th จุมพิต ศรีวัฒนพงศ์ jumpit_sri@cmru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสร้างสรรค์ (Creative Research) โดยใช้การพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารจำนวน 30 รายการในช่อง 'นุ่นพากินนน !! ' ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม พ.ศ. 2568 ร่วมกับข้อมูลเชิงประจักษ์จากระบบดิจิทัลด้วยข้อมูลสถิติจาก TikTok Analytics มีวัตถุประสงค์<br />เพื่อ 1) วิเคราะห์การสร้างสรรค์เนื้อหาวิดีทัศน์รูปแบบสั้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ผ่านช่อง TikTok 'นุ่นพากินนน !! ' 2) วิเคราะห์กลยุทธ์การนำเสนอเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จ และ 3) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของเนื้อหาผ่านระบบวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์เนื้อหาคือการบูรณาการอัตลักษณ์ท้องถิ่นเชิงรุกผ่านการสื่อสารด้วยภาษาถิ่น (ภาษาเหนือ) ร่วมกับเทคนิคสื่อใหม่ โดยเฉพาะการใช้เพลงประกอบที่เป็นกระแสและการเล่าเรื่องผ่านขั้นตอนการทำอาหารที่เน้นประสบการณ์ภาพและเสียงโดยไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวผู้สร้างสรรค์เนื้อหา ส่งผลให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเองและน่าเชื่อถือ จนสามารถสร้างค่าอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 4.97 ซึ่งอยู่ในระดับ 'ดี' องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัยครั้งนี้คือ 'รูปแบบความสำเร็จของการสื่อสารการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น' ที่ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ทางภาษาและเทคนิคภาพที่กระชับเพื่อยกระดับการรับรู้ของผู้ใช้งาน</p> 2026-06-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/287068 จากทุนสู่ภาพถ่ายคอสเพลย์: การสื่อสารวัฒนธรรมริมน้ำจันทบูร 2026-03-22T15:27:07+07:00 เหมือนฝัน คงสมแสวง muanfun.k@rbru.ac.th สริยาภา คันธวัลย์ muanfun.k@rbru.ac.th <p>งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้ทุนในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายคอสเพลย์สำหรับการสื่อสารวัฒนธรรมริมน้ำจันทบูร โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและสื่ออื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างเป็นระบบ พบว่า แต่เดิมทั้งการคอสเพลย์และชุมชนริมน้ำจันทบูรล้วนมีทุนเป็นของตนเอง ทั้งสองส่วนถูกนำมาผนวกรวมผ่านการถ่ายภาพ จึงเกิดกระบวนการผลิตซ้ำความหมายใหม่ของพื้นที่ทางวัฒนธรรม ภาพถ่ายดังกล่าวทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมดั้งเดิมกับวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยยังคงเอกลักษณ์ของพื้นที่ไว้ แม้คาแรกเตอร์คอสเพลย์จะไม่ได้มีความเชื่อมโยงเชิงเนื้อหากับบริบทท้องถิ่น แต่การนำตัวตนของคอสเพลย์เยอร์เข้ามาอยู่ในพื้นที่กลับสะท้อนเสรีภาพทางการแสดงออก และการต่อรองความหมายของพื้นที่ทาง<br />วัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางวัฒนธรรมของชุมชนริมน้ำจันทบูร ส่งเสริมให้ชุมชนมีความร่วมสมัย และเข้าถึงง่ายในสายตาคนรุ่นใหม่ ความสำเร็จของการถ่ายภาพคอสเพลย์เกิดจากการใช้ทุนทั้ง 4 แบบได้แก่ 1. ทุนเศรษฐกิจของการคอสเพลย์ 2. ทุนวัฒนธรรมจากความรู้ ความเข้าใจในตัวละคร ความสามารถในการแสดงบทบาทประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม และอาหาร สิ่งที่ได้รับการรับรองต่าง ๆ 3. ทุนสังคม อาศัยความร่วมมือของคนในชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้กับคอสเพลย์เยอร์ และ 4. ทุนสัญลักษณ์ คือ สถานที่สำคัญอันมีชื่อเสียงในชุมชน ทั้งหมดล้วนเอื้อต่อการแปรเปลี่ยนทุนที่มีอยู่ไปสู่ทุนเศรษฐกิจในอนาคต ผ่านการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่และการสร้างเนื้อหาที่ผู้บริโภคมีส่วนร่วมโดยหากมีการวางแผนการสื่อสารอย่างเป็นระบบ จะป้องกันการบิดเบือนความหมายดั้งเดิมของวัฒนธรรมท้องถิ่น และยกระดับการจัดการการสื่อสารวัฒนธรรมริมน้ำจันทบูรให้เกิดความยั่งยืนและสร้างประโยชน์ในระดับมหภาคต่อไป</p> 2026-06-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/287318 ทวี เหนือ กาล: การวิเคราะห์ความงามพุทธศิลป์สู่การศิลปะเชิงปัญญา ด้วยการผสมผสานแนวคิดสัญญะวิทยาของชาลล์ เพียรซ์ 2026-05-03T19:48:03+07:00 ยรรยงวรกร ทองแย้ม yanyongvorakorn.t@psru.ac.th <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ชีวประวัติและความงามพุทธศิลป์ของทวี บูรณเขตต์ ผ่านสื่อ ประวัติและจัดกลุ่มเนื้อหาสัญญะในการประพันธ์บทเพลง ทวี เหนือ กาล ศิลปินแห่งชาติ โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์เนื้อหาแบบตั้งเดิมคือเอกสารสิ่งจัดแสดงและการสังเกตภาคสนาม โดยไม่ได้เก็บข้อมูลกับบุคคล และใช้การประยุกต์แนวคิดศิลปะเชิงปัญญาคู่กับกรอบสัญญะวิทยาของชาลส์ เพียร์ซ เพื่อสกัดให้ได้แก่นและคำสำคัญที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมและพุทธศิลป์ แล้วนำผลการวิเคราะห์ไปสร้างสรรค์เป็นบทเพลงประกอบสารคดีที่มีรากฐานเชิงประวัติและความหมายผ่านกระบวนการคิดและการตีความเชิงวัฒนธรรม<br /> ผลการศึกษาพบว่าข้อมูลชีวประวัติและสื่อประวัติสามารถจัดกลุ่มเป็นหัวข้อสำคัญ ได้แก่ ชีวิตการทำงาน การสะสม การบูรณะ ความงามทางพุทธศิลป์ และคำยกย่อง ซึ่งแต่ละหัวข้อสามารถอ่านออกเป็นสัญญะที่สะท้อนรูปลักษณ์ การปฏิบัติ และคุณค่าทางวัฒนธรรม การจัดหมวดหมู่เชิงสัญญะดังกล่าวถูกนำมาออกแบบเป็นสิ่งแวดล้อมทางจินตนาการสำหรับการประพันธ์ ทำให้บทเพลง ทวี เหนือ กาล ทำหน้าที่ทั้งเป็นงานกวีและสื่อร่วมสมัยที่สื่อสารมรดกทางศิลปวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้งและยั่งยืน ผลงานนี้จึงเสนอแนวทางการเปลี่ยนผ่านมรดกทางวัฒนธรรมจากวัตถุจัดแสดงไปสู่ประสบการณ์ทางปัญญาผ่านการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์เชิงสัญญะและการสร้างสรรค์เชิงศิลป์</p> 2026-06-17T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์