วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca <p><strong>นโยบายการพิมพ์ </strong></p> <p>วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความวิชาการ และบทความวิจัยที่มีคุณภาพสูงในสาขาวิชานิเทศศาสตร์ (Communications) และสื่อศึกษา (Media Studies) ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต สื่อดิจิทัล สื่อสังคม สื่อใหม่ ตลอดจนองค์ความรู้และข้อถกเถียงในประเด็นการสื่อสารการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ นวัตกรรมสื่อ และการสื่อสารของมนุษย์ทุกรูปแบบ โดยมีกำหนดตีพิมพ์จำนวน 2 ฉบับต่อปี ได้แก่ ฉบับมกราคม-มิถุนายน (เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน) และ ฉบับกรกฎาคม – ธันวาคม (เผยแพร่ในเดือนธันวาคม)</p> <p> </p> <p><strong>วัตถุประสงค์การพิมพ์</strong></p> <p>1. เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานทางด้านวิชาการของอาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และนักศึกษาสาขานิเทศศาสตร์</p> <p>2. เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำเสนอนวัตกรรม และความเคลื่อนไหวทางด้านวิชาชีพของผู้เกี่ยวข้องในสายงานนิเทศศาสตร์</p> <p>3. เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับบุคคลทั่วไป และผู้สนใจองค์ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์</p> <p>4. เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพทางวิชาการของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์</p> Faculty of Communication Arts, Dhurakij Pundit University th-TH วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ 3057-0719 <p>ลิขสิทธิ์เป็นของวารสาร....</p> #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด : การศึกษาปรากฏการณ์วิทยาผ่านแฮชแท็กในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีไทย-กัมพูชา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/281925 <p>งานชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ของแฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด ในบริบทกรณีปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 โดยมุ่งวิเคราะห์ความหมาย ประสบการณ์ และอารมณ์ร่วมของผู้ใช้โซเชียลมีเดียผ่านกรอบแนวคิดปรากฏการณ์วิทยาเชิงตีความ(Hermeneutic Phenomenology) และแนวทางการวิเคราะห์ IPA (Interpretative Phenomenological Analysis) ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของบุคคลตามที่มันปรากฏ และการให้ความหมายของผู้ใช้งานต่อเหตุการณ์นั้น ผลการศึกษาพบว่า แฮชแท็กดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสารในภาวะวิกฤตระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นพื้นที่ต่อรองทางวาทกรรม (discursive space) ที่ผู้ใช้จำนวนมากนำมาใช้ทั้งในเชิงสนับสนุนกองทัพ และในเชิงวิพากษ์ต่อต้านการรัฐประหาร กลายเป็นปรากฏการณ์ "แปรเปลี่ยนความหมาย" (semantic shift) ที่สะท้อนว่าแฮชแท็กเดียวกันสามารถดำรงอยู่ได้หลาย "ชั้นความจริง" (multiple realities) ตามเจตนาและประสบการณ์ของผู้ใช้แต่ละคนนอกจากนี้ยังพบว่า แฮชแท็กมีบทบาทสำคัญในการสร้าง "บรรยากาศของการมีส่วนร่วม" (affective atmosphere) ที่เชื่อมโยงโลกออนไลน์กับการปฏิบัติทางสังคมในโลกจริง ผ่านการแชร์ โพสต์ มีม และกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งสร้างความรู้สึกร่วม (we-experience) และอัตลักษณ์ร่วมทางสังคมและการเมือง งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า แฮซแท็กในยุคดิจิทัลไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี หากแต่เป็นสื่อกลางของอารมณ์ วัฒนธรรม และอำนาจทางการเมืองที่มีพลวัตและเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง</p> เบญจรงค์ ถิระผลิกะ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-21 2025-12-21 19 2 80 93 ทัศนคติและความพึงพอใจต่อผู้ติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรมการข้าว : Rice News Channel https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/275778 <p>การศึกษาเรื่อง "ทัศนคติและความพึงพอใจต่อผู้ติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรมการข้าว : Rice News Channel" มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ คือ (1) เพื่อศึกษาลักษณะส่วนบุคคลที่แตกต่างกัน ของผู้ติดตามส่งผลต่อความพึงพอใจเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel หรือไม่ (2) เพื่อศึกษาทัศนคติและความพึงพอใจของผู้ติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel (3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของผู้ติดตามกับทัศนคติและความพึงพอใจที่มีต่อ เฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel ด้วยวิธีการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Research) และใช้การเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ (Online Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลดังนั้นผู้วิจัยจึงใช้วิธีการคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างซึ่งไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และค่าความคลาดเคลื่อนที่ระดับร้อยละ 5 โดยวิธีการกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างด้วยการคำนวณจากสูตรของคอแครน(Cochan,1977) ได้จำนวน 400 ตัวอย่าง 1. ลักษณะส่วนบุคคลที่แตกต่างกันของผู้ติดตามเพจที่ส่งผลต่อความพึงพอใจที่มีต่อเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel ได้แก่ ปัจจัยด้านเพศ ด้านระดับการศึกษา และด้านสถานภาพ โดยผู้ติดตามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ที่มีระดับการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี และมีสถานภาพสมรส มีความพึงพอใจเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel มากที่สุด 2. ผู้ติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรมการข้าว : Rice News Channel มีทัศนคติเชิงบวกและพึงพอใจเฟซบุ๊กแฟนเพจในด้านรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านข้าว ผ่านการเขียนเนื้อหาสื่อ Infographic และสื่อวีดิโอที่สนใจ และด้านการนำเสนอกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ติดตามเพจที่หลากหลาย โดยพบว่าผู้ติดตามที่เป็นเพศชาย ที่มีอายุ 49 - 59 ปี (Gen X) และมีสถานภาพสมรส จะมีทัศนคติเชิงบวกต่อเฟซบุ๊กแฟนเพจกรมการข้าว : Rice News Channel 3. ปัจจัยด้านอายุ ด้านระดับการศึกษา และด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของผู้รับสารมีความสัมพันธ์กับทัศนคติและความพึงพอใจที่มีต่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ "Rice News Channel ด้านรูปแบบและการใช้งาน และการโต้ตอบ โดยผู้ติดตามที่มีอายุมากจะมีการคิด วิเคราะห์ แยกแยะในการเปิดรับข้อมูลข่าวสารมาก และผู้ติดตามที่มีการศึกษาสูงและมีรายได้สูงต้องการเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ</p> ธนภัทร ภักดีสังข์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-21 2025-12-21 19 2 8 21 แนวโน้มการใช้สื่อโฮโลแกรมสามมิติแบบลอยตัวในอุตสาหกรรมโฆษณาไทย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/276015 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1. เพื่อศึกษาทิศทางการใช้สื่อโฮโลแกรมสามมิติแบบลอยตัวกับอุตสาหกรรมโฆษณาประเทศไทยเป็นอย่างไร 2. เพื่อศึกษาปัญหาและการยอมรับการใช้สื่อโฮโลแกรมสามมิติแบบลอยตัว กับอุตสาหกรรมโฆษณาประเทศไทยเป็นอย่างไรใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อนวัติกรรมที่มีประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์งานโฆษณาดิจิทัลมากกว่า 10 ปี และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการตลาดดิจิทัล จำนวน 6 คนผลการศึกษาพบว่า 1. หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยมีความต้องการนำสื่อโฮโลแกรมสามมิติแบบลอยตัวมาใช้กับงานสื่อสารการตลาด โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณาไทยที่คาดว่าจะช่วยสร้างความตระหนักรู้ต่อแบรนด์และสร้างความแปลกใหม่ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ โดยช่วยกระตุ้นให้จดจำข้อมูลเนื้อหาสารได้ทันที แต่ต้องพิจารณาไตร่ตรองทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ความคุ้มค่า และความรู้ความเชี่ยวชาญของผู้ใช้งาน 2.ความแตกต่างของความคิดเห็นและทัศนคติขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงวัย โดยกลุ่มเจน X มีการยอมรับสื่อโฮโลแกรมสามมิติแบบลอยตัวน้อยกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ ในขณะที่กลุ่มเจน Y และ กลุ่มเจน Z เห็นว่าเป็นเรื่องดีและสนใจเปิดรับต่อสื่อใหม่นี้ ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมโฆษณาประเทศไทยจำเป็นต้องวางแผนและเลือกใช้ให้สอดคล้องกับการเข้าถึงแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดปัญหาและการยอมรับการใช้สื่อนวัตกรรมในอนาคต</p> ธนพงศ์ สังข์วงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-21 2025-12-21 19 2 22 38 การสื่อสารดิจิทัลของแบรนด์ไอศกรีมมี่เสวี่ยและชาในเขตไทชาน เมืองไท่อัน สาธารณรัฐประชาชนจีน https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/280696 <p>The purpose of this research was: 1) To analyze the brand image and positioning of MIXUE Ice Cream &amp; Tea in Taian City, People's Republic of China. 2) To Explore potential branding strategies for MIXUE's market position 3) to find out about Brand Awareness and Recognition Communication of MIXUE Ice Cream &amp; Tea in Taishan District, Taian City People's Republic of China The research methodology was qualitative research. Through in depth interviews, the key informants were chosen by purposive sampling in 3 groups of 16 people directly involved with brand awareness and recognition of the marketing director 1 person. Branch Manager 2 persons Public relations managers 2 persons, Marketing managers 2 persons, Brand academic Professional 2 persons, Communication Arts Professor 1 person and Consumers 6 persons. The research instruments used were structured in-depth interviews and data analysis to generate conclusions. Research finding was found that 1) Consumers perceive MIXUE Ice Cream &amp; Tea as affordable and stable in quality, with distinctive features like the "Snowman" of MIXUE Bingcheng is deeply rooted in the hearts of the people and its theme song is played in the street simage and "Youthful, Fun &amp; Playful" image is built using "Brand Personification" strategy by creating the Snow King mascot, which has a cute, approachable, and humorous cartoon character. This mascot, along</p> หลิว เต๋อเซียง สุพรรณา ภัทรเมธาวรกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-21 2025-12-21 19 2 39 59 การพัฒนาสื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ในเขตสุขภาพที่ 3 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/dpuca/article/view/282683 <p>การวิจัยนี้เป็นแบบผสานวิธีเพื่อศึกษาและพัฒนาสื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและ พฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ในเขตสุขภาพที่ 3 ประชากร จำนวน 422,110 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน จำนวน 404 คน การพัฒนาสื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ในเขตสุขภาพที่ 3 ได้จากการสนทนากลุ่มของผู้เชี่ยวชาญเพื่อร่วมกันออกแบบสื่อ เพื่อนำมาจัดทำและเผยแพร่ เครื่องมือเป็นแบบสอบถามความรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก แบบประเมินความพึงพอใจสื่อและแบบบันทึกการสนทนากลุ่มที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและทดลองใช้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการแจกแจงความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบค่าที และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ 98.70 มีความรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (p &lt; 0.001) ผลการวิจัยในครั้งนี้ได้สื่อสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กสำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์ในเขตสุขภาพที่ 3 ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทำให้ความรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงสามารถนำสื่อนี้ไปใช้ประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมายในหน่วยงานภาคีเครือข่ายของเขตสุขภาพที่ 3 ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> ศศิกานต์ มาลากิจสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิเทศศาสตร์ธุรกิจบัณฑิตย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-21 2025-12-21 19 2 60 79