https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/issue/feed Economics and Public Policy Journal 2022-11-01T16:14:24+07:00 Asst.Prof.Dr.Peera Tangtammaruk epjswu@gmail.com Open Journal Systems <p>กองบรรณาธิการวารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต และบุคคลทั่วไป มีการเผยแพร่ผลงานวิชาการและงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะให้กว้างขวางมากขึ้น ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์กรมหาชน) โดยวารสารเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะอยู่ในฐานข้อมูล TCI (ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย) กลุ่มที่ 2 (ประกาศ มกราคม 2563) กระบวนการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์เป็นโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนอย่างน้อย 3 ท่าน แบบ Double-Blind Peer Reviewers มีการจัดทำวารสารปีละ 2 ฉบับ และ ตีพิมพ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบตีพิมพ์ เริ่มจัดทำตั้งแต่ปี 2553 (ISSN 1906-8522) และ รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มจัดทำในปี 2558 (ISSN 2630-0028) กำหนดการตีพิมพ์เป็นราย 6 เดือน หรือ ปีละ 2 ฉบับ ดังนี้</p> <p> 1)เดือน มกราคม-มิถุนายน</p> <p> 2)เดือน กรกฎาคม-ธันวาคม</p> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/article/view/255002 Factors Affecting the Net Asset Value of Retirement Mutual Funds (RMF) 2022-02-13T10:50:32+07:00 marut kludcharoen marut_16@hotmail.com <p><strong>บทคัดย่อ </strong></p> <p><strong> </strong>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิทำการศึกษาในช่วง ไตรมาสที่ 1 พ.ศ.2553 ถึง ไตรมาสที่ 4 พ.ศ.2563 รวมระยะเวลาการศึกษาทั้งหมด 44 ไตรมาส โดยเลือกทำการศึกษาบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด จำนวน 3 กองทุน และประมาณค่าด้วยวิธี Multiple Regression Analysis</p> <p> ผลการศึกษาพบว่ามีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ทั้ง 3 กองทุน ได้แก่ (1) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เนื่องจากการเกิดเงินเฟ้อจะส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น (2) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศจะเป็นตัวบ่งชี้การเจริญเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และ (3) ราคาทองคำ (GOLD Price) เนื่องจากทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย โดยในช่วงเวลา ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจบุคคลจะหันมาถือทองคำแทนการถือหลักทรัพย์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในบางกองทุนจากทั้ง 3 กองทุน ได้แก่ (1) อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (PIR) เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะส่งผลให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยมากขึ้น (2) อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท (EXR) เนื่องจากการอ่อนค่าของค่าเงินบาท จะส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศและยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ และ (3) การใช้จ่ายของรัฐบาล (GMS) เนื่องจากการที่รัฐบาลเพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐบาลมาจากสาเหตุการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งการใช้จ่ายของภาครัฐบาลเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจชะลอตัว</p> <p><strong>Abstract</strong></p> <p>The purpose of this research was to study the impact of factors affecting the Net Asset Value (NAV) of the Retirement Mutual Fund (RMF) by using secondary data during the first quarter of 2010 to the fourth quarter of 2020, a total study period of 44 quarters, specifically selected 3 funds from BBL Asset Management Company Limited and estimated using the Multiple Regression Analysis.</p> <p> The results of the study revealed that there are three factors affecting unit values ​​of all 3 Retirement Mutual Funds (RMF): (1) Consumer Price Index (CPI), goods and services rose causing the company to earn more income from the sale of goods and services, resulting in higher corporate profits; (2) Gross Domestic Product (GDP), an increase of this factor could be an indicator of the growth of domestic economic activity; and (3) Gold Price, in times of economic crisis, gold was considered a safe asset which people might turn to gold instead of other securities. Furthermore, there were factors affecting the value of investment units of some Retirement Mutual Funds (RMF): (1) Policy Interest Rate (PIR), the increase in PIR could generate an increase in loan from interest rates, resulting in more interest expenses; (2) Thai Baht Exchange Rate (EXR), due to the depreciation of Thai Baht, it could have a positive effect on the export of goods and tourism industry; and (3) Government Spending (GMS), an indicator of economic slowdown which the government might use as a tool to stimulate the aggregate demand.</p> 2022-10-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 Economics and Public Policy Journal https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/article/view/255920 Total Cost of Ownership Analysis for Electric Taxi in the Bangkok Metropolitan Area: Sustainable Transition to Zero Emission Vehicles 2022-03-20T10:05:27+07:00 Petchtharin Wongcharoen petchtharin.w@econ.tu.ac.th Puree Sirasoontorn puree.sirasoontorn@econ.tu.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาให้บริการเป็นรถแท็กซี่สาธารณะแทนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบัน โดยใช้แนวคิดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total cost of ownership: TCO) ซึ่งประกอบด้วยต้นทุนเอกชนและต้นทุนผลกระทบภายนอกจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ บทความนี้ยังได้ใช้แบบจำลองสภาวะเสมอภาคของต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO parity) ครอบคลุมระหว่างปี พ.ศ. 2564-2578 เพื่อวิเคราะห์ความสามารถแข่งขันในระยะยาวของรถแท็กซี่ไฟฟ้าตลอดจนประเมินประสิทธิผลของนโยบายส่งเสริมของภาครัฐเพื่อเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การนำรถยนต์ไฟฟ้ามาให้บริการแท็กซี่เกิดความคุ้มค่าในรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาไม่สูงมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาแบตเตอรี่จะลดลงในอนาคต ราคาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจะลดลงด้วยเช่นกัน ผลการศึกษาจากแบบจำลอง TCO parity พบว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะสามารถนำมาใช้แทนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในได้อย่างคุ้มค่าหากเริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568-2569 เป็นต้นไป การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์พลังงานสะอาดจะเกิดเร็วขึ้นหากรัฐบาลปรับโครงสร้างราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการแทรกแซงราคาจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่างมาตรการส่งเสริมทางภาษีและมิใช่ภาษีเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีนำเข้าจะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้ออื่น ๆ เข้ามาแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าได้มากขึ้นและช่วยให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ในปัจจุบันมีรถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายให้เลือกเพื่อนำมาให้บริการต่อไป</p> <p><strong>Abstract</strong></p> <p>This paper aims to assess the economic value of electric taxi in replace of internal combustion engine taxi by using the total cost of ownership (TCO). TCO includes private costs and external costs from greenhouse gas emissions and air pollution. This paper also adopts the TCO parity model during 2021–2035 to analyze the long-term competitiveness of electric taxis, as well as to assess the effectiveness of the government measures to promote and accelerate the transition to zero emission vehicles in public transport.</p> <p>The findings revealed that electric taxi is cost-effective, particularly electric cars with low purchase prices. Due to declining cost of batteries, the cost of electric taxis will decline accordingly in the future. The study of TCO parity model found that electric taxis could be a cost-effective replacement for internal combustion-engine taxis from 2025 to 2026. The transition to zero emission vehicles will occur faster if the government restructures liquefied petroleum gas (LPG) prices by eliminating price interventions from the Oil Fund. Furthermore, combination of tax and non-tax incentives is a very effective approach. The exemption from import tariff, in particular, will allow the other brands of electric vehicles to penetrate competitively into the electric vehicle market. Taxi operators will have a variety of electric vehicles to choose for providing their services.</p> <p> </p> 2022-10-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 Economics and Public Policy Journal https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/article/view/258490 Sales Forecasting of Ready Mixed Concrete A Case Study of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership 2022-06-28T15:22:51+07:00 Kamonphan Jaemjaeng 263380322002-st@rmutsb.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยที่มีผลต่อยอดขายคอนกรีตผสมเสร็จ กรณีศึกษา: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต 2) พยากรณ์ยอดขายคอนกรีตผสมเสร็จ กรณีศึกษา: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต โดยเก็บข้อมูลทุติยภูมิของยอดขายคอนกรีตผสมเสร็จ กรณีศึกษา: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต เป็นรายเดือนในระหว่างปี 2557 - 2563 วิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เทคนิคการพยากรณ์วิธี Exponential Smoothing และวิธี Box-Jenkins : ARIMA Models</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยที่มีผลต่อยอดขายคอนกรีตผสมเสร็จ กรณีศึกษา: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต ได้แก่ พื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง การก่อสร้างภาคเอกชนและผลิตภัณฑ์มวลรวมในจังหวัดต่อหัว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และเมื่อพิจารณาช่วงฤดูกาล พบว่า ในช่วงไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 1 ของปี จะส่งผลให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้นและลดลง ตามลำดับ ทุกปัจจัยสามารถร่วมกันพยากรณ์ยอดขายของกรณีศึกษาได้ร้อยละ 86.3 2) แนวโน้มยอดขายของกรณีศึกษา: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต ในอีก 3 ปีข้างหน้า พบว่า มีแนวโน้มยอดขายคอนกรีตผสมเสร็จที่เพิ่มสูงขึ้นโดยมีลักษณะของอิทธิพลของฤดูกาลด้วย ซึ่งผลที่ได้จากการวิจัยจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ทรัพย์เจริญ คอนกรีต สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนกำลังคน แผนกำลังการผลิตและแผนการตลาด ตลอดจนเป็นแนวทางกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจให้สามารถตอบสนองความต้องการคอนกรีตผสมเสร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p><strong>ABSTRACT</strong></p> <p> The purposes of this research were 1) to study factors that affecting to ready mixed concrete of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership. and 2) to forecast the sales volume of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership. The secondary data on ready-mixed concrete sales collected monthly during the year 2014 – 2020. This study was a quantitative method by using the principle of Multiple Regression Analysis (MRA), Exponential Smoothing and Box-Jenkins: ARIMA Models.</p> <p> The finding revealed that 1) factors that affecting to ready mixed concrete of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership statistically significant different at the .05 level were 1. Construction Permitted Area, 2. Private Sector Construction and 3. Gross Provincial Product (GPP). Regarding to seasonality forecast found that Q3 and Q1 affecting to sales volume of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership. Three factors above could be explained the sales equation 86.3%. 2) Sales forecasting of S. Subcharoen Concrete Limited Partnership over the next three years would be increasing with the seasonal effect. Therefore, S. Subcharoen Concrete Limited Partnership should plan manpower, production plan, marketing plan as well as business strategies to meet the needs of customers effectively.</p> <p> </p> 2022-10-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 Economics and Public Policy Journal https://so01.tci-thaijo.org/index.php/econswu/article/view/255085 Analysis of Teaching Impacts During the Covid-19 Virus Epidemic Case Study: Faculty of Economics, Srinakharinwirot University 2022-03-28T09:41:03+07:00 Jutamas Chumsiri jutamasc@g.swu.ac.th จุฑามาศ ฉ่ำศิริ jutamasc@g.swu.ac.th <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> การวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์ผลกระทบด้านการเรียนการสอนในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กรณีศึกษา : คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบด้านการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของนิสิต ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในการศึกษาครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม ได้แก่ นิสิต คณาจารย์ และ บุคลากรสายปฏิบัติการ โดยสุ่มตัวอย่างจำนวน 119 คน จากประชากร 792 คน แบ่งเป็น นิสิต 88 คน คณาจารย์ 18 คน และบุคลากรสายปฏิบัติการ 13 คน โดยวิเคราะห์ด้วย สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS</p> <p><strong>ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยด้านผลกระทบการเรียนออนไลน์ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อผลการเรียนของนิสิต ไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 แสดงให้เห็นว่าปัจจัยด้านผลกระทบการเรียนออนไลน์ ไม่มีผลต่อผลการเรียนของนิสิต เนื่องมาจากผู้สอนมีการมอบหมายงานเพื่อให้นิสิตศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองมากขึ้น และลดสัดส่วนคะแนนการสอบลง เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ นอกจากนี้นิสิตได้มีการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อสามารถเรียนทางออนไลน์และทบทวนเนื้อหารายวิชาย้อนหลังได้ ขณะที่ปัจจัยด้านความพึงพอใจการเรียนแบบออนไลน์ ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อผลการเรียนของนิสิต ไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 เช่นกัน แสดงให้เห็นว่าปัจจัยด้านความพึงพอใจการเรียนแบบออนไลน์ไม่มีผลต่อผลการเรียนของนิสิต เนื่องมาจากทางคณะเศรษฐศาสตร์ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดหาสิ่งสนับสนุนในการเรียนการสอนแก่คณาจารย์ อย่างเช่น การสั่งซื้อโปรแกรม Zoom แบบถูกลิขสิทธิ์ และการพัฒนาเครือข่ายสัญญาณระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น</strong></p> <p><strong>ABSTRACT</strong></p> <p> The research aimed to impact analyse of online teaching that affects students' academic performance during the pandemic period of COVID–19. In this study, the data of three groups of samplings were analysed including students, lecturers, and practitioners by randomly sampling 119 people from a population of 792 people divided into 88 students, 18 lecturers, and 13 practitioners by analysing descriptive statistics and One-Way ANOVA with SPSS Package.</p> <p>The results indicated as follow; factors affecting online learning during the pandemic period of COVID–19 affected student's academic performance which was not different at a significance level of 0.05. It showed that the impact factor of online learning did not affect the student's academic performance because the lecturers have had assignments to allow students to study more on their own and reduced the proportion of test scores to be consistent with online teaching management. Moreover, students were prepared in terms of equipment and internet systems to be able to study online and reviewed the course content backward. Although, the satisfaction factor of online learning during the pandemic period of COVID–19 affected student's academic performance which was not different at a significance level of 0.05 as well. It revealed that the online learning satisfaction factor did not affect the students' academic performance because the Faculty of Economics has prepared to provide teaching support for lecturers, such as ordering a licensed Zoom program and the Internet signal network development.</p> <p> </p> 2022-10-31T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 Economics and Public Policy Journal