https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/issue/feed
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2025-12-25T12:51:57+07:00
ผศ.ดร.กิตติพงษ์ วงศ์ทิพย์ (Asst. Prof. Dr. Kittipong Wongthip)
khrudaysi@hotmail.com
Open Journal Systems
<p> คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดทำวารสารขึ้นเพื่อเผยแพร่บทความวิจัย บทความทางวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยจำแนกตามกลุ่ม ดังต่อไปนี้ </p> <p> - ภาษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์</p> <p> - ศิลปกรรม ดนตรี และนาฏศิลป์</p> <p> - ปรัชญาและศาสนา</p> <p> - การเมืองการปกครอง การพัฒนาชุมชน และกฎหมาย</p> <p> - สหวิทยาการจัดการเรียนรู้</p> <p> - สารสนเทศศาสตร์ ภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ</p> <p> วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตีพิมพ์ฉบับแรก เมื่อปี พ.ศ.2562 เป็นวารสารฉบับตีพิมพ์แบบรูปเล่ม ISSN 2730-2873 (Print) และพัฒนาเป็นรูปแบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ISSN 2822-0234 (Online) ทั้งนี้เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อค้นพบ ข้อคิดเห็นทางวิชาการ และวิจัยแก่นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา นักวิจัย ตลอดจนบุคคลทั่วไป ทั้งชาวไทย และต่างประเทศที่มีความสนใจทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</p> <p> ซึ่งวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ได้รับการรับรองคุณภาพ ตามประกาศผลการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre: TCI) รอบที่ 5 <br />จัดอยู่ใน <strong>วารสารกลุ่มที่ 2</strong> โดยรับรองคุณภาพ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2572</p> <p> ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ ทั้งผู้นิพนธ์บทความจากหน่วยงานภายใน และหน่วยงานภายนอก โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ ในอัตรา<strong> 3,500 บาท/เรื่อง </strong>เริ่มจากผู้เขียนที่ <strong>Submission</strong> บทความตั้งแต่วันที่ <em><strong>1 มกราคม 2569</strong></em> เป็นต้นไป</p>
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/279345
หลากลีลา หลายเทคนิคของจิ๊กซอว์: นานาลักษณะของการประยุกต์ เทคนิคจิ๊กซอว์เพื่อการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย
2025-05-16T15:33:36+07:00
พิณพนธ์ คงวิจิตต์
Kongwijit_p@su.ac.th
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล
buranasinvattan_k@su.ac.th
ยรรยงค์ สิกขะฤทธิ์
sikkharit_y@silpakorn.edu
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอเทคนิคจิ๊กซอว์ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือที่สามารถนำมาประยุกต์ในการสอนภาษาไทย โดยการศึกษาและวิจัยเอกสารคัดสรรที่เกี่ยวข้องกับหลักการและการประยุกต์ใช้เทคนิคจิ๊กซอว์ในการจัดการเรียนรู้ ผลการศึกษาพบว่า เทคนิคจิ๊กซอว์ที่ปรากฏในปัจจุบันมีหลายลักษณะ ได้แก่ เทคนิคจิ๊กซอว์ 1 เทคนิคจิ๊กซอว์ 2 เทคนิคจิ๊กซอว์ 3 เทคนิคจิ๊กซอว์ 4 เทคนิครีเวิร์สจิ๊กซอว์ และเทคนิคซับเจกต์จิ๊กซอว์ โดยแต่ละเทคนิคมีลักษณะสำคัญร่วมกัน คือ จำแนกผู้เรียนเป็นกลุ่ม กำหนดภาระหน้าที่ และถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิก ส่วนลักษณะที่ต่างกัน คือ เทคนิคจิ๊กซอว์ 1 เน้นการประเมินรายบุคคล เทคนิคจิ๊กซอว์ 2 เพิ่มการให้รางวัลกลุ่ม เทคนิคจิ๊กซอว์ 3 เพิ่มการประเมินกลุ่มก่อนรายบุคคล เทคนิคจิ๊กซอว์ 4 เพิ่มกระบวนการนำเข้าสู่บทเรียน การทดสอบหลายครั้ง และการสอนเสริม เทคนิครีเวิร์สจิ๊กซอว์เน้นการอภิปรายและตีความ ส่วนเทคนิคซับเจกต์จิ๊กซอว์เน้นการสลับกลุ่มหลายครั้งเพื่อเรียนรู้บทเรียนทั้งหมด เมื่อพิจารณางานวิจัยที่ประยุกต์เทคนิคจิ๊กซอว์ในการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ทั้งด้านวรรณคดีไทย หลักการใช้ภาษาไทย และการอ่านเชิงวิเคราะห์ พบว่า เทคนิคจิ๊กซอว์สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถทางวิชาการ ทักษะทางสังคม และคุณลักษณะของผู้เรียน ทั้งนี้ผู้วิจัยได้นำเสนอตัวอย่างการประยุกต์เทคนิคจิ๊กซอว์เพื่อการสอนภาษาไทยในแต่ละด้าน ได้แก่ การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม การเขียน การพูด การฟังและดู และหลักการใช้ภาษาไทยเพื่อแสดงให้เห็นว่า เทคนิคดังกล่าวสามารถนำมาใช้จัดการเรียนการรู้ได้อย่างหลากหลาย</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/278136
การศึกษาสถานการณ์พุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยาที่ปรากฏในสังคีติยวงศ์
2025-02-03T13:02:32+07:00
ชนินทร์ ผ่องสวัสดิ์
chaninphopsawat@gmail.com
<p>บทความวิชาการเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความเป็นมาของสังคีติยวงศ์ 2) ศึกษาสถานการณ์พุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยาที่ปรากฏในสังคีติยวงศ์ และ 3) วิเคราะห์สถานการณ์พุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยาที่ปรากฏในสังคีติยวงศ์ ผลการศึกษาพบว่า สังคีติยวงศ์เป็นวรรณกรรมพุทธศาสนากลุ่มพงศาวดารที่กล่าวถึงเหตุการณ์ทางพุทธศาสนาตั้งแต่หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้กล่าวถึงสถานการณ์พุทธศาสนาในสมัยกรุงศรีอยุธยาผ่านเรื่องราวของกษัตริย์อยุธยา แสดงให้เห็นว่ากษัตริย์เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการอุปถัมภกพุทธศาสนา จนกระทั่งกษัตริย์อยุธยาพระองค์สุดท้ายสวรรคตและกรุงศรีอยุธยาล่มสลายจึงส่งผลให้พุทธศาสนาได้รับผลกระทบเพราะขาดกษัตริย์อุปถัมภ์ จากการวิเคราะห์สถานการณ์พุทธศาสนาในกรุงศรีอยุธยาพบว่า ภัยสงครามเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์พุทธศาสนาไปในทิศทางที่ย่ำแย่ สังคีติยวงศ์ได้กล่าวถึงสถานการณ์พุทธศาสนาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาว่ามีสถานการณ์ที่ย่ำแย่เพราะเกิดสงครามในพม่า ต่อมาสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ได้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ทำให้พุทธศาสนามีสถานการณ์ในทิศทางที่ดีขึ้น และได้รับการอุปถัมภกจากกษัตริย์มาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้กรุงศรีอยุธยาจะเป็นอาณาจักรที่นับถือพุทธศาสนา กษัตริย์บางพระองค์ได้ปราบดาภิเษกต้องสังหารกษัตริย์พระองค์ก่อนอันเป็นการก่ออกุศลกรรม ได้แก่ สมเด็จพระราเมศวร สมเด็จพระไชยราชาธิราช และขุนวรวงศาธิราช เป็นต้น แต่มีบางพระองค์ที่อุปถัมภกพุทธศาสนาด้วยความศรัทธา ได้แก่ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ด้วยกษัตริย์ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาสร้างอกุศลกรรม ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าเสือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ และสมเด็จพระเจ้าเอกทัศ ทำให้สอดรับว่า กรุงศรีอยุธยาล่มสลายเพราะกษัตริย์สร้างอกุศลกรรม หลังจากกรุงศรีอยุธยาแพ้สงคราม ประชาชนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการอุปถัมภ์พุทธศาสนา รวมถึงพระสงฆ์ได้หวนกลับมาทำนุบำรุงพุทธสถาน รักษาคัมภีร์และพระพุทธรูปที่มีสภาพสมบูรณ์เท่าที่รวบรวมได้ ทั้งยังแสดงธรรมโปรดประชาชนและประชาชนได้ทำบุญเพื่ออุทิศผลบุญให้กับญาติผู้ล่วงลับในสงคราม</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/279821
การเปลี่ยนแปลงและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การของบุคลากร สายสนับสนุนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2025-05-26T10:44:21+07:00
เกตุดาว หลงลืม
ketdao.l@cmu.ac.th
ภาสกร เตวิชพงศ์
ketdao.l@cmu.ac.th
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความไว้วางใจผู้นำ และความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีบทบาทการเป็นตัวแปรสื่อของความไว้วางใจผู้นำในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 330 คน ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นและแบบสะดวก เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบวัดภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง แบบวัดความไว้วางใจผู้นำ แบบวัดความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ และแบบสอบถามลักษณะส่วนบุคคล สถิติที่ใช้ ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนาและสถิติอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐานการวิจัยและศึกษาตัวแปรสื่อ วิเคราะห์อิทธิพลสื่อด้วยโปรแกรม Process Macro แบบจำลองที่ 4 ผลจากการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลทางตรงต่อความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 ส่วนภาวะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิทธิพลทางตรงต่อความไว้วางใจผู้นำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อีกทั้งความไว้วางใจผู้นำมีอิทธิพลทางตรงต่อความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สำหรับการวิเคราะห์อิทธิทธิพลทางอ้อมพบว่า ความไว้วางใจผู้นำมีบทบาทเป็นตัวแปรสื่อแบบสมบูรณ์ในความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การของบุคลากรสายสนับสนุน</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/279021
ความหมายทางวัฒนธรรมของ “เจ้าพ่อปู่ยักษ์” ในฐานะท้าวเวสสุวรรณ ของชุมชนศรีล้อม จังหวัดลำปาง
2025-05-25T12:10:17+07:00
พีระพันธ์ ตันวงศ์
namasate_sriganesaya_namaha@hotmail.com
สิริชญา คอนกรีต
namasate_sriganesaya_namaha@hotmail.com
<p>บทความวิจัยเรื่อง ความหมายทางวัฒนธรรมของ “เจ้าพ่อปู่ยักษ์” ในฐานะท้าวเวสสุวรรณของชุมชนศรีล้อม จังหวัดลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความหมายทางวัฒนธรรมของ “เจ้าพ่อปู่ยักษ์” ในฐานะท้าวเวสสุวรรณ ของชุมชนศรีล้อม จังหวัดลำปาง ผ่านเรื่องเล่า วัตถุสัญลักษณ์ และพิธีกรรม โดยใช้การศึกษาวัฒนธรรมตามแนวคิดของคลิฟฟอร์ด เกียร์ซ (Clifford Geertz) ผลการวิจัยพบว่า “เจ้าพ่อปู่ยักษ์” มีความหมาย 3 ประการ ได้แก่ 1) ความหมายของความเชื่อที่สัมพันธ์กับท้องถิ่นล้านนา 2) ความหมายที่สัมพันธ์กับศาสนาพราหมณ์และพุทธ และ 3) ความหมายจากการปะทะสังสรรค์ระหว่างความเชื่อของภาคกลางกับล้านนา ซึ่งความหมายทางวัฒนธรรมทั้ง 3 ประการนี้ยังสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนและชุมชนวัดศรีล้อม</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/279353
การประเมินผลแนวทางการขับเคลื่อนองค์ความรู้การวิจัยเพื่อสร้างท้องถิ่นไทยให้ยั่งยืน
2025-03-07T12:08:05+07:00
สัญญา สะสอง
sudarat.piangor@gmail.com
อุรพล แดนโพธิ์
sudarat.piangor@gmail.com
สุดารัตน์ สมบัติ
sudarat.piangor@gmail.com
Yukiko Kawai
sudarat.piangor@gmail.com
วทัญญู ศรีอุทัย
sudarat.piangor@gmail.com
ศศิธร ศรีรัตน์
sudarat.piangor@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของการจัดประชุมวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ระดับชาติครั้งที่ 4 และระดับนานาชาติครั้งที่ 2 หัวข้อ การขับเคลื่อนองค์ความรู้ การวิจัยเพื่อสร้างท้องถิ่นไทยให้ยั่งยืน ซึ่งจัดโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ และการส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่ประกอบด้วย ผู้เข้าร่วมประชุม ผู้นำเสนอบทความ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวนทั้งสิ้น 130 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 56.7 และมีสถานะเป็นผู้เข้าร่วมประชุมวิชาการมากที่สุด ร้อยละ 65.7 ความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมฟังการบรรยายพิเศษอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58, S.D. = 0.52) โดยเฉพาะในด้านความชัดเจนและครบถ้วนของเนื้อหา ตลอดจนความสามารถของวิทยากรในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ผลการประเมินโดยรวมสะท้อนให้เห็นว่า การจัดประชุมวิชาการมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ สามารถเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/277183
การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ภาษาฝรั่งเศสสำหรับร้านนวดพลอยสบายไทย ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
2025-03-12T10:17:42+07:00
กิตติพงษ์ ติรณะรัต
tiranarata@g.cmru.ac.th
สุทธินี เดชารัตน์
tiranarata@g.cmru.ac.th
พงศา กันทะสอน
tiranarata@g.cmru.ac.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ภาษาฝรั่งเศสสำหรับร้านนวดพลอยสบายไทย ตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อสื่อประชาสัมพันธ์ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการ การดำเนินการวิจัยเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาร่วมกับเจ้าของกิจการ การออกแบบและพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ และการประเมินผล กลุ่มที่ให้ข้อมูลประกอบด้วยเจ้าของกิจการ 1 คน ผู้เชี่ยวชาญ 2 คน และนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสหรือผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แผ่นพับประชาสัมพันธ์ภาษาฝรั่งเศส วีดิทัศน์ TikTok ภาษาฝรั่งเศส และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สื่อประชาสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยแผ่นพับภาษาฝรั่งเศสที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับร้าน บริการ ราคา ผลิตภัณฑ์ และ QR Code ที่เชื่อมโยงกับวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์บนแพลตฟอร์ม TikTok ซึ่งมีความยาว 1 นาที 24 วินาที ผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายพบว่า กลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจต่อแผ่นพับประชาสัมพันธ์ในระดับมากที่สุด (=4.62, S.D.=0.61) และมีความพึงพอใจต่อวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ในระดับมาก (=4.36, S.D. = 0.69) โดยรายการที่มีคะแนนความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ การใช้งาน QR Code และความกระชับของเนื้อหา</p>
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husocjr/article/view/285303
บทบรรณาธิการ
2025-12-25T12:51:57+07:00
กิตติพงษ์ วงศ์ทิพย์
khrudaysi@hotmail.com
2025-12-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่