https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/issue/feed วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2026-06-30T12:09:09+07:00 Editor-in-Chief journal@law.chula.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวารสารวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์ มีเป้าหมายและขอบเขตเพื่อตีพิมพ์บทความวิชาการและบทความวิจัยในสาขาวิชานิติศาสตร์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ทันสมัย ริเริ่มสร้างสรรค์ และมีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์และต่อสังคมในวงกว้าง&nbsp;</p> https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286379 ภาษีทรัมป์กับองค์การการค้าโลก: ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีล่มสลายแล้ว? 2026-02-17T10:06:58+07:00 ศักดา ธนิตกุล sakda.T@chula.ac.th <p>แม้ว่าองค์การการค้าโลกจะไม่สามารถทำอะไรกับภาษีทรัมป์ได้และปล่อยให้สหรัฐอเมริกาขึ้นอัตราภาษีกับประเทศคู่ค้า 59 ประเทศ ในรูปแบบการเจรจาแบบทวิภาคีก็ตาม แต่ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีก็อาจยังไม่ถึงขั้นล่มสลาย เนื่องจากเหตุผลสองประการ ประการแรก คือ ประเทศคู่ค้า (ยกเว้นจีนและแคนาดา) ไม่ได้ขึ้นอัตราภาษีนำเข้าตอบโต้และสัดส่วนการค้าของสหรัฐอเมริกาในการค้าโลกคิดเป็นเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น ประการที่สอง คือ ภาษีทรัมป์ที่มีพื้นฐานแนวคิดของลัทธิกีดกันทางการค้ามีความขัดแย้งอย่างมากกับแนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่เชื่อในการค้าเสรีแบบพหุภาคี ทำให้เชื่อได้ว่าภาษีทรัมป์จะไม่ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม มี “การแตกร้าว” ในระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นผู้กำกับดูแลและบริหารกฎเกณฑ์ กล่าวคือ การไม่มีผู้ตัดสินในองค์กรอุทธรณ์ ส่งผลให้กลไกการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลกกลายเป็นอัมพาตและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่มีสถานะเหนือประเทศสมาชิกอื่น ๆ อีก 165 ประเทศ เนื่องจากเป็นสมาชิกประเทศเดียวในองค์การการค้าโลกที่สามารถกำหนดอัตราภาษีนำเข้าได้ตามอำเภอใจโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศักดา ธนิตกุล https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282698 ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการปฏิรูปกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไทยภายใต้อิทธิพลกฎหมายอังกฤษ 2025-08-05T14:44:15+07:00 วิริยะ ก้องศิริวงศ์ w.kongsiriwong@gmail.com กิตติภพ วังคำ kittipob@tu.ac.th <p>ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงมาสู่การจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สยามในยุคปฏิรูประบบกฎหมายได้ใช้วิธีการตรากฎหมายวิธีพิจารณาความใช้ไปพลางก่อนในการชำระคดีแพ่ง เช่น พระราชบัญญัติลักษณะพยาน ร.ศ. 113 และ พระราชบัญญัติกระบวนพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. 115 จากการศึกษาพบว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความดังกล่าวได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกฎหมายวิธีพิจารณาความของอังกฤษ ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สนธิสัญญาเบาว์ริงและการเกิดขึ้นของศาลกงสุลอังกฤษ อิทธิพลของกฎหมายอังกฤษต่อนักกฎหมายชาวไทยผ่านระบบการศึกษา ตลอดจนอิทธิพลของประเทศอังกฤษเหนือดินแดนบางส่วนของสยาม แนวคิดวิธีพิจารณาความตามแบบกฎหมายอังกฤษจึงได้รับการส่งต่อเรื่อยมาในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับปัจจุบัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นมาเชิงประวัติศาสตร์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงจนถึงการจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของกฎหมายอังกฤษที่มีต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทย</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิริยะ ก้องศิริวงศ์, กิตติภพ วังคำ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/284415 ความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศส: วิวัฒนาการและความสำคัญทางหลักกฎหมายของแนวคิด “Personnes Morales” 2025-11-07T10:07:38+07:00 โรส ชาร์เม็ตต์ charmetterose@gmail.com <p>บทความนี้ศึกษาวิวัฒนาการของความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศสผ่านแนวคิด <em>personnes morales</em> ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 121-2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาฝรั่งเศส โดยศึกษาแนวคิดนี้ภายใต้กรอบของความรับผิดของนิติบุคคลต่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งโดยหลักแล้วกำหนดความรับผิดแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น คำถามวิจัยหลักของการศึกษานี้คือ แนวคิด <em>personnes morales</em> ของฝรั่งเศสช่วยอุดช่องว่างของความรับผิดทางอาญาในกรณีที่นิติบุคคลได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงตามธรรมนูญกรุงโรมได้หรือไม่ และแนวคิดนี้สามารถนำมาใช้กับความรับผิดทางอาญาระหว่างประเทศได้เพียงใด</p> <p>บทความได้วิเคราะห์คดีสำคัญ เช่น คดีอื้อฉาวทางเภสัชกรรม <em>Mediator</em> คดี <em>Lafarge S.A.</em> ในซีเรีย และคำพิพากษา <em>Association Sportive</em> ซึ่งตัดสินโดยศาลอาญาของฝรั่งเศส โดยที่ศาลได้วางหลักเกี่ยวกับเจตนาของนิติบุคคล (<em>corporate mens rea</em>) ผสมผสานกับความรับผิดโดยอาศัยการเป็นตัวแทนและความรับผิดโดยอิสระขององค์กร รวมถึงวิธีที่ศาลฝรั่งเศสบังคับใช้บทลงโทษกับนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงเปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและสวีเดนเพื่อแสดงให้เห็นแนวทางทางเลือกอื่น ๆ และเน้นย้ำว่าระบบฝรั่งเศสมีส่วนช่วยในการพัฒนาแนวคิดความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลอย่างไร</p> <p>ท้ายที่สุด บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าหลักคำสอนของ <em>personnes morales</em> ไม่เพียงแต่เป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางเชิงทฤษฎีที่สามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของความรับผิดในกฎหมายอาญาระหว่างประเทศได้และเสนอข้อคิดสำคัญสำหรับการปฏิรูปในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับข้ามเขตอำนาจศาล</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรส ชาร์เม็ตต์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282267 คำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทในการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ 2025-07-09T09:30:08+07:00 สุวิทย์ สุวรรณ suwit@navinlaw.com <p>คำชี้ขาดที่เกิดจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศมักจะลงท้ายด้วยส่วนที่เป็นประกาศิต 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคำชี้ขาดที่ว่าด้วยจำนวนค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนที่ฝ่ายแพ้คดีจะต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดีหรือปฏิบัติการชำระหนี้รูปแบบอื่นให้แก่ฝ่ายที่ชนะคดี รวมเรียกว่าเป็น<strong>คำชี้ขาดในเนื้อความแห่งคดี</strong> ส่วนที่สองเป็นคำชี้ขาดในเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งมักกำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายแพ้คดีต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดี เรียกว่า<strong>คำชี้ขาดในส่วนค่าใช้จ่าย </strong>ค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการมีจำนวนสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าเทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างกว้างขวางก็ตาม คู่พิพาทฝ่ายที่แพ้คดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนอกจากต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของตนแล้วยังจะถูกบังคับโดยคำชี้ขาดให้เข้ารับภาระหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายของฝ่ายที่ชนะคดีด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่า “<strong>Costs follow the event</strong>” หรือ “<strong>ผู้แพ้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย</strong>” ที่ถือปฏิบัติกันอยู่ในวงการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หลักเกณฑ์นี้กำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ต่อมาถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในประเทศคอมมอนลอว์และประเทศซิวิลลอว์ คู่พิพาทที่หวั่นวิตกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วหากตนตกเป็นฝ่ายแพ้คดี สามารถนำเอาวิธีการยื่นคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดหรือลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว หลักปฏิบัติในเรื่องการทำคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนมีความประสงค์ที่จะนำเสนอหลักกฎหมายและประเพณีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวที่แพร่หลายอยู่ในสถาบันอนุญาโตตุลาการหลักของโลกให้ผู้ประกอบธุรกิจและนักกฎหมายไทยได้รับทราบและนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์หากต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สุวิทย์ สุวรรณ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282718 การพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิดร่วมกันของคู่สมรสในประเทศไทย 2025-08-02T09:16:04+07:00 ปพนธีร์ ธีระพันธ์ papontee@tsu.ac.th ณุวัฒน์ ตาตุ nuwat.t@tsu.ac.th ธีรยุทธ ปักษา teerayutpaksa@hotmail.com <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาถึงแนวคิดและหลักความรับผิดเพื่อละเมิด โดยเฉพาะความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นอันเกิดจากข้อสันนิษฐานความรับผิดตามกฎหมายภายใต้แนวคิดที่ว่าบุคคลนั้นอาจมีส่วนผิดอยู่ด้วยในการที่เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หรือมีความบกพร่องในการควบคุมดูแลจึงเกิดความเสียหายขึ้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเน้นการวิจัยเอกสารโดยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ตลอดจนบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยนำข้อมูลต่าง ๆ มาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนำมาพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิด จากการศึกษาพบว่ากฎหมายได้กำหนดความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นเอาไว้หลายกรณีโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ตามกฎหมาย ตามสัญญา ตามหน้าที่ในฐานะพิเศษ เช่น ความรับผิดของนายจ้างลูกจ้าง ความรับผิดของตัวการตัวแทน ความรับผิดของบิดามารดา ความรับผิดของครูบาอาจารย์ แต่ไม่พบกรณีความรับผิดของคู่สมรส ซึ่งคู่สมรสนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามกฎหมายอันก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิด ด้วยเหตุนี้ จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายโดยเฉพาะในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นของคู่สมรสเพื่อให้พัฒนาและสอดคล้องกับสภาพสังคม เพิ่มความระมัดระวังของบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตทางสังคม ตลอดจนมุ่งเยียวยาและเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรมอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายละเมิด</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปพนธีร์ ธีระพันธ์, ณุวัฒน์ ตาตุ, ธีรยุทธ ปักษา https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/288251 การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ในทางปฏิบัติให้เสร็จสิ้นครบถ้วนตามกระบวนการแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง 2026-05-08T14:39:53+07:00 จุฑาพร ชัยเดชสุริยะ Jutaporn.c@chula.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักกฎหมายว่าด้วยหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับหลักเกณฑ์การเสนอคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อันเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้สิทธิของเจ้าหนี้ในทางปฏิบัติ เนื่องจาก “หนี้” เป็นบุคคลสิทธิ เจ้าหนี้จึงไม่อาจบังคับชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ต้องเสนอคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงหลักกฎหมาย (Doctrinal Legal Research) โดยวิเคราะห์ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหนี้ 7 ประการ ได้แก่ การบอกกล่าวลูกหนี้กับอำนาจฟ้อง การบังคับชำระหนี้ การเรียกดอกเบี้ยกรณีลูกหนี้ผิดนัด การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ การโอนสิทธิเรียกร้อง การเพิกถอนการฉ้อฉล และอายุความบังคับจำนอง ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้จำแนกบทบัญญัติว่าด้วยหนี้ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) บทบัญญัติที่มีเนื้อหาไม่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเสนอคดี (2) บทบัญญัติที่กำหนดวิธีไว้แต่ไม่ครบถ้วนหรือมีปัญหาในการตีความ และ (3) บทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้วนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงศึกษาจากตำราและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ผลการศึกษาพบว่า การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องตีความและบังคับใช้สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้จะช่วยลดปัญหาทางปฏิบัติและเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ศึกษากฎหมายและผู้ปฏิบัติงานในคดีแพ่ง</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุฑาพร ชัยเดชสุริยะ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286077 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2568 ประโยชน์ของมารดาผู้อนุบาลขัดกับประโยชน์ของบุตรคนไร้ความสามารถที่ถึงกรรมไปก่อน 2026-02-03T11:31:57+07:00 ไพโรจน์ กัมพูสิริ pairoj_kp@hotmail.com <p>-</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ไพโรจน์ กัมพูสิริ