วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal <p>วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวารสารวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์ มีเป้าหมายและขอบเขตเพื่อตีพิมพ์บทความวิชาการและบทความวิจัยในสาขาวิชานิติศาสตร์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ทันสมัย ริเริ่มสร้างสรรค์ และมีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์และต่อสังคมในวงกว้าง&nbsp;</p> th-TH <p><strong>ลิขสิทธิ์และเนื้อหาในเว็บไซต์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รวมถึง โดยไม่จำกัดเฉพาะ เนื้อหา รหัสคอมพิวเตอร์ งานศิลป์ ภาพถ่าย รูปภาพ ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ) เป็นกรรมสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย และผู้ได้รับการโอนสิทธิทุกราย<br /></strong>1. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอันไม่เฉพาะเจาะจงที่สามารถถูกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในการ<br />- เยี่ยมชมเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้ จากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารผ่านเว็บบราวเซอร์<br />- คัดลอกและจัดเก็บเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้บนลงคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านระบบความจำ cache<br />- สั่งพิมพ์เอกสารจากเว็บไซต์นี้สำหรับการใช้ส่วนตัวของคุณ<br />- ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์โดยวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุ้มครองภายใต้ <span style="text-decoration: underline;">Creative Commons Attribution 4.0 International License</span> ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนสามารถคัดลอก แจกจ่าย ดัดแปลง ส่งต่อ ผลงานได้ ก็ต่อเมื่อผลงานและแหล่งข้อมูลได้รับการอ้างอิงอย่างเหมาะสม<br />2. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และเอกสารบนเว็บไซต์นี้ เช่น การคัดลอก ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง ส่งต่อ ตีพิมพ์ แจกจ่าย เผยแพร่ จัดแสดงในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งเว็บไซต์หรือเอกสารบนเว็บไซต์ โดยไม่อ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลหรือโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />3. คุณอาจขออนุญาตที่จะใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยการเขียนอีเมลมายัง <em>journal@law.chula.ac.th</em><br />4. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้มงวดกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างมาก หากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าคุณได้ใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยไม่ถูกต้องตามการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ดังที่กล่าวไปข้างต้น วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อคุณได้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เป็นตัวเงินและคำขอชั่วคราวให้คุณหยุดการใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ คุณอาจถูกสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้<br /><br /><strong>หากคุณพบเห็นการใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขัดหรืออาจขัดต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยเชื่อว่าได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของคุณหรือของผู้อื่น สามารถร้องเรียนมาได้ที่ </strong><em>journal@law.chula.ac.th</em></p> <p> </p> journal@law.chula.ac.th (Editor-in-Chief) journal@law.chula.ac.th (Warintip SAIMONGKONPET) Tue, 30 Jun 2026 12:09:09 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2568 ประโยชน์ของมารดาผู้อนุบาลขัดกับประโยชน์ของบุตรคนไร้ความสามารถที่ถึงกรรมไปก่อน https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286077 <p>-</p> ไพโรจน์ กัมพูสิริ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ไพโรจน์ กัมพูสิริ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286077 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ภาษีทรัมป์กับองค์การการค้าโลก: ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีล่มสลายแล้ว? https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286379 <p>แม้ว่าองค์การการค้าโลกจะไม่สามารถทำอะไรกับภาษีทรัมป์ได้และปล่อยให้สหรัฐอเมริกาขึ้นอัตราภาษีกับประเทศคู่ค้า 59 ประเทศ ในรูปแบบการเจรจาแบบทวิภาคีก็ตาม แต่ระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีก็อาจยังไม่ถึงขั้นล่มสลาย เนื่องจากเหตุผลสองประการ ประการแรก คือ ประเทศคู่ค้า (ยกเว้นจีนและแคนาดา) ไม่ได้ขึ้นอัตราภาษีนำเข้าตอบโต้และสัดส่วนการค้าของสหรัฐอเมริกาในการค้าโลกคิดเป็นเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น ประการที่สอง คือ ภาษีทรัมป์ที่มีพื้นฐานแนวคิดของลัทธิกีดกันทางการค้ามีความขัดแย้งอย่างมากกับแนวคิดพื้นฐานของเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่เชื่อในการค้าเสรีแบบพหุภาคี ทำให้เชื่อได้ว่าภาษีทรัมป์จะไม่ยั่งยืนตลอดไป อย่างไรก็ตาม มี “การแตกร้าว” ในระบบการค้าเสรีแบบพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นผู้กำกับดูแลและบริหารกฎเกณฑ์ กล่าวคือ การไม่มีผู้ตัดสินในองค์กรอุทธรณ์ ส่งผลให้กลไกการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลกกลายเป็นอัมพาตและสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศเดียวที่มีสถานะเหนือประเทศสมาชิกอื่น ๆ อีก 165 ประเทศ เนื่องจากเป็นสมาชิกประเทศเดียวในองค์การการค้าโลกที่สามารถกำหนดอัตราภาษีนำเข้าได้ตามอำเภอใจโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ</p> ศักดา ธนิตกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศักดา ธนิตกุล https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/286379 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของการปฏิรูปกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไทยภายใต้อิทธิพลกฎหมายอังกฤษ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282698 <p>ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากการใช้วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงมาสู่การจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สยามในยุคปฏิรูประบบกฎหมายได้ใช้วิธีการตรากฎหมายวิธีพิจารณาความใช้ไปพลางก่อนในการชำระคดีแพ่ง เช่น พระราชบัญญัติลักษณะพยาน ร.ศ. 113 และ พระราชบัญญัติกระบวนพิจารณาความแพ่ง ร.ศ. 115 จากการศึกษาพบว่ากฎหมายวิธีพิจารณาความดังกล่าวได้รับอิทธิพลอย่างมากจากกฎหมายวิธีพิจารณาความของอังกฤษ ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สนธิสัญญาเบาว์ริงและการเกิดขึ้นของศาลกงสุลอังกฤษ อิทธิพลของกฎหมายอังกฤษต่อนักกฎหมายชาวไทยผ่านระบบการศึกษา ตลอดจนอิทธิพลของประเทศอังกฤษเหนือดินแดนบางส่วนของสยาม แนวคิดวิธีพิจารณาความตามแบบกฎหมายอังกฤษจึงได้รับการส่งต่อเรื่อยมาในกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับปัจจุบัน บทความนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาความเป็นมาเชิงประวัติศาสตร์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทยตั้งแต่วิธีพิจารณาความแบบโบราณตามกฎหมายตราสามดวงจนถึงการจัดทำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของกฎหมายอังกฤษที่มีต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของไทย</p> วิริยะ ก้องศิริวงศ์, กิตติภพ วังคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิริยะ ก้องศิริวงศ์, กิตติภพ วังคำ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282698 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศส: วิวัฒนาการและความสำคัญทางหลักกฎหมายของแนวคิด “Personnes Morales” https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/284415 <p>บทความนี้ศึกษาวิวัฒนาการของความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลในประเทศฝรั่งเศสผ่านแนวคิด <em>personnes morales</em> ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 121-2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาฝรั่งเศส โดยศึกษาแนวคิดนี้ภายใต้กรอบของความรับผิดของนิติบุคคลต่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งโดยหลักแล้วกำหนดความรับผิดแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น คำถามวิจัยหลักของการศึกษานี้คือ แนวคิด <em>personnes morales</em> ของฝรั่งเศสช่วยอุดช่องว่างของความรับผิดทางอาญาในกรณีที่นิติบุคคลได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงตามธรรมนูญกรุงโรมได้หรือไม่ และแนวคิดนี้สามารถนำมาใช้กับความรับผิดทางอาญาระหว่างประเทศได้เพียงใด</p> <p>บทความได้วิเคราะห์คดีสำคัญ เช่น คดีอื้อฉาวทางเภสัชกรรม <em>Mediator</em> คดี <em>Lafarge S.A.</em> ในซีเรีย และคำพิพากษา <em>Association Sportive</em> ซึ่งตัดสินโดยศาลอาญาของฝรั่งเศส โดยที่ศาลได้วางหลักเกี่ยวกับเจตนาของนิติบุคคล (<em>corporate mens rea</em>) ผสมผสานกับความรับผิดโดยอาศัยการเป็นตัวแทนและความรับผิดโดยอิสระขององค์กร รวมถึงวิธีที่ศาลฝรั่งเศสบังคับใช้บทลงโทษกับนิติบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิงเปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและสวีเดนเพื่อแสดงให้เห็นแนวทางทางเลือกอื่น ๆ และเน้นย้ำว่าระบบฝรั่งเศสมีส่วนช่วยในการพัฒนาแนวคิดความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลอย่างไร</p> <p>ท้ายที่สุด บทความนี้ชี้ให้เห็นว่าหลักคำสอนของ <em>personnes morales</em> ไม่เพียงแต่เป็นกรอบแนวคิดเชิงปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางเชิงทฤษฎีที่สามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของความรับผิดในกฎหมายอาญาระหว่างประเทศได้และเสนอข้อคิดสำคัญสำหรับการปฏิรูปในอนาคตเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับข้ามเขตอำนาจศาล</p> โรส ชาร์เม็ตต์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรส ชาร์เม็ตต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/284415 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 คำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทในการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282267 <p>คำชี้ขาดที่เกิดจากกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศมักจะลงท้ายด้วยส่วนที่เป็นประกาศิต 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นคำชี้ขาดที่ว่าด้วยจำนวนค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนที่ฝ่ายแพ้คดีจะต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดีหรือปฏิบัติการชำระหนี้รูปแบบอื่นให้แก่ฝ่ายที่ชนะคดี รวมเรียกว่าเป็น<strong>คำชี้ขาดในเนื้อความแห่งคดี</strong> ส่วนที่สองเป็นคำชี้ขาดในเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งมักกำหนดจำนวนค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายแพ้คดีต้องชำระหรือใช้คืนให้แก่ฝ่ายชนะคดี เรียกว่า<strong>คำชี้ขาดในส่วนค่าใช้จ่าย </strong>ค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการมีจำนวนสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าเทคโนโลยีจะได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างกว้างขวางก็ตาม คู่พิพาทฝ่ายที่แพ้คดีอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศนอกจากต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของตนแล้วยังจะถูกบังคับโดยคำชี้ขาดให้เข้ารับภาระหรือชดใช้ค่าใช้จ่ายของฝ่ายที่ชนะคดีด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ว่า “<strong>Costs follow the event</strong>” หรือ “<strong>ผู้แพ้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย</strong>” ที่ถือปฏิบัติกันอยู่ในวงการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หลักเกณฑ์นี้กำเนิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ต่อมาถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกทั้งในประเทศคอมมอนลอว์และประเทศซิวิลลอว์ คู่พิพาทที่หวั่นวิตกว่าจะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วหากตนตกเป็นฝ่ายแพ้คดี สามารถนำเอาวิธีการยื่นคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดหรือลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว หลักปฏิบัติในเรื่องการทำคำเสนอปิดผนึกเพื่อประนอมข้อพิพาทถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนมีความประสงค์ที่จะนำเสนอหลักกฎหมายและประเพณีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวที่แพร่หลายอยู่ในสถาบันอนุญาโตตุลาการหลักของโลกให้ผู้ประกอบธุรกิจและนักกฎหมายไทยได้รับทราบและนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์หากต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ</p> สุวิทย์ สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สุวิทย์ สุวรรณ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282267 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิดร่วมกันของคู่สมรสในประเทศไทย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282718 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาถึงแนวคิดและหลักความรับผิดเพื่อละเมิด โดยเฉพาะความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นอันเกิดจากข้อสันนิษฐานความรับผิดตามกฎหมายภายใต้แนวคิดที่ว่าบุคคลนั้นอาจมีส่วนผิดอยู่ด้วยในการที่เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น หรือมีความบกพร่องในการควบคุมดูแลจึงเกิดความเสียหายขึ้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเน้นการวิจัยเอกสารโดยศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ งานวิจัย วิทยานิพนธ์ ตลอดจนบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ โดยนำข้อมูลต่าง ๆ มาศึกษาและวิเคราะห์เพื่อนำมาพัฒนากฎหมายความรับผิดเพื่อละเมิด จากการศึกษาพบว่ากฎหมายได้กำหนดความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นเอาไว้หลายกรณีโดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ตามกฎหมาย ตามสัญญา ตามหน้าที่ในฐานะพิเศษ เช่น ความรับผิดของนายจ้างลูกจ้าง ความรับผิดของตัวการตัวแทน ความรับผิดของบิดามารดา ความรับผิดของครูบาอาจารย์ แต่ไม่พบกรณีความรับผิดของคู่สมรส ซึ่งคู่สมรสนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามกฎหมายอันก่อให้เกิดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิด ด้วยเหตุนี้ จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมายโดยเฉพาะในเรื่องความรับผิดเพื่อละเมิดอันเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่นของคู่สมรสเพื่อให้พัฒนาและสอดคล้องกับสภาพสังคม เพิ่มความระมัดระวังของบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องในการดำเนินชีวิตทางสังคม ตลอดจนมุ่งเยียวยาและเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรมอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายละเมิด</p> ปพนธีร์ ธีระพันธ์, ณุวัฒน์ ตาตุ, ธีรยุทธ ปักษา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปพนธีร์ ธีระพันธ์, ณุวัฒน์ ตาตุ, ธีรยุทธ ปักษา https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282718 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ในทางปฏิบัติให้เสร็จสิ้นครบถ้วนตามกระบวนการแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/288251 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักกฎหมายว่าด้วยหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับหลักเกณฑ์การเสนอคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อันเป็นกลไกสำคัญในการบังคับใช้สิทธิของเจ้าหนี้ในทางปฏิบัติ เนื่องจาก “หนี้” เป็นบุคคลสิทธิ เจ้าหนี้จึงไม่อาจบังคับชำระหนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ต้องเสนอคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้ชำระหนี้ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงหลักกฎหมาย (Doctrinal Legal Research) โดยวิเคราะห์ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหนี้ 7 ประการ ได้แก่ การบอกกล่าวลูกหนี้กับอำนาจฟ้อง การบังคับชำระหนี้ การเรียกดอกเบี้ยกรณีลูกหนี้ผิดนัด การใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ การโอนสิทธิเรียกร้อง การเพิกถอนการฉ้อฉล และอายุความบังคับจำนอง ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้จำแนกบทบัญญัติว่าด้วยหนี้ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) บทบัญญัติที่มีเนื้อหาไม่ครอบคลุมเกี่ยวกับการเสนอคดี (2) บทบัญญัติที่กำหนดวิธีไว้แต่ไม่ครบถ้วนหรือมีปัญหาในการตีความ และ (3) บทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้วนำมาวิเคราะห์เชื่อมโยงกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงศึกษาจากตำราและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ผลการศึกษาพบว่า การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยหนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องตีความและบังคับใช้สอดคล้องกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งผลลัพธ์ของงานวิจัยนี้จะช่วยลดปัญหาทางปฏิบัติและเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ศึกษากฎหมายและผู้ปฏิบัติงานในคดีแพ่ง</p> จุฑาพร ชัยเดชสุริยะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 จุฑาพร ชัยเดชสุริยะ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/288251 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700