วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal <p>วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวารสารวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์ มีเป้าหมายและขอบเขตเพื่อตีพิมพ์บทความวิชาการและบทความวิจัยในสาขาวิชานิติศาสตร์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ทันสมัย ริเริ่มสร้างสรรค์ และมีข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิชาการสาขาวิชานิติศาสตร์และต่อสังคมในวงกว้าง&nbsp;</p> th-TH <p><strong>ลิขสิทธิ์และเนื้อหาในเว็บไซต์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รวมถึง โดยไม่จำกัดเฉพาะ เนื้อหา รหัสคอมพิวเตอร์ งานศิลป์ ภาพถ่าย รูปภาพ ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ) เป็นกรรมสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย และผู้ได้รับการโอนสิทธิทุกราย<br /></strong>1. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอันไม่เฉพาะเจาะจงที่สามารถถูกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในการ<br />- เยี่ยมชมเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้ จากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารผ่านเว็บบราวเซอร์<br />- คัดลอกและจัดเก็บเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้บนลงคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านระบบความจำ cache<br />- สั่งพิมพ์เอกสารจากเว็บไซต์นี้สำหรับการใช้ส่วนตัวของคุณ<br />- ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์โดยวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุ้มครองภายใต้ <span style="text-decoration: underline;">Creative Commons Attribution 4.0 International License</span> ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนสามารถคัดลอก แจกจ่าย ดัดแปลง ส่งต่อ ผลงานได้ ก็ต่อเมื่อผลงานและแหล่งข้อมูลได้รับการอ้างอิงอย่างเหมาะสม<br />2. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และเอกสารบนเว็บไซต์นี้ เช่น การคัดลอก ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง ส่งต่อ ตีพิมพ์ แจกจ่าย เผยแพร่ จัดแสดงในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งเว็บไซต์หรือเอกสารบนเว็บไซต์ โดยไม่อ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลหรือโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />3. คุณอาจขออนุญาตที่จะใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยการเขียนอีเมลมายัง <em>journal@law.chula.ac.th</em><br />4. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้มงวดกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างมาก หากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าคุณได้ใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยไม่ถูกต้องตามการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ดังที่กล่าวไปข้างต้น วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อคุณได้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เป็นตัวเงินและคำขอชั่วคราวให้คุณหยุดการใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ คุณอาจถูกสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้<br /><br /><strong>หากคุณพบเห็นการใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขัดหรืออาจขัดต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยเชื่อว่าได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของคุณหรือของผู้อื่น สามารถร้องเรียนมาได้ที่ </strong><em>journal@law.chula.ac.th</em></p> <p> </p> journal@law.chula.ac.th (Editor-in-Chief) journal@law.chula.ac.th (Warintip SAIMONGKONPET) Tue, 29 Sep 2026 08:56:16 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การกำหนดนับอายุความหมิ่นประมาทออนไลน์: ศึกษาหลัก Single Publication Rule https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/289379 <p>การเผยแพร่ข้อมูลบนสื่อออนไลน์มีลักษณะคงอยู่อย่างถาวรและสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา เมื่อข้อความอันอาจเป็นการหมิ่นประมาทถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ปัญหาทางกฎหมายจึงเกิดขึ้นว่าควรเริ่มนับอายุความเมื่อใด เนื่องจากภายใต้หลักการเผยแพร่หลายครั้ง (Multiple Publication Rule) การเข้าถึงเนื้อหาแต่ละครั้งอาจถูกตีความว่าเป็นการกระทำความผิดใหม่ ส่งผลให้อายุความถูกขยายออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ผู้เผยแพร่ต้องเผชิญความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างไม่มีกำหนด อันก่อให้เกิดผลกระทบเชิงยับยั้ง (chilling effect) ต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเกิดความไม่สมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับสิทธิในชื่อเสียงของบุคคล</p> <p>บทความวิจัยนี้ศึกษาวิเคราะห์มิติปัญหาทางกฎหมายว่าด้วยการกำหนดจุดเริ่มต้นการนับอายุความของความผิดฐานหมิ่นประมาทที่กระทำผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีขอบเขตการศึกษาครอบคลุมถึงแนวคิดว่าด้วยการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการคุ้มครองชื่อเสียง การตรวจสอบหลักเกณฑ์การนับอายุความตามประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย และการศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการ บรรทัดฐานคำพิพากษา และบทบัญญัติทางกฎหมายของประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาที่นำหลัก Single Publication Rule มาปรับใช้ ผลการศึกษาพบว่า การปรับใช้หลักการนับอายุความแบบเดิมที่ถือว่าการเผยแพร่ซ้ำแต่ละครั้งเป็นความผิดใหม่ไม่สอดคล้องกับลักษณะของสื่อออนไลน์ และก่อให้เกิดภาระเกินสมควรแก่ผู้เผยแพร่ จึงควรนำหลัก Single Publication Rule มาใช้ โดยถือว่าการเผยแพร่เนื้อหาที่มีสาระสำคัญเดียวกันเป็นการกระทำเพียงครั้งเดียวและเริ่มนับอายุความนับแต่วันที่เผยแพร่ครั้งแรก เว้นแต่การเผยแพร่ครั้งหลังจะมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจึงจะถือเป็นการเผยแพร่ใหม่ อย่างไรก็ดี การนำหลักดังกล่าวมาใช้ควรกำหนดรายละเอียดและกลไกทางกฎหมายเพิ่มเติม อาทิ การให้ดุลพินิจแก่ศาลในการขยายอายุความ การกำหนดขอบเขตระยะเวลาและการนับอายุความจากวันที่เผยแพร่ครั้งแรกให้ชัดเจน ตลอดจนมาตรการที่ใช้บังคับกับคลังข้อมูล แพลตฟอร์ม และผู้เผยแพร่ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับสิทธิในชื่อเสียง ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัล</p> วรุตม์ ทรงสุจริตกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วรุตม์ ทรงสุจริตกุล https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/289379 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทยระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาในบริบทของแนวคำวินิจฉัยศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/290429 <p>บทความนี้ชี้ให้เห็นประเด็นและวิเคราะห์ข้อพิจารณาทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนในอ่าวไทยระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา โดยอาศัยแนวคำวินิจฉัยของศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศเป็นกรอบหลักในการวิเคราะห์และปรับใช้กับกรณีระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเพื่อสร้างความชัดเจนในรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเขตทางทะเลในกรณีดังกล่าว บทความนี้เริ่มต้นด้วยการนำเสนอความเป็นมาของพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการกล่าวอ้างเขตทางทะเลของแต่ละฝ่ายที่แตกต่างกัน จากนั้นจึงอภิปรายกรอบทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลในภาพรวม แล้วจึงวิเคราะห์ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลดังกล่าวระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาในลำดับต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากความซับซ้อนของการพิจารณาประเด็นทั้งหมดเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา บทความนี้จึงเลือกวิเคราะห์เฉพาะบางประเด็นที่น่าสนใจและโดดเด่น ซึ่งปรากฏคำวินิจฉัยของศาลและอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ได้ ได้แก่ สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ว่าเป็นความตกลงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาเกี่ยวกับการกำหนดเขตทางทะเลหรือไม่ สภาพภูมิศาสตร์ของชายฝั่งไทยกับกัมพูชาซึ่งประชิดกันกับการลากเส้นแบ่งครึ่งมุมระหว่างเส้นฐานตรงตามที่ประเทศไทยกล่าวอ้าง อธิปไตยทางประวัติศาสตร์ การทำประมง น้ำหนักของภูมิสัณฐานประเภทเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทย และการนับชายฝั่งที่เกี่ยวข้องสำหรับการพิจารณาความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างระยะทางแนวชายฝั่งที่เกี่ยวข้องและการพิจารณาความได้สัดส่วนระหว่างชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง</p> อินทัช ศิริวัลลภ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 อินทัช ศิริวัลลภ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/290429 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดอาญาแทนการควบคุมตัว (Non-custodial Measures) ในประเทศไทย: กรณีการปล่อยชั่วคราวและการควบคุมตัวในชุมชน https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/290550 <p>การใช้มาตรการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดเกินกว่าความจำเป็นอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ตลอดจนเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาความแออัดในเรือนจำและยังมีข้อจำกัดในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด แนวคิดเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดแทนการควบคุมตัว (Non-custodial Measures) จึงมีความสำคัญในฐานะแนวทางที่มุ่งลดการใช้การควบคุมตัวและการจำคุกที่ไม่จำเป็นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ทั้งยังสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยมาตรการไม่ควบคุมตัว หรือ ข้อกำหนดโตเกียว (Tokyo Rules)</p> <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาการพัฒนามาตรการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิดแทนการควบคุมตัวในกฎหมายไทยในสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ การปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี และ มาตรการควบคุมตัวผู้กระทำความผิดในสังคม โดยศึกษาหลักเกณฑ์ตามกฎหมายไทยประกอบกับการศึกษาเปรียบเทียบกรอบกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ และประเทศออสเตรเลีย เพื่อนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนามาตรการของประเทศไทย</p> ฐิตินันท์ เต็งอำนวย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ฐิตินันท์ เต็งอำนวย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/290550 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์สตรีและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในบริบทของประเทศไทย https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/283630 <p>บทความนี้มุ่งศึกษาถึงการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ของสตรีและผู้มีความหลากหลายทางเพศในบริบทประเทศไทย ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน เช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) หลักการยอกยาการ์ตา และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 5 ซึ่งต่างยืนยันถึงสิทธิในการเข้าถึงสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์อย่างเสมอภาคและปราศจากการเลือกปฏิบัติ</p> <p>จากการศึกษาพบว่า แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในเชิงกฎหมายและนโยบาย แต่ยังคงเผชิญอุปสรรคสำคัญ อาทิ อคติจากผู้ให้บริการ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ ตลอดจนข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล</p> <p>การศึกษาวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาพัฒนาการและปัญหาทางกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง เช่น การยุติการตั้งครรภ์ การขยายสิทธิประโยชน์ด้านการคุมกำเนิด การบริการอนามัยเจริญพันธุ์ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงบริการยาฮอร์โมนและการยืนยันเพศสภาพ โดยศึกษาเปรียบเทียบกับการคุ้มครองสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และอินเดีย อันเป็นตัวอย่างการพัฒนากลไกกฎหมายและนโยบายที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างระบบบริการที่เป็นมิตร เพื่อยกระดับกลไกทางกฎหมายและนโยบายสาธารณะของไทยให้สามารถส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์เกิดขึ้นจริง ภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ต่อไป</p> ฉัตรฑริกา นภาธนาพงศ์, ณิชากร ขอนทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Chattrika Napatanapong, Nichakorn Khonthong https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/283630 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 ขอบเขตความรับผิดของกรรมการตรวจสอบภายหลังพ้นตำแหน่ง: วิเคราะห์ภายใต้กฎหมายบริษัทมหาชนและกฎหมายหลักทรัพย์ https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/288415 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาขอบเขตความรับผิดทางกฎหมายของกรรมการตรวจสอบในบริษัทจดทะเบียนของไทย โดยครอบคลุมทั้งความรับผิดทางแพ่งและความรับผิดทางอาญา ทั้งในช่วงระหว่างดำรงตำแหน่งและภายหลังพ้นจากตำแหน่ง โดยมุ่งวิเคราะห์ฐานความรับผิดภายใต้พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ตลอดจนหลักกฎหมายทั่วไปเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดของกรรมการบริษัท งานวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ (doctrinal research) โดยพิจารณาบทบัญญัติกฎหมาย แนวคำพิพากษา และหลักเกณฑ์กำกับดูแลกิจการที่ดี</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า กรรมการตรวจสอบอาจต้องรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา หากการกระทำหรือการละเลยต่อหน้าที่ในระหว่างดำรงตำแหน่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือบุคคล ภายนอก โดยความรับผิดดังกล่าวมิได้สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติเมื่อพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ความรับผิดทางแพ่งอาจเกิดจากการฝ่าฝืนหน้าที่ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต ส่วนความรับผิดทางอาญาอาจเกิดขึ้นในกรณีที่มีการกระทำอันเป็นความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ เช่น การเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรต้องแจ้ง อย่างไรก็ดี กฎหมายไทยยังขาดบทบัญญัติที่กำหนดขอบเขตความรับผิดของกรรมการตรวจสอบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีภายหลังพ้นตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในการบังคับใช้กฎหมาย</p> <p>บทความวิจัยนี้เสนอให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตและระยะเวลาความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาของกรรมการตรวจสอบ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการใช้ดุลพินิจและกลไกคุ้มครองกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้ลงทุนและการส่งเสริมธรรมาภิบาลในบริษัทจดทะเบียน</p> นพดล ปกรณ์นิมิตดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 นพดล ปกรณ์นิมิตดี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/288415 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 การแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อรื้อถอนอุปสรรคในการร่วมกันเพื่อพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/289437 <p>วิจัยฉบับนี้พบว่า บทบัญญัติของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เป็นอุปสรรคต่อการร่วมกันเพื่อพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อเป็นการรื้อถอนอุปสรรคดังกล่าว โดยการเพิ่มเติมมาตรา 56/1 อันเป็นบทบัญญัติที่ยกเว้นการบังคับใช้มาตรา 54 และ 55 ให้แก่การร่วมกันอันมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาเงื่อนไขการทำงานของผู้ทำงานผ่านทางแพลตฟอร์มแรงงานดิจิตัล</p> กัญจน์ศักดิ์ เพชรานนท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 กัญจน์ศักดิ์ เพชรานนท์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/289437 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 บทวิเคราะห์คำพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ: อิทธิพลของวาทกรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศแบบอาณานิคมในความเห็นเชิงแนะนำของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรณีซาฮาราตะวันตก (ปี 1975) https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/278692 <p>-</p> ณภัทร เปรี้ยวประสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ณภัทร เปรี้ยวประสิทธิ์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/278692 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700 ข้อพิจารณาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282716 <p>ธุรกิจธนาคารพาณิชย์เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นจำนวนมาก โดยภายหลังจากที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“<strong>PDPA</strong>”) มีผลใช้บังคับโดยสมบูรณ์ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการกำหนดมาตรการและนโยบายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด แต่ถึงอย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน เนื่องจากการตีความตาม PDPA รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่มีคำพิพากษาของศาลที่ครอบคลุมในทุกประเด็นเป็นบรรทัดฐาน จึงทำให้ในทางปฏิบัติแล้วอาจเกิดปัญหาในการตีความและใช้ PDPA รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ได้</p> <p>ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงจะหยิบยกและนำเสนอข้อพิจารณาหรือประเด็นที่น่าสนใจในเชิงปฏิบัติของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (การเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล) ของลูกค้าในธุรกิจของธนาคารพาณิชย์โดยพิจารณาตามฐานการประมวลผลข้อมูลตามกฎหมายของ PDPA ที่ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า ประเด็นที่จะนำเสนอในบทความนี้อาจถูกนำไปใช้พัฒนาและต่อยอดในการกำหนดแนวปฏิบัติหรือมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าโดยธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ลูกค้าได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเต็มที่ หรือป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p> ปวัตร ปภาวัฒวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ปวัตร ปภาวัฒวรรณ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/lawchulajournal/article/view/282716 Tue, 29 Sep 2026 00:00:00 +0700