วารสารเกษตร มสธ. (Online) https://so01.tci-thaijo.org/index.php/stouagjournal <p style="font-weight: 400;"> วารสารเกษตร มสธ. (STOU Journal of Agriculture) จัดทำโดยสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และสหกรณ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเปิดรับบทความวิชาการและบทความวิจัยทางด้านเกษตรศาสตร์ การส่งเสริมการเกษตร ธุรกิจการเกษตร สหกรณ์ ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง วารสารแต่ละฉบับจะตีพิมพ์บทความไม่น้อยกว่า 8 เรื่อง เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 เดือนมิถุนายน ฉบับที่ 2 เดือนธันวาคม</p> <p style="font-weight: 400;"> ทุกบทความที่จะได้รับการตีพิมพ์ จะได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer reviews) ในสาขาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน ก่อนได้รับการตีพิมพ์บทความ ซึ่งจัดว่าเป็นบทความที่สามารถใช้เป็นผลงานทางวิชาการได้ตามประกาศ ก.พ.อ. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 สำหรับผู้สนใจสามารถส่งบทความตีพิมพ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p> <p>Online ISSN: 2773-9937</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธฺ์ของวารสารเกษตร มสธ.</p> <p>ข้อความที่ปรากฎใน</p> narat.stou@hotmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณรัฐ รัตนเจริญ) pech.tav@stou.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์เพชร ทวีวงษ์) Fri, 17 Jul 2026 16:39:18 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การรักษาคุณภาพผักกาดแก้วตัดแต่งโดยการจุ่มด้วยน้ำร้อนร่วมกับแคลเซียมแลคเตท https://so01.tci-thaijo.org/index.php/stouagjournal/article/view/285093 <p class="Default"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif; color: windowtext;">ผักกาดแก้วตัดแต่งพร้อมบริโภคเป็นผลิตภัณฑ์ที่เสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็วหลังการตัดแต่ง โดยเฉพาะการเกิดสีน้ำตาลและการเหี่ยวซึ่งส่งผลต่อการยอมรับของผู้บริโภค งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจุ่มแคลเซียมแลคเตท ร่วมกับการจุ่มน้ำร้อนต่อการลดการเกิดสีน้ำตาลและการคงคุณภาพของผักกาดแก้วตัดแต่งพร้อมบริโภค ผักกาดแก้วตัดแต่งทำความสะอาดด้วยน้ำประปาถูกแบ่งออกเป็น 4 ทรีตเมนต์ ได้แก่ ชุดควบคุม (จุ่มน้ำอุณหภูมิ 5 </span><span style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif; color: windowtext;"><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">°C) </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">การจุ่มน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 45 </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">°C </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">ตามด้วยน้ำเย็น </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">(</span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">HW &gt; CW) </span><span lang="TH"><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">การจุ่มน้ำร้อนตามด้วย</span> <span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">น้ำเย็นที่มีแคลเซียมแลคเตท 1.5% (</span></span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">HW &gt; </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">1.5% </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">CL in CW) </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">และการจุ่มน้ำร้อนที่มีแคลเซียมแลคเตท 1.5% ตามด้วยน้ำเย็น (1.5% </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">CL in HW &gt; CW) </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">จากนั้นเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 10 </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">°C </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">เป็นเวลา 6 วัน ผลการทดลองพบว่าชุดควบคุมมีการเกิดสีน้ำตาลสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 6 โดยมีคะแนนการเกิดสีน้ำตาลเท่ากับ 2.41 ในขณะที่ทรีตเมนต์ </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">HW &gt; </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">1.5% </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">CL in CW </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">ให้ค่าเฉลี่ยคะแนนการเกิดสีน้ำตาลต่ำที่สุด โดยมีคะแนนต่ำสุดเพียง 0.93 เมื่อสิ้นสุดการเก็บรักษา ความเหี่ยวของใบเพิ่มขึ้นในทุกทรีตเมนต์ อย่างไรก็ตามการใช้แคลเซียมแลคเตทร่วมกับการจุ่มน้ำร้อนช่วยลดความรุนแรงของความเหี่ยวได้ดีกว่าชุดควบคุม คะแนนการยอมรับโดยรวมของผู้บริโภคลดลงตามระยะเวลาเก็บรักษาในทุกทรีตเมนต์แต่ทรีตเมนต์ </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">HW &gt; </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">1.5% </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">CL in CW </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">ยังคงมีคะแนนการยอมรับสูงที่สุดในวันที่ 4 ของการเก็บรักษา และยังสูงกว่าเกณฑ์การยอมรับอย่างชัดเจน ขณะที่ค่าแรงเฉือนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สรุปได้ว่าการจุ่มน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 45 </span><span style="color: rgba(0, 0, 0, 0);">°C </span><span lang="TH" style="color: windowtext;">ตามด้วยน้ำเย็นที่มีแคลเซียมแลคเตท 1.5% มีแนวโน้มช่วยชะลอการเสื่อมคุณภาพและคงคุณภาพของผักกาดแก้วตัดแต่งระหว่างการเก็บรักษาได้ดีกว่าชุดควบคุม</span></span></p> พัชรี กิตติสุบรรณ, ลัดดาวัลย์ โกวิทย์เจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตร มสธ. (Online) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/stouagjournal/article/view/285093 Mon, 13 Jul 2026 00:00:00 +0700 การปรับตัวของอุตสาหกรรมยางพาราไทยภายใต้กฎระเบียบ EUDR https://so01.tci-thaijo.org/index.php/stouagjournal/article/view/287150 <p>อุตสาหกรรมยางพาราไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญภายใต้สถานการณ์การค้าโลกที่มุ่งเน้นความยั่งยืน<br />ทางด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป <br />บทความวิชาการชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์องค์ความรู้และประเมินผลกระทบของกฎระเบียบ EUDR <br />ต่อโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานยางพาราไทย 2) วิเคราะห์ความท้าทายเชิงโครงสร้างของเกษตรกรรายย่อย และ 3) นำเสนอทรรศนะและกรอบแนวคิดเชิงนโยบายเพื่อการปรับตัวอย่างยั่งยืน การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการวิจัยเอกสาร โดยทบทวนวรรณกรรม<br />และวิเคราะห์การอ้างอิงจากข้อมูลทุติยภูมิ</p> <p>ผลการศึกษาและข้อค้นพบชี้ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากการถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ แต่ข้อกำหนดด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และการจัดทำพิกัดทางภูมิศาสตร์ ได้สร้างภาระต้นทุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำและการกีดกันเกษตรกรรายย่อยออกจากตลาด ผู้เขียนได้นำเสนอทรรศนะว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน บูรณาการเข้ากับมาตรฐานสากลและขับเคลื่อนผ่านการประสานความร่วมมือระหว่าง โครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ กลไกราคาพรีเมียมจากตลาด และการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งของชุมชนในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ กรอบแนวคิดนี้นำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม<br />ผ่าน 3 มาตรการ ได้แก่ (1) การปลดล็อกสิทธิที่ดินและเชื่อมโยงฐานข้อมูล GIS ของรัฐ เพื่อลดต้นทุนการตรวจสอบย้อนกลับ (2) การบังคับใช้กลไกราคาพรีเมียมเพื่อชดเชยต้นทุนเกษตรกร และ (3) การผลักดันระบบรับรองมาตรฐานแบบกลุ่มผ่านสถาบันเกษตรกร เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทยสู่การเป็นสินค้ายั่งยืนมูลค่าสูงในระยะยาว</p> มิลินภัทท์ บุญคงมา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตร มสธ. (Online) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so01.tci-thaijo.org/index.php/stouagjournal/article/view/287150 Fri, 17 Jul 2026 00:00:00 +0700