มาตรการทางกฎหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้แต่ง

  • ณัฐดนัย สุภัทรากุล สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร กรุงเทพฯ ประเทศไทย

คำสำคัญ:

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, การอุทธรณ์, คดีอาญา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1.หลักการและระบบดำเนินคดีอาญา แนวคิด วัตถุประสงค์ และหลักเกณฑ์ของการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ  2. วิเคราะห์รูปแบบความเหมาะสมของการบริหารจัดการคดีมาใช้ในคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ 3. มาตรการทางกฎหมายคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เหมาะสมกับประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview) โดยผู้ที่เกี่ยวข้องหรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญกับกระบวนการดำเนินกระบวนการยุติธรรมด้านคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำนวนสี่คน ประกอบกับการสนทนากลุ่ม (Focus Group) กับ ผู้พิพากษา พนักงานอัยการ ทนายความ นักวิชาการ เจ้าพนักงานที่ปฏิบัติงานด้านกระบวนการยุติธรรมในองค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล  ที่ผู้วิจัยเจาะจงเลือกมา จาก พนักงานอัยการหรือผู้พิพากษา  ทนายความหรือ ที่ปรึกษากฎหมายทางด้านการเมือง  นักวิชาการด้านกฎหมาย และประชาชนทั่วไป  กลุ่มละสองคน รวมสี่กลุ่มเป็นแปดคน

            ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้พิพากษาขาดความเชี่ยวชาญและตระหนักถึงหลักการค้นหาความจริงในระบบไต่สวน จึงกำหนดให้ศาลฎีกาจัดอบรมภาคทฤษฎีและรวมถึงการฝึกภาคปฏิบัติให้กับผู้พิพากษาในศาลฎีกาโดยเฉพาะผู้พิพากษาที่จะทำหน้าที่เป็นองค์คณะในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 2. การให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีเองหรือจะจ้างทนายความเอกชนมาว่าความต่างรัฐ ถือได้ว่าเป็นการละเมิดต่อแนวคิดในการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐและขัดกับหลักการดำเนินคดีอาญาโดยดุลยพินิจของพนักงานอัยการอันทรงไว้ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทหลักในชั้นการสอบสวนฟ้องร้องเห็นควรแก้ไขบทบัญญัติ ให้อัยการสูงสุด มีอำนาจยื่นฟ้องคดีเพียงองค์กรเดียว  3.การให้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษา โดยคดีควรเริ่มต้นกระบวนพิจารณาตั้งแต่ศาลอุทธรณ์ และเมื่อคู่ความฝ่ายใดไม่พอใจในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก็สามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ 4.กำหนดให้มีพนักงานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแต่งตั้งมาจากนิติกรในศาลฎีกาที่ผ่านการอบรมหลักสูตรพนักงานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  เพื่อช่วยเหลือผู้พิพากษาในการพิจารณาคดีและรับฟังพยานหลักฐานต่างๆ ตลอดจนช่วยเรียบเรียงคำพิพากษาเพื่อให้ระบบการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีประสิทธิภาพสูงสุด

เอกสารอ้างอิง

ChinaNavin Chanathip. (2018). Judge of the Supreme Court. Interview, 20 November 2018.

Iammayura Chanjira and others. (2013). Development of a political case management system in the judiciary. Bangkok: Rapeepattanasak Research Institute Office of the Judiciary.

Kwankua Suchart. (2018). Legal Advisor, Office of The National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC). Interview, 5 November 2018.

Office of the Supreme Court. (2018). Statistics of cases that go up to the Supreme Court, criminal division for persons holding political positions. Bangkok: the Supreme Court. (in Thai)

Supsang Prapan. (2005). The search for the truth of the Supreme Court’s criminal case department: the approach to the full inquiry system. Research report of the senior justice process management program, Class 8, College of Justice Office of the Judiciary. Bangkok: Justice Office of the Judiciary. (in Thai)

Thairath Online News Agency. (2017). Imprisonment of Yingluck 5 years, rice pledge case issued by force bring the penalty. Retrieved October 19, 2017, from https://www. thairath.co.th/content/1082262

Viewitsevee Wichai. (2001). Criminal case, politician The method of consideration must be changed. Journal of the Court of Justice, 1(4)

Wankovit Thanan. (2014). Supreme Court, Criminal Division for Persons Holding Political Positions. Bangkok: Justice Office of the Judiciary. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12.07.2019

รูปแบบการอ้างอิง

สุภัทรากุล ณ. (2019). มาตรการทางกฎหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพในคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 10(2), 1–18. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJPU/article/view/183499

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Article)