แนวทางการบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดระยอง
คำสำคัญ:
Guidelines, Academic Administration, Promoting Excellence, Evaluation of prominence, Primary Educationบทคัดย่อ
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย 1 ใน 6 ปัจจัย คือ การศึกษาขาดคุณภาพ ระยองเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โรงเรียนในเขตเมืองจะมีทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่าโรงเรียนในชนบท ซึ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งคุณภาพของการเรียนการสอน สถานศึกษาและบุคลากรยังคงเป็นปัญหาที่ต้องพัฒนา ทั้งในด้านการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถในการสอนที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับยุคสมัย ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาแนวทางของการเสริมสร้างความเป็นเลิศ โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง จำนวน 346 คน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 346 คน คิดเป็นร้อย.100 เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ ที่มีค่า IOC ระหว่าง 0.67 -1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 แล้วทำการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ โดยใช้แบบสอบถาม เป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีผู้ให้ข้อมูล เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 20 คน สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันการบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.11, S.D. = 0.53) สภาพพึงประสงค์การบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.38, S.D. = 0.36) และดัชนีความต้องการจำเป็นการบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง โดยภาพรวมมีค่า PNImodified เฉลี่ย เท่ากับ 0.064 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านของความต้องการจำเป็น ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีความต้องการจำเป็นสูงสุดเป็นลำดับแรก (PNIModified = 0.096) รองลงมา คือ ด้านการวัดและประเมินผลการเรียน (PNIModified = 0.090) และการนิเทศการสอน (PNIModified = 0.067) ซึ่งเป็นจุดอ่อนจึงนำมากำหนดเป็นแนวทางการบริหารงานวิชาการที่ส่งเสริมความเป็นเลิศตามแนวทางการประเมินความโดดเด่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง ประกอบด้วย 3 แนวทาง ดังนี้ แนวทางที่ 1 ส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อได้รับการยอมรับระดับท้องถิ่น/ระดับชาติ/ระดับนานาชาติ แนวทางที่ 2 พัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตร เพื่อได้รับการยอมรับระดับท้องถิ่น/ระดับชาติ/ระดับนานาชาติ และแนวทางที่ 3 ปฏิรูปการนิเทศการสอนให้สอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนความต้องการของสถานศึกษา เพื่อได้รับการยอมรับระดับท้องถิ่น/ระดับชาติ/ระดับนานาชาติ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กันตวุฒิ การดี และวัชรภัทร เตชะวัฒนศิริดำรง. (2564). แนวทางการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของสถานศึกษาขนาดเล็กในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา.
เกศรา ตุ่มคำ. (2562). การศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนบ้านแม่ขะปู อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ตามกระบวนการ PDCA. (การค้นคว้าอิสระครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่).
คณน สิริโชคเจริญ. (2565). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการโดยใช้วงจรคุณภาพสำหรับสถานศึกษาสังกัดเทศบาลตำบลในจังหวัดมหาสารคาม. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ชรินรัตน์ พุ่มเกษม. (2557). สมรรถนะของคนไทยกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ. วารสารการศึกษาไทย, 11(116), 24-26.
ธวัชชัย ภูวสิษฐ์พงศา. (2565). การบริหารงานวิชาการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19). (การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).
นิภาพร พินิจมนตรี. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมสำหรับสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25.(วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
นุชเรศ คำดีบุญ. (2564). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุดรธานีเขต 4. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ปิยพันธ์ ศิริรักษ์, ประจิตร มหาหิง และ สังวาลย์ เพียยุระ. (2563). การบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 25. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 7(2), 314-325.
รุ่งชัชดาพร เวหะชาติ. (2556). การบริหารงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 7). สงขลา: บริษัท นำศิลป์โฆษณา จำกัด.
เรืองฤทธิ์ อรรคชัย. (2563). การพัฒนาแนวทางการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์เขต 3. (วิทยานิพนธ์ศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
ศิริวัฒน์บุญโตนด และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2564). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการส่งเสริมการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(3), 252-274.
สมบูรณ์ เทพศรัทธา, รัชนิวรรณ อนุตระกูลชัย และสุรชัย อนุตระกูลชัย. (2562). กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(8), 3843-3855.
สันติ บุญภิรมย์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง เขต 1. (2566). [สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2566]. แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา. สืบค้นจาก https://sites.google.com/view/ry1-plan2/
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดระยอง เขต 2. (2566). [สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2566]. ข้อมูลพื้นฐาน. สืบค้นจาก http://ita.rayong2.go.th/ข้อมูลพื้นฐาน/
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2563). กรอบแนวทางการประเมินคุณภาพระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพ: สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง. (2566). ข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาจังหวัดระยอง ปีการศึกษา 2565. ระยอง: สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง.
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2563). การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอก. กรุงเทพ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.
สุรางค์ โพธิ์พฤกษาวงศ์. (2559). การจัดการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ในพื้นที่ด้วยพลังเครือข่าย. วารสารการศึกษาไทย, 11(11), 3-9.
อมลรดา พุทธินันท์. (2561). รูปแบบการบริหารงานวิชาการสู่ความเป็นเลิศของโรงเรียน สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารราชนครินทร์, 15(2) ,31-37
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Journal Education and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
United Nations Development Group. (2013). A Million Voices: The World We Want A Sustainable Future with Dignity for All. New York: United Nations Development Group.
Wildy, H., & Dimmock, C. (1993). Instructional Laedership in primary and secondary school. Journal of Education Administration, 31(2), 43-61.
Wildy, H., & Dimmock, C. (1993). Instructional Leadership in Primary and Secondary Schools in Western Australia. Journal of Education Administration, 31(2), 43-62.
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ภาวนาสารปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.