การรับรองและข้อจำกัดสิทธิในความเป็นส่วนตัวภายใต้กฎหมายไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความเป็นส่วนตัวของบุคคลถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยหลายๆ ประเทศได้ยอมรับและกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคม สำหรับประเทศไทยนั้น สิทธิในความเป็นส่วนตัวเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากในอดีต ทั้งนี้ เพราะสิทธิในความเป็นส่วนตัวยังไม่เป็นที่รู้จักหรือเป็นที่ยอมรับแต่อย่างใด ซึ่งต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในหลายๆ ฉบับก็ได้บัญญัติและรับรองสิทธิในความเป็นส่วนตัวของบุคคลขึ้น แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ก็ยังคงกำหนดให้ประชาชนมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวอยู่เช่นเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิในความเป็นส่วนตัวได้เป็นที่รู้จักและถูกอ้างถึงอย่างมากในปัจจุบัน แต่ความเข้าใจในลักษณะสิทธิในความเป็นส่วนตัวและรูปแบบการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวยังคงคลุมเครือและขาดความชัดเจน บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้าใจและกำหนดขอบเขตของสิทธิในความเป็นส่วนตัวในประเทศไทยให้เกิดความชัดเจน ทั้งยังมุ่งวิเคราะห์รูปแบบของการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยอาศัยรูปแบบของการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นพื้นฐานสำคัญ บทความนี้ยังได้พิจารณาถึงข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัว รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิในความเป็นส่วนตัวกับเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนในการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข่าวสาร
Article Details
ลิขสิทธิ์และเนื้อหาในเว็บไซต์ของวารสารกฎหมาย (รวมถึง โดยไม่จำกัดเฉพาะ เนื้อหา รหัสคอมพิวเตอร์ งานศิลป์ ภาพถ่าย รูปภาพ ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ) เป็นกรรมสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย และผู้ได้รับการโอนสิทธิทุกราย
1. วารสารกฎหมาย ให้อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอันไม่เฉพาะเจาะจงที่สามารถถูกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในการ
- เยี่ยมชมเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้ จากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารผ่านเว็บบราวเซอร์
- คัดลอกและจัดเก็บเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้บนลงคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านระบบความจำ cache
- สั่งพิมพ์เอกสารจากเว็บไซต์นี้สำหรับการใช้ส่วนตัวของคุณ
- ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์โดยวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุ้มครองภายใต้ Creative Commons Attribution 4.0 International License ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนสามารถคัดลอก แจกจ่าย ดัดแปลง ส่งต่อ ผลงานได้ ก็ต่อเมื่อผลงานและแหล่งข้อมูลได้รับการอ้างอิงอย่างเหมาะสม
2. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และเอกสารบนเว็บไซต์นี้ เช่น การคัดลอก ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง ส่งต่อ ตีพิมพ์ แจกจ่าย เผยแพร่ จัดแสดงในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งเว็บไซต์หรือเอกสารบนเว็บไซต์ โดยไม่อ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลหรือโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. คุณอาจขออนุญาตที่จะใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยการเขียนอีเมลล์มายัง journal@law.chula.ac.th
4. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้มงวดกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างมาก หากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าคุณได้ใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยไม่ถูกต้องตามการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ดังที่กล่าวไปข้างต้น วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อคุณได้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เป็นตัวเงินและคำขอชั่วคราวให้คุณหยุดการใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ คุณอาจถูกสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้
หากคุณพบเห็นการใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขัดหรืออาจขัดต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยเชื่อว่าได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของคุณหรือของผู้อื่น สามารถร้องเรียนมาได้ที่ journal@law.chula.ac.th