การปฏิรูปการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและนักลงทุนต่างชาติ: ศาลการลงทุนทวิภาคี

Main Article Content

อำนาจ ตั้งคีรีพิมาน

บทคัดย่อ

ในการเจรจาความตกลงการค้าการลงทุนระหว่างไทยและสหภาพยุโรปที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มีความเป็นไปได้สูงว่าสหภาพยุโรปจะเรียกร้องให้ไทยตกลงนำศาลการลงทุนระหว่างประเทศ ในลักษณะของศาลการลงทุนทวิภาคี (bilateral investment court) มาใช้เป็นกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนและรัฐ (ISDS) ตามสนธิสัญญาแทนกระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไปในสนธิสัญญาการลงทุนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่ปรากฏในความตกลงที่สหภาพยุโรปเป็นคู่เจรจาหรือภาคีในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ Transatlantic Trade and Investment Partnership (TTIP) Comprehensive Economic and Trade Agreement (CETA) EU-Singapore Investment Protection Agreement (EU-Singapore IPA) และ EU-Vietnam Investment Protection Agreement (EU-Vietnam IPA) บทความนี้มุ่งศึกษาที่มา คุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสียของการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนและรัฐตามสนธิสัญญาโดยศาลการลงทุน เพื่อจะได้ทราบถึงข้อควรพิจารณาหรือข้อพึงระวังอันจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดท่าทีการเจรจาและการเตรียมความพร้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการระงับข้อพิพาทลักษณะนี้ของประเทศไทย จากการศึกษา พบว่าการนำระบบศาลการลงทุนทวิภาคีมาใช้ แม้จะปรากฏข้อดีอยู่บ้าง เช่น การจัดการปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ความเป็นกลางของผู้ตัดสินคดี แต่อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาข้อกังวลของ ISDS ที่ประเทศไทยคำนึงถึงมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ประเทศไทยต้องรับผิดชอบทั้งในฐานะภาคีของสนธิสัญญาการลงทุนและในฐานะคู่พิพาท และไม่มีความชัดเจนแน่นอนว่าการนำระบบดังกล่าวมาใช้จะทำให้แนวคำตัดสินมีความสม่ำเสมอสอดคล้องกันมากขึ้นกว่าระบบ ISDS โดยการอนุญาโตตุลาการที่เป็นอยู่เดิมหรือไม่

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย