การวิเคราะห์ในเชิงวิจารณ์และเปรียบเทียบกรอบกฎหมายของเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) ของปากีสถานกับกรอบกฎหมายของเขตเศรษฐกิจพิเศษในมาเลเซียและไทย - การนำเสนอกรอบกฎหมายที่ยั่งยืนเพื่อการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) ในปากีสถาน เพื่อขจัดช่องว่างและเสนอแนวทางการปรับปรุงระบบกฎหมาย โดยงานวิจัยนี้ได้เสนอการปรับปรุงกรอบกฎหมายและปฏิรูปนโยบายเพื่อบรรลุประสิทธิผลทั้งในเชิงพลวัตและในเชิงคงที่ รวมถึงชี้ให้เห็นถึงข้อเสนอแนะ ซึ่งสืบเนื่องมาจากเหตุจูงใจของมาเลเซียและไทยภายใต้ข้ออ้างในการดำเนินการของ SEZ ที่กำลังรุ่งเรือง โดยนานาประเทศทั่วโลกนั้น SEZ ถือเป็นสิ่งเปลี่ยนแปลงสำคัญในแง่ของการส่งเสริมเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ปากีสถานจะมีทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอและตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์อย่างมาก ปากีสถานก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการออกแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) ที่จะสามารถสร้างกำไรได้มากพอ และยังคงต้องปฏิรูปกรอบกฎหมายเพื่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษให้ประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับข้อกฎหมาย SEZs ในปากีสถาน คือ ความไม่สอดคล้องกับกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่มีอยู่ ซึ่งปากีสถานได้ตรา SEZ Act 2012 และ SEZs Act (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2016) เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการลงทุน อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัตินี้ยังมีช่องว่างทางกฎหมายหลายประการ โดยช่องว่างทางกฎหมายดังกล่าวและปัญหาการขาดกรอบนโยบายสามารถปรับปรุงผ่านการศึกษาเชิงเปรียบเทียบกับ SEZ ของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีประสิทธิภาพในประเทศมาเลเซียและประเทศไทย ทั้งนี้ จากการเปรียบเทียบการออกแบบ SEZ และกรอบกฎหมายของปากีสถานกับรูปแบบ SEZ ของมาเลเซียและไทย สามารถระบุถึงแนวทางแก้ไขที่จำเป็นสำหรับกรอบกฎหมายของปากีสถานเพื่อบรรลุผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยข้อค้นพบจากงานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยทำให้เข้าใจกรอบกฎหมายของ SEZs ในปากีสถาน รวมถึงแนวทางในเชิงปฏิบัติสำหรับการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายมากยิ่งขึ้น ด้วยการเปรียบเทียบกับ SEZs ของไทยและมาเลเซียในสิ่งที่ปากีสถานสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงกรอบกฎหมาย SEZ ได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์และเนื้อหาในเว็บไซต์ของวารสารกฎหมาย (รวมถึง โดยไม่จำกัดเฉพาะ เนื้อหา รหัสคอมพิวเตอร์ งานศิลป์ ภาพถ่าย รูปภาพ ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ) เป็นกรรมสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย และผู้ได้รับการโอนสิทธิทุกราย
1. วารสารกฎหมาย ให้อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอันไม่เฉพาะเจาะจงที่สามารถถูกถอนเมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในการ
- เยี่ยมชมเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้ จากคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารผ่านเว็บบราวเซอร์
- คัดลอกและจัดเก็บเว็บไซต์และเอกสารในเว็บไซต์นี้บนลงคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านระบบความจำ cache
- สั่งพิมพ์เอกสารจากเว็บไซต์นี้สำหรับการใช้ส่วนตัวของคุณ
- ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์โดยวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกคุ้มครองภายใต้ Creative Commons Attribution 4.0 International License ซึ่งอนุญาตให้ทุกคนสามารถคัดลอก แจกจ่าย ดัดแปลง ส่งต่อ ผลงานได้ ก็ต่อเมื่อผลงานและแหล่งข้อมูลได้รับการอ้างอิงอย่างเหมาะสม
2. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สงวนสิทธิ์ไม่อนุญาตให้คุณใช้สิทธิอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และเอกสารบนเว็บไซต์นี้ เช่น การคัดลอก ดัดแปลง เปลี่ยนแปลง ส่งต่อ ตีพิมพ์ แจกจ่าย เผยแพร่ จัดแสดงในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม ซึ่งเว็บไซต์หรือเอกสารบนเว็บไซต์ โดยไม่อ้างอิงถึงแหล่งข้อมูลหรือโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. คุณอาจขออนุญาตที่จะใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยการเขียนอีเมลล์มายัง journal@law.chula.ac.th
4. วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้มงวดกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างมาก หากวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าคุณได้ใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์บนเว็บไซต์นี้โดยไม่ถูกต้องตามการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ดังที่กล่าวไปข้างต้น วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอาจดำเนินคดีตามกฎหมายต่อคุณได้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายที่เป็นตัวเงินและคำขอชั่วคราวให้คุณหยุดการใช้เอกสารดังกล่าว ทั้งนี้ คุณอาจถูกสั่งให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกฎหมายนี้
หากคุณพบเห็นการใช้เอกสารอันมีลิขสิทธิ์ของวารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ขัดหรืออาจขัดต่อการอนุญาตให้ใช้สิทธิดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดยเชื่อว่าได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของคุณหรือของผู้อื่น สามารถร้องเรียนมาได้ที่ journal@law.chula.ac.th