ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ และระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ผู้แต่ง

  • นฤนาท รัตนโชติวงศ์กุล หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
  • นิติ ผดุงชัย หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

คำสำคัญ:

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางอาญา, กฎหมาย, ลิขสิทธิ์

บทคัดย่อ

ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้ศึกษา ปัญหาการกำหนดฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ และระวางโทษตามพระราช บัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเพื่อศึกษาหลักการให้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์ในกฎหมายระบบต่าง ๆ รวมถึงหลักเกณฑ์การกำหนดความผิด และโทษในทางอาญา นำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบการกำหนดฐานความผิด ระวางโทษของไทยว่ามีความเหมาะสมกับพฤติการณ์ ลักษณะของความผิด สอดคล้องกับระดับของการลงโทษที่ใช้กับอาชญากรรมที่มีความรุนแรงเท่ากันหรือไม่ โดยนำข้อมูลที่ได้จากการทบทวนวรรณกรรม และสัมภาษณ์ในเชิงลึกด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) มาวิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบจากการกำหนดฐานความผิดการละเมิดลิขสิทธิ์และโทษในทางอาญา เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองการละเมิดลิขสิทธิ์ในทางอาญา ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน จากการศึกษาพบว่า การคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทยบัญญัติขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญากรุงเบอร์นและความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าที่มีหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองในทางอาญาว่าจะต้องกระทำโดยเจตนา มีปริมาณในเชิงพาณิชย์ โทษจะต้องเพียงพอที่จะหยุดยั้งการละเมิด ที่สำคัญจะต้องสอดคล้องกับระดับของการลงโทษที่ใช้กับอาชญากรรมที่มีความรุนแรงเท่ากันในขณะที่พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 กำหนดให้การละเมิดลิขสิทธิ์ในทางแพ่งเป็นความผิดอาญาทุกกรณีโดยมิได้กำหนดพฤติการณ์ ลักษณะการกระทำ ปริมาณ และรายได้จากการละเมิด และเมื่อนำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์เปรียบเทียบกับฐานความผิดที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์กำหนดระวางโทษสูงกว่าฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีความรุนแรงในระดับใกล้เคียงกันจึงเป็นการให้ความคุ้มครองในมาตรฐานที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้า และไม่ได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ในการกระทำผิดและไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการบัญญัติกฎหมายอาญา และไม่สอดคล้องกับทฤษฎีการกำหนดโทษทางอาชญาวิทยา ผู้วิจัยเห็นว่า การคุ้มครองลิขสิทธิ์ในทางอาญาที่เหมาะสม ควรกำหนดให้เฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าเป็นความผิดอาญา และกำหนดพฤติการณ์ในการกระทำ ปริมาณ และรายได้จากการละเมิด ในส่วนระวางโทษจำคุกควรกำหนดไม่เกินสามปีโดยไม่กำหนดโทษขั้นต่ำ และโทษปรับขั้นสูงคงไว้เช่นเดิมแต่ไม่กำหนดโทษขั้นต่ำ และให้ตัดคำว่าหรือทั้งจำทั้งปรับออก

เอกสารอ้างอิง

Drahos, P. (1996). A philosophy of intellectual property. Hampshire : Ashgate Publishing Limited.

Hart, H. L. A. (1968). Punishment and responsibility. Oxford: Clarendon Press.

James, R. S. et al. (1980). Copinger and Skone James on Copyright. London: Sweet & Maxwell.

Nanakorn, K. (2013). Criminal Justice. Bangkok: Vinythai Publications. (in Thai)

Packer, H. L. (1968). The limits of the criminal sanction. CA: Stanford University Press.

Pinyosinwat, T. (2009). Rationale for the protection of intellectual property rights. Bangkok: Thammasat University.
(in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-04-23

รูปแบบการอ้างอิง

รัตนโชติวงศ์กุล น., & ผดุงชัย น. (2018). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ และระวางโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 9(1), 61–76. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJPU/article/view/115942

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Article)