การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ผู้แต่ง

  • ปุรเชษฐ์ เทพภิบาล โครงการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
  • วันชัย ปานจันทร์ โครงการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
  • อรไท ชั้วเจริญ โครงการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
  • นวลละออ แสงสุข โครงการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

คำสำคัญ:

รูปแบบ, การจัดการความรู้, โรงเรียนเอกชน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ พัฒนารูปแบบ และประเมินรูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามัน ดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการวิจัยและพัฒนา (Research and Development--R and D) แบบผสานวิธีใน 3 ขั้นตอน คือ (1) ศึกษาและกำหนดรูปแบบ ดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์และกำหนดรูปแบบด้วยเทคนิควิเคราะห์กระบวนการ (factor analysis) กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารและครูในโรงเรียนเอกชนภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่เป็นตัวแทนจากประชากร จำนวน 385 คน โดยการเปิดตารางสำเร็จรูปของ (Krejcie and Morgan,1970) (2) พัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการประชุมกลุ่มย่อย (focus group) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 11 คน พิจารณาความเหมาะสมและให้ข้อเสนอแนะ และดำเนินการพัฒนารูปแบบตามข้อเสนอแนะ และ (3) ประเมินความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้ ดำเนินการเชิงปริมาณ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 21 คน เป็นผู้ประเมิน ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามันทั้ง 5 ด้าน 60 ข้อ เป็นกระบวนการที่มีสำคัญต่อรูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนในระดับมากที่สุด เมื่อดำเนินการวิเคราะห์กระบวนการ พบว่ามี 10 กระบวนการหลัก (Factors) 60 กระบวนการย่อยที่เป็นกระบวนการสำคัญของรูปแบบ โดยมีค่า Eigenvalues ≥ 1 อธิบายความผันแปรของตัวแปรทั้งหมดได้ร้อยละ 64.10 จึงกำหนดรูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนจากผลการวิเคราะห์ได้ว่าประกอบด้วย 10 กระบวนการ ( Factors) 60 กระบวนการย่อย โดยเรียงลำดับกระบวนการตามลำดับความมากน้อยของค่าไอเกนและความสามารถในการอธิบายความผันแปรของข้อมูล รูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามันที่พัฒนาขึ้นตามข้อเสนอแนะจากการประชุมกลุ่มย่อย ชื่อ “รูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามัน” ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย คือ โรงเรียนจัดกิจกรรมบนฐานความรู้  สั่งสมความรู้และนวัตกรรมต่อเนื่อง และมีความเป็นเลิศและเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 8 กระบวนการ ภารกิจ 54 กิจกรรมหลักคัดสรร ที่เรียงลำดับใหม่ตามกระบวนการบริหารจัดการของโรงเรียน ประกอบด้วย ภารกิจ (1) การกำหนดความรู้ (2) การแสวงหาความรู้ (3) การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม (4) การจัดเก็บความรู้และจัดศูนย์ความรู้ (5) การใช้ความรู้และจัดกิจกรรมฐานความรู้ (6) การถ่ายโอน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้ (7) การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการความรู้ และ(8) การสร้างความยั่งยืนในการจัดการความรู้ ที่ต้องดำเนินการภายใต้ 3 กลไก คือ การสร้างและใช้คู่มือปฏิบัติการจัดการความรู้ การจัดกิจกรรม       บนฐานความรู้ทั้งโรงเรียน และการจัดทีมงาน KM ของโรงเรียน และ รูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ ฝั่งอันดามันที่พัฒนาขึ้นนี้ มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ปฏิบัติในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

Bunmepipit. P. (2008). The development of knowledge management model of schools. Dissertation Doctor of Philosophy, Bangkok: Silpakorn University. (in Thai)

Keyser, R. L. (2004). Assessing the Relationship between Knowledge Management and Plant Performance At The Tennessee Valley Authority. Ph.D. Dissertation, Industrial and Systems Engineering and Engineering Management, The University of Alabama

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

McConaghy, N. (2014). Sexual Behavior: Problems and Management. Philadelphia: Lippincott.

Ministry of Education. (2003). National Education Act 1999 B.E. amended Additional (Version 2), B.E. 2545. Bangkok: The Teachers Council of Thailand

Na Ubon, A., & Kimble, C. (2002). Knowledge management in online distance education. Retrieved October 5, 2011, from http://www.chriskimble.com/Publications/Documents/Ubon_2002.pdf

Office of the Civil Service System Development Commission (2014). Civil Servant Regulations Act House 2008, Nonthaburi: Printing House, Office of the Civil Service Commission (in Thai)

Pramphet. K., Sungtong. E. (2015). Model of Knowlegde Management for Teacher Development : A Case Study of Nampudpotpotaram School Cluster Trang Primary Educational Service Area Office 1. Journal of Education, Songkhla: Thaksin University.

Royal Decree on Principles and Good Government Administration Procedures 2003. (2003).Gazette, 120 (100 g), 1-16. (in Thai)

Raksaphong. T. (2008).Development of the knowledge management model for academic administration in basic education school by participatory action RESE. Educational dissertation Doctor of Philosophy, Chon Buri: Burapha University (in Thai)

Singh, S. (2008). The Development and Investigation of a Conceptual Model to Understand Knowledge Management. Dissertation Abstracts International, 69(5), 292-A. (UMI No. NR38516)

Thaveekaew. W. (2010). Development of a knowledge management model for secondary school students in Educational institutions under the Office of the Basic Education Commission. Doctor of Thesis Graduate, Bangkok: Chulalongkorn University. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-03-10

รูปแบบการอ้างอิง

เทพภิบาล ป., ปานจันทร์ ว. ., ชั้วเจริญ อ. ., & แสงสุข น. (2020). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของโรงเรียนเอกชนในภาคใต้ฝั่งอันดามัน. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 11(1), 263–280. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJPU/article/view/234807

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Article)