Job Satisfaction Of Private School Teacher Under Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 4

ผู้แต่ง

  • เสวียน เจนเขว้า คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
  • ทองหล่อ วงษ์อินทร์

คำสำคัญ:

ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน, ครูโรงเรียนเอกชน การศึกษาประถมศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4  2) เปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามอายุ และประสบการณ์ทำงาน  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำนวน 744 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยจำนวน 250 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน  เลือกตัวอย่างโดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น และสุ่มอย่างง่ายโดยวิธีจับสลาก  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.941  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า One Way Analysis of Variance ทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ โดยวิธีการของเชฟเฟ่

                ผลการวิจัย พบว่า      

  1. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน  ด้านที่มีความพึงพอใจสูงสุด 3 ลำดับแรกคือ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ  ด้านความรับผิดชอบ ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และด้านที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือ ด้านรายได้
  2. การเปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามอายุ พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านความสำเร็จในงาน และด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน
  3. การเปรียบเทียบความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 4 จำแนกตามประสบการณ์ทำงาน พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05  เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ  ด้านความก้าวหน้า  ด้านนโยบายและการบริหาร  ด้านการปกครองบังคับบัญชา และด้านรายได้ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05  ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

กมลรัตน์ มีผดุง. (2550). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1. ปริญญาการศึกษา
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่
2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ชนมน สภานุชาต. (2548). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนราชินี. บัณฑิตวิทยาลัย
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต.
ดนัย ประสูตร์แสงจันทร์. (2551). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
เอกชนคาทอลิก สังกัดอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล.
นเรศ ภูโคกสูง. (2541). การศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของพนักงานธนาคารกสิกรไทย
จำกัด (มหาชน). งานนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษาผู้ใหญ่ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ประชุม รอดประเสริฐ. (2543). นโยบายและการวางแผนหลักการและทฤษฎี. พิมพ์ครั้งที่ 4.
กรุงเทพฯ : เนติกุลการพิมพ์.
Cronbach, Lee J. (1990). Essentials of Psychology Testing. 5th ed. New York : Harper Collins
Publishers Inc.
Herzberg, Frederick, Mausner, Bernard and Snyderman, Block. (1959). The Motivation to
work. New York : John Wiley & Son.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2017-07-26

รูปแบบการอ้างอิง

เจนเขว้า เ., & วงษ์อินทร์ ท. (2017). Job Satisfaction Of Private School Teacher Under Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 4. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 8(1), 200–209. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJPU/article/view/93920

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Article)