การพัฒนาโมเดลการตลาดในการรีแบรนด์ วังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี

Main Article Content

บวรสรรค์ เจี่ยดำรง
เหมือนฝัน คงสมแสวง
โชติกา ลิลา
อรสิริ พานิช
วรวิทย์ พัฒนาอิทธิกุล

บทคัดย่อ

งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาโมเดลการตลาดในการรีแบรนด์ วังสวนบ้านแก้ว”
มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักทัศนาจรเจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อปัจจัย
ส่วนประสมทางการตลาดบริการ ของวังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี (2) เพื่อวิเคราะห์ความคาดหวังของนักทัศนาจรเจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ 7Ps
ของวังสวนบ้านแก้ว จังหวัดจันทบุรี และ (3) เพื่อสังเคราะห์และสร้างโมเดลการตลาดในการ
รีแบรนด์วังสวนบ้านแก้ว ประเด็นความคิดเห็นและความคาดหวังของนักทัศนาจรเจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อส่วนประสมการตลาดบริการของวังสวนบ้านแก้ว ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีการสังเกต (Observe) วิจัยเอกสาร (Documentary Research) การสัมภาษณ์ (Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ในการเก็บรวบรวมข้อมูลแหล่งข้อมูลดังกล่าวข้างต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทราบข้อสรุปที่เกี่ยวข้องกับความคิดเห็นและความคาดหวังของนักทัศนาจร
เจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาดบริการ และการสร้างทฤษฎีจากสนามวิจัย
เป็นแนวทางในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลประเภทบุคคล ได้แก่ นักทัศนจรเจนเนอเรชั่นซี ที่มีประสบการณ์กับวังสวนบ้านแก้วทั้งทางตรงและทางอ้อม จำนวน 50 คน และเจ้าหน้าที่
วังสวนบ้านแก้วจำนวน 15 คน แหล่งข้อมูลประเภทสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ และแหล่งข้อมูลประเภทวัตถุในระหว่างเดือนทั้งทางตรงและทางอ้อม จำนวน 50 คน  และเจ้าหน้าที่วังสวน
บ้านแก้วจำนวน 15 คน แหล่งข้อมูลประเภทสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์และ แหล่งข้อมูลประเภทวัตถุ


ในระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 - เดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 รวมระยะเวลา 9 เดือน ข้อสรุปเบื้องต้นที่เกี่ยวกับความคิดเห็นและความคาดหวังของนักทัศนาจรเจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อ
ส่วนประสมทางการตลาดบริการวังสวนบ้านแก้ว จะนำมาเป็นข้อมูลนำเข้าสำหรับการประชุมระดมสมอง (Brainstorming) จากผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการ รีแบรนด์ วังสวนบ้านแก้ว ได้แก่ นักการตลาดภายนอก เจ้าหน้าและผู้บริหารสำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่น ๆ เป็นต้น ขั้นตอนสุดท้ายเมื่อได้ข้อสรุปจากการระดมสมอง ข้อสรุปดังกล่าวจะนำมาสังเคราะห์ด้วยวิธีการสร้างทฤษฎีจากสนามวิจัย (Grounded Theory) เพื่อสร้างโมเดลการตลาดในการรีแบรนด์ วังสวนบ้านแก้ว


ผลการวิจัยพบว่า การวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นและความคาดหวังของนักทัศนาจรเจนเนอเรชั่นซีที่มีต่อส่วนประสมการตลาดบริการของวังสวนบ้านแก้วสามารถสรุปผลการวิจัยรายละเอียดดังนี้ ปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่ต้องพิจารณาในการ รีแบรนด์ วังสวนบ้านแก้ว ประกอบไปด้วย 7 ปัจจัย ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านกระบวนทัศน์ (Paradigm) การปรับกระบวนทัศน์


                   จากอนุรักษ์นิยมสุดโต่งไปสู่กระบวนทัศน์แบบอนุรักษ์นิยมร่วมสมัย (2) ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ (Management) ปรับการบริหารแบบราชการไปสู่แบบวิสาหกิจสังคม (Social Enterprise) (3) ปัจจัยด้านการแบ่งส่วนตลาด (Segmentation) ขยายส่วนตลาดไปสู่นักทัศนาจร


กลุ่มเจเนอเรชั่นซี โดยกำหนดเป้าหมายเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (4) ปัจจัยด้านสายผลิตภัณฑ์ (Product Line) เพิ่มผลิตภัณฑ์บริการอื่น ๆ และผลิตภัณฑ์
จากสินทรัพย์ดิจิทัลจากต้นทุนที่วังสวนบ้านแก้วมี (5) ปัจจัยด้านการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและแบรนด์(IMC and Brand) ใช้การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการทุกช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์เพื่อสร้างจุดสัมผัส (Touch Point) ตลอดเส้นทางของนักทัศนาจร
เจนเนอเรชั่นซี (6) ปัจจัยด้านวิถีชีวิตแบบดิจิทัล (Digital Lifestyle) พัฒนา Suanbankaew Lifestyle on Mobile Application (7) ปัจจัยด้านวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ประเมินผลและวิเคราะห์แนวโน้มทางธุรกิจและพฤติกรรมนักทัศนจรในทุกเจนเนอเรชั่น
การวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวจะนำไปเป็นข้อมูลเพื่อสร้างโมเดลการตลาดในการ รีแบรนด์ดิ่ง
วังสวนบ้านแก้ว

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คมกริช ทิพยประเสริฐ และคณะ. (2559). โปรแกรมประยุกต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับการท่องเที่ยววังสวนบ้านแก้ว. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 12 (NCCIT2016). กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

พัชรพร เฟื่องคอน. (2557). การรีแบรนด์ดิ้งและการตอบสนองของผู้บริโภคต่อภาพลักษณ์ตราสินค้าร้านอาหารประเภทปิ้งย่าง. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.

ภูวดล บัวบางพลู และคณะ. (2561). การพัฒนาสื่อเทคโนโลยีความจริงเสมือนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว วังสวนบ้านแก้ว มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี: สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

รวีวรรณ โปรยรุ่งโรจน์. (2558). พฤติกรรมนักท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.

วิชาญ ทุมทอง และ ณัฐกาญจน์ พึ่งเกิด. (2558). ระบบพิพิธภัณฑ์อัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีบีค่อน กรณีศึกษาวังสวนบ้านแก้ว. จันทบุรี: คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. จันทบุรี.

สิริวิภา วิมุกตายน, ฐปนีย์ ศรีแก้ว และ ปฏิวัติ สุริโย. (2561). การศึกษาอัตลักษณ์วังสวนบ้านแก้วเพื่อพัฒนาของที่ระลึกสำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยว. ใน สถาบันวิจัยและพัฒนา (บ.ก.), รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ วิจัยรำไพพรรณี ครั้งที่ 12. . จันทบุรี. สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. (2564). ทิศทางการดำเนินงานการตลาดท่องเที่ยววังสวนบ้านแก้ว. การจัดประชุมระดมความคิดสร้างสรรค์. จันทบุรี. สำนักศิลปวัฒนธรรมและพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

อภิวรรณ ศิรินันทนา. (2560). การศึกษารูปแบบการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของวังสวนบ้านแก้ว. จันทบุรี: คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2561). รู้จักจุฬา. สืบค้นจากhttps://www.chula.ac.th/about/overview/introduction-to-chula/

World Tourism Organization. (1995). ความหมายของการท่องเที่ยว. Retrived from https://tourismatbuu.wordpress.com/

Kotler, P. (2010). Marketing 3.0. New Jersey: Hoboken.

_______. (2017). Marketing 4.0. New Jersey: Hoboken.

_______. (2021). Marketing 5.0. New Jersey: Hoboken.