แนวทางการสื่อสารศิลปะนาอีฟเพื่อสร้างสมาธิของ ผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ

Main Article Content

เหมือนฝัน คงสมแสวง
บวรสรรค์ เจี่ยดำรง

บทคัดย่อ

                   งานวิจัยเชิงคุณภาพชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. สร้างแนวทางการสื่อสารศิลปะนาอีฟเพื่อสร้างสมาธิของผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ และ 2. สร้างคู่มือการสร้างสมาธิด้วยการปฏิบัติศิลปะนาอีฟ ผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสาร มีการให้ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 6 คน ทำกิจกรรมศิลปะนาอีฟและสัมภาษณ์เชิงลึก รวมทั้งใช้อุปกรณ์ในการวัดคลื่นสมอง I FLOW headband ที่ประมวลผลความหมายร่วมกับแอปพลิเคชัน IFLOW S กับผู้ให้ข้อมูลหลักอีก 6 คน ขณะทำกิจกรรม เพื่อพิสูจน์สมาธิที่เพิ่มขึ้นเมื่อทำกิจกรรมศิลปะนาอีฟ ส่วนเล่มคู่มือกิจกรรมนั้น
ได้พัฒนาจากการทำกิจกรรมศิลปะนาอีฟ และมีการร่างตัวอย่างคู่มือกิจกรรม แล้วนำไประดมความคิดเห็นกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ จำนวน 7 คน เพื่อหารูปแบบและเนื้อหาที่เหมาะสม จากนั้นนำคู่มือดังกล่าวไปเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มี
ส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ จำนวน 60 คน เพื่อสรุปคู่มือกิจกรรม พร้อมทั้งนำคู่มือฉบับสมบูรณ์ไปทำกิจกรรมกับผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพและผู้สูงอายุเพื่อสำทับข้อมูล รวมถึงเผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการสื่อสารศิลปะนาอีฟเพื่อสร้างสมาธิของผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ ต้องอาศัยการดำเนินการที่ต้องพิจารณาองค์ประกอบทางการสื่อสาร ได้แก่ ผู้ส่งสาร สาร ช่องทางการสื่อสาร (สื่อกิจกรรม, สื่อบุคคล) ผู้รับสาร และปัจจัยอื่น ๆ จากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เอื้อให้การทำศิลปะนาอีฟเพื่อสร้างสมาธิของผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพประสบความสำเร็จ กิจกรรมศิลปะนาอีฟช่วยเสริมสร้างสมาธิในระดับขณิกสมาธิ หรือสมาธิชั่วขณะได้ สำหรับคู่มือกิจกรรมนั้นพึงประกอบไปด้วยรูปแบบและเนื้อหาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายหลัก นั่นคือ ผู้เตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุคุณภาพ คู่มือกิจกรรมพึงมีโครงสร้างทั่วไปของหนังสือ มีลักษณะไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ขนาดเอสี่ ใช้รูปแบบตัวอักษรที่มีหัว อ่านง่าย ตัวใหญ่ และใช้เลขอารบิก ส่วนเนื้อหาข้อความต้องมีไม่มากนัก (ไม่เกิน 25 หน้า) มีการใช้ภาพประกอบโดยเน้นเป็นภาพถ่ายทั้งขณะทำกิจกรรมและภาพผลงานศิลปะนาอีฟ รวมถึงมีการเสนอให้ใช้สีส้มเป็นหลัก ซึ่งคู่มือกิจกรรม
ยังสามารถประยุกต์ใช้กับกลุ่มเป้าหมายอื่นได้ด้วย เช่น กลุ่มเด็กสมาธิสั้น กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีการควบคุมยาก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2563). 93 วันสู่สังคม"คนชรา" 5 จังหวัด? คนแก่เยอะสุด-น้อยสุด. สืบค้นจาก dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30453

กิติมา สุรสนธิ, ศุภกิจ แดงขาว และ อนงค์ลักษณ์ สมแพง. (2557). ความรู้ทางการสื่อสาร (Introduction to Communication) ฉบับปรับปรุงใหม่. กรุงเทพฯ: คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

คมสัน รัตนะสิมากูล. (2562). การสื่อสารแนวคิดวิถีพุทธของมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 27(53), 1-22.

เจ้าฟ้าจุฬาภรวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ. (2562). การศึกษาเพื่อสร้างสรรค์ “หลากลาย หลายชีวิต”. วารสารศิลป์ พีระศรี, 7(2), 24-44.

ชญาณี ฉลาดธัญญกิจ. (2563). การสื่อสารกับผู้อยู่ในกลุ่มอาการภาวะออทิซึมผ่านกระบวนการทอผ้าประยุกต์. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 20(1), 157-169.

ทัศนีย์ เจนวิถีสุข. (2557). การสื่อสารเพื่อบริหารจัดการอารมณ์ตามแนวทางพระพุทธศาสนา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 1(1), 14-26.

นพเกล้า ศรีมาตย์กุล, พิษณุ ศุภนิมิตร และ ชัยยศ อิษฎ์วรพันธุ์. (2562). เซน : สมาธิกับการสร้างสรรค์ศิลปะ. วารสารวิชาการ Veridian E –Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 12(5), 559-577.

ประติมา ธันยบูรณ์ตระกูล. (2560). การสร้างสรรค์งานศิลปะโดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะดั้งเดิม. วารสารวิชาการ Veridian E –Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 10(2), 2940-2956.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2552). พุทธธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพฯ: บริษัท สหธรรมิก จำกัด.

พระเรืองเดช โชติธมฺโม (เสียงเพราะ), พระครูภาวนาโพธิคุณ, พระมหามงคลกานต์ ฐิตธมฺโม และ โสวิทย์ บำรุงภักดิ์. (2560). วิเคราะห์หลักไตรลักษณ์ในเชิงสุนทรียศาสตร์. วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม, 6(1), 118-130.

เมตตา สุวรรณศร. (2564). จิตรกรรมสื่อผสมการปะติดผ้าด้วยเทคนิค Appliqué ปักด้วยมือที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานวาดภาพโดยเด็กออทิสติก. วารสารศิลป์ พีระศรี, 9(1), 61-88.

วัชราภรณ์ เรืองสิทธิ์, จำลอง วงษ์ประเสริฐ และ กุลธิดา กุลประฑีปัญญา. (2561). กระบวนการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุไทย: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 28(3), 131-144.

สกนธ์ ภู่งามดี. (2563). อะไรคือศิลปะแบบนาอีฟ (Naive Art). สืบค้นจาก https://intrend.trueid.net/article/อะไรคือศิลปะแบบนาอีฟ-naive-art- trueidintrend_52226

สายอักษร รักคง. (2563). การเยียวยาสภาวะทางจิตด้วยศิลปะบำบัด. วารสารศิลป์ พีระศรี, 7(2), 65-84.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (ม.ป.ป.). จำนวนประชากรจากการทะเบียน จำแนกตามกลุ่มอายุ ภาคและจังหวัด พ.ศ. 2555 – 2564. สืบค้นจาก statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx

สิรินภา อิ่มศิริ. (2559). สู่วัยชราอย่างสุขใจ-สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ต้องเริ่มตั้งแต่อายุ 45. สืบค้นจาก www.thaipbs.or.th/news/content/256279

สุริยะ ฉายะเจริญ, สุชาติ เถาทอง และ ภานุ สรวยสุวรรณ. (2564). การสร้างสรรค์การดำเนินงานและการสื่อสารในกิจกรรมศิลปะเชิงสัมพันธ์การวาดเส้นสมาธิ. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 20(1), 70-87.

อรทยา สารมาศ, ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์ และ โสมฉาย บุญญานันต์. (2562). การใช้ศิลปะเป็นฐานเพื่อพัฒนาสุขภาวะของผู้สูงอายุ: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 9(2), 17-32.

Brodskaïa, N. (2012). Naive art. New York: Parkstone International.

Chaisitthisak, T., & Phaosavasdi, K. (2018). Drawing: A dialogue with the present and objects without additives. Humanities, Arts and Social Sciences Studies, 18(1), 57-73.

Gambis, M. (2015). Why making art is the new meditation. Retrieved from www.washingtonpost.com/news/inspired-life/wp/2015/08/25/why-making-art-is-the-new-meditation/

Hutchins, J. (2020). Art as meditation. Retrieved from www.unity.org/article/art-meditation

Wolfe, A. (2021). Meditation and art: examples and how this practice helps you creatively. Retrieved from www.skillshare.com/blog/meditation-and-art-examples-and-how-this-practice-helps-you-creatively/

Zenart. (2022). 21 days of art meditation. Retrieved from www.zenart.info/art-meditation