รูปแบบการบริหารการเรียนการสอนภาษาจีน ระดับบัณฑิตศึกษา หลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
คำสำคัญ:
รูปแบบการบริหารการเรียนการสอนภาษาจีน, ระดับบัณฑิตศึกษา, โควิด-19บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับบัณฑิตศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการบริหารการเรียนการสอนภาษาจีนระดับบัณฑิตศึกษา และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารการเรียนการสอนภาษาจีนระดับบัณฑิตศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาหลังสถานการณ์โควิด-19 การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิจัยแบบผสม การวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่าง คือนักศึกษาชาวไทยระดับปริญญาโท สาขาวิชาการเรียนการสอนภาษาจีน ชองมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทารุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 4 ทั้งหมด 30 คน การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ อาจารย์มหาวิทยาลัยชาวจีน 5 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้วิเคราะห์คือ ความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ SWOT Analysis
ผลการวิจัยพบว่า 1) โรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนอย่างรุนแรง และสามารถใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ทำให้การเรียนการสอนดำเนินต่อไปได้ 2) การพัฒนารูปแบบการบริหารการเรียนการสอนภาษาจีนระดับบัณฑิตศึกษา ต้องแสวงหาโอกาสในยามวิกฤต ใช้ข้อดีของทั้งรูปแบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์และออนไซต์ ให้มีประโยชน์เพื่อรับมือกับปัญหาและวางแผนการพัฒนาระยะยาว ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนระดับบัณฑิตศึกษาได้พัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้มากขึ้น และ 3) การพัฒนาทรัพยากรวัสดุการเรียนการสอนสำหรับการเรียนการสอนแบบผสมผสานเสริมสร้างระบบการประเมินผลให้สมบูรณ์ขึ้น มีการวางแผนในเรื่องการดูแลนักศึกษาและการอบรมคณะอาจารย์ สนับสนุนทางด้านเทคนิคการรักษาอินเตอร์เน็ต
เอกสารอ้างอิง
ธัญญารัตน์ มะลาศรี และ Wei, J.R. (2560). การจัดเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษาจีน สำหรับผู้เรียนชาวไทย. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า, 4(3), 80-88.
เอกชัย บุญญาทิษฐาน. (2553). คู่มือวิเคราะห์ SWOT อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.
Yao, W. (2015). Label switching and its solutions for frequentist mixture models. Journal of Statistical Computation and Simulation, 85, 1000-1012.
Bradley, B.B. and Kelley. H. (2017). Examining the influence of self-efficacy and self-regulation in online learning. College Student Journal,51(4),518-530.
Daniels. C, & Feather, S. (2002). Student perceptions of online learning: A comparison of two Different populations. Proceedings of the Conference on Information Systems Applied Research, USA.
Flege.J. E., & Timonium, M. D. (1995). Second language speech learning: Theory, findings, and problems, Inw. Strange (ed), Speech perception and linguistic experience: Issues in cross-language research, 233-277.
Garnham, C., & Kaleta, R. (2002). Introduction to Hybrid Courses, Teaching with Technology Today. Retrieved May 9, 2023, from http://www.uwsa.edu/ttt/ articles/garnham.htm
Garrison, D. R. (2000). The oretical challenges for distance education in the 21st century: A shift from structural to transactional issues. The International Review of Research in Open and Distance Learning, 1(1),1-17.
Hannay, M. & Newvine, T. (2006). Perceptions of distance learning: comparison of online and traditional learning. MERLOT Journal of Online Learning and Teaching, 2(1),1-11.
Lanier, M. M. (2006). Academic integrity and distance learning. Journal of Criminal Justice Education,17(2), 244-261.
Robertj, B. (2009). The Use of Technology for Second Language Distance Learning. The Modern Language Journal, 93, 822–835.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
