การศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในกรมการพัฒนาชุมชน ส่วนกลาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในกรมการพัฒนาชุมชน ส่วนกลาง และ (2) เปรียบเทียบความแตกต่างของภาวะผู้นำจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่
เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาในการทำงาน และตำแหน่งงาน การวิจัยเป็นเชิงปริมาณ ประชากร ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างกรมการพัฒนาชุมชน ส่วนกลาง จำนวน 510 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 224 คน
ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีโดยรวมอยู่ในระดับมาก สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารงานที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบันซึ่งเปิดกว้างต่อบทบาทสตรีในตำแหน่งผู้นำ ผู้บริหารสตรีมีคุณลักษณะเด่นด้านความรอบคอบ ความใส่ใจในรายละเอียด การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และความทุ่มเท ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ภาวะผู้นำแบบโลกาภิวัตน์มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด โดยเฉพาะความสามารถในการใช้เครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาการทำงาน แสดงถึงศักยภาพด้านมนุษยสัมพันธ์และการประสานทรัพยากรจากหลายภาคส่วน รองลงมาคือภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และเป็นแบบอย่างที่ดี ขณะที่ภาวะผู้นำสตรีนักบริหารในยุค 4.0 อยู่ในระดับมากที่สุด สะท้อนถึงความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน
ผลการเปรียบเทียบพบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา และระยะเวลาในการทำงานที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนตำแหน่งงานไม่ส่งผลต่อความแตกต่างดังกล่าว ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้บริหารสตรีมีภาวะผู้นำที่เหมาะสมกับบริบทองค์กรยุคปัจจุบัน และสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง (References)
เทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2550). ภาวะความเป็นผู้นำ. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
รัตติกรณ์ จงวิศาล. (2551). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง Transformational Leadership Theory (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: http://202.28.8.55/HR/index.php?option=com_content&task=view&id=51&Itemid=15.
(2552, 22 พฤษภาคม)
เพ็ญพร ทองคำสุก (2553). ตัวแบบสมการโครงสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วรพจน์ บุษราคัมวดี. (2551). องค์การและการจัดการ. ปทุมธานี : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
อธิปัตย์ คลี่สุนทร. (2547). ยุทธศาสตร์การบริหารในยุคโลกาภิวัตน์(ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: http://www.moe.go.th/main2/article/article_atipat/cyber_manage.htm. (2554, 10 กรกฎาคม).
กรมการท่องเที่ยว. (2559). สถิตินักท่องเที่ยวประจำปี พ.ศ. 2558. เข้าถึงได้จาก http://www.tourism.go.th.
เกียรติศักดิ์ เศรษฐพินิจ. (2556). ปัจจัยการนำนโยบายไปปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
จิตตินันท์ เดชะคุปต์. (2546). “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิทยาการบริการ” จิตวิทยาการบริการหน่วยที่ 7-8. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
จิตติมา อัครธิติพงศ์. (2556). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
จิตนันท์ นันทไพบูลย์. (2551). จิตวิทยาบริการ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ฉัตรมงคล แน่นหนา. (2552). การพัฒนาทรัพยากรบุคคลภาครัฐเพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์จังหวัดตามแนวคิดสมรรถนะ. กรุงเทพฯ: สถาบันดำรงราชานุภาพ.
ชมสุภัค ครุฑกะ (2554). “ความต้องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ประชาคมอาเซียน” วารสารวิชาการศิลปศาสตร์ประยุกต์. กรกฎาคม-ธันวาคม 2554. หน้า 63-70.
ชาญคณิต กฤตยา สุริยะมณี และอุนิษา เลิศโตมรสกุล. (2553). การนำกลยุทธ์แบบ Community policing มาประยุกต์ใช้ในการป้องกันปัญหาอาชญากรรมในเขตเมือง: กรณีศึกษาชุมชนในเขตลาดพร้าว บางนา และบางพลัด กรุงเทพมหานคร. คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
ชาย โพธิสิตา. (2550). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
เพ็ญพร ทองคำสุก (2553). ตัวแบบสมการโครงสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,มหาวิทยาลัยขอนแก่น.