การพัฒนาทักษะการวาดเส้นสร้างสรรค์ของนักศึกษา สาขาดิจิทัลอาร์ต
คำสำคัญ:
การวาดเส้นสร้างสรรค์, ดิจิทัลอาร์ต, ทักษะศิลปะ, การเรียนรู้เชิงปฏิบัติบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) วิธีการส่งเสริมการพัฒนาผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษาสาขาดิจิทัลอาร์ตในรายวิชาวาดเส้นสร้างสรรค์ 2) ผลการพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ในรายวิชาวาดเส้นสร้างสรรค์ และ 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนรู้ในรายวิชาวาดเส้นสร้างสรรค์ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักศึกษาสาขาดิจิทัลอาร์ต จำนวน 17 คน ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาวาดเส้นสร้างสรรค์ ภาคการศึกษาที่ทำการวิจัย โดยใช้ระยะเวลาศึกษา 10 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ แบบประเมินทักษะการวาดเส้นสร้างสรรค์ แบบประเมินผลงานศิลปะ แบบทดสอบก่อน–หลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่าวิธีการส่งเสริมพัฒนาคือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้การวาดเส้นสร้างสรรค์ที่ออกแบบตามแนวคิดการเรียนรู้โดยเน้นการสังเกต การตีความอัตลักษณ์ผ่านเส้น การใช้เทคนิคหลากหลาย และการสะท้อนคิดเชิงวิพากษ์ สามารถพัฒนาทักษะการวาดเส้นสร้างสรรค์และยกระดับความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะของนักศึกษาสาขาดิจิทัลอาร์ตได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการพัฒนาพบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งผลต่อการคิดสร้างสรรค์อย่างมีนัยสำคัญ (p < 0.05) โดยเฉพาะในด้านความแปลกใหม่ ความลื่นไหล และความยืดหยุ่นทางความคิด ผลงานศิลปะของนักศึกษาแสดงพัฒนาการที่ชัดเจนในด้านการใช้เส้นถ่ายทอดแนวคิดอย่างมีเอกลักษณ์ มีความคิดสร้างสรรค์ และการจัดองค์ประกอบที่สื่ออารมณ์ได้ดี ความพึงพอใจอยู่ในระดับ “มากที่สุด” (ค่าเฉลี่ยรวม = 4.57) โดยเฉพาะด้านผู้สอนและผลที่ได้รับจากการเรียนรู้มีระดับความพึงพอใจสูงสุด ผลการวิจัยนี้สอดคล้องกับแนวคิดและผลการวิจัยของนักวิชาการหลายท่านที่สนับสนุนบทบาทของการเรียนรู้เชิงรุกและสร้างสรรค์ในการพัฒนาทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2544). ความรู้เกี่ยวกับสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ: ศูนย์พัฒนาหนังสือกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
คำปา, มุกดารัศ. (2562). การพัฒนาการสร้างสรรค์ชิ้นงานทางทัศนศิลป์ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบค้นพบ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์].
ผลณัชชา มหปุญญานนท์. (2551). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วัลไพจิตร, ธัญพิชชา. (2566). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการนำเสนอโดยใช้การเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานร่วมกับกระดาน MOODBOARDS สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์].
วิจิตสถิตรัตน์, อธิพัชร์. (2565). การพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ 2 มิติ สำหรับครูศิลปะระดับประถมศึกษา ผ่านการเรียนรู้แบบเชิงรุก. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 18(3), 47-60.
Aboalgasm, A. S., & Ward, R. (2014). Evaluating the Use of Digital Art Tools for Drawing to Enhance Artistic Ability and Improve Digital Skill among Junior School Students.
Ariaji, R., et al. (2021). Learning Materials Based on Digital Art Student Creativity in Universitas Muhammadiyah Tapanuli Selatan.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1985). Intrinsic motivation and self-determination in human behavior. Plenum.
Eisner, E. W. (2002). The arts and the creation of mind. Yale University Press.
Gaitskell, C. D. (1957). Children and their art. Harcourt, Brace & World.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Lowenfeld, V., & Brittain, W. L. (1987). Creative and mental growth (8th ed.). Macmillan.Robinson, K. (2011). Out of our minds: Learning to be creative. Capstone.
Runco, M. A., & Acar, S. (2012). Divergent thinking as an indicator of creative potential. Creativity Research Journal, 24(1), 1-10.
Torrance, E. P. (1966). Torrance tests of creative thinking: Norms-technical manual. Personnel Press.
Torrance, E. P. (1974). Torrance tests of creative thinking: Norms-technical manual. Ginn.
Winner, E., & Hetland, L. (2008). Art for our Sake School Arts Classes Matter More than Ever- But Not for the Reasons You Think. Arts Education Policy Review, 69(5), 29-37.







