มาตรการทางกฎหมายในการกำหนดค่าธรรมเนียมการจัดเก็บซากอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชุมชน
คำสำคัญ:
ซากอิเล็กทรอนิกส์, ค่าธรรมเนียม,, กฎหมายสิ่งแวดล้อม, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบบทคัดย่อ
การจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชุมชนเป็นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งในด้านอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนจริง ขาดมาตรฐานกลาง และไม่มีกลไกติดตามหรือบังคับใช้ที่ชัดเจน การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดค่าธรรมเนียมการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย เปรียบเทียบกับระบบของต่างประเทศ และเสนอแนวทางปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและยั่งยืน ผลการศึกษาพบว่า ประเทศไทยยังไม่มีระบบผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบ (Extended Producer Responsibility: EPR) ที่ชัดเจน ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายตกอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน โดยอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนดไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ขาดมาตรการบังคับใช้และบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่มีระบบติดตามและประเมินผล ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สหพันธรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐประชาชนจีน (ไต้หวัน) มีการนำหลักผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบ(Extended Producer Responsibility: EPR) มาใช้ร่วมกับการจัดตั้งองค์กรกลาง ระบบติดตามครบวงจร และการกำหนดค่าธรรมเนียมตามประเภทและปริมาณซากอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการอย่างยั่งยืน ดังนั้น ประเทศไทยควรปรับปรุงกฎหมายโดยกำหนดให้ผู้ผลิตมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ จัดตั้งระบบติดตามและประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ กำหนดค่าธรรมเนียมให้สะท้อนต้นทุนจริงและปรับปรุงเป็นระยะ พร้อมทั้งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิล ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วน และสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ระบบการจัดการซากอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศมีความยั่งยืนและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2565). รายงานสถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายจากชุมชนของประเทศไทย ปี 2565. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กระทรวงมหาดไทย. (2562). ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2562. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการกฎหมายแห่งชาติ. (2563). การกระจายอำนาจและการจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สำนักเลขาธิการวุฒิสภา.
อนุรักษ์ พันธุเมธา. (2553). ทฤษฎีภาษีอากรและการคลังสาธารณะ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ปิยะมิตร ณ นคร. (2552). หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อม. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมศักดิ์ กิตติเกษม. (2559). ความเป็นอิสระทางการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
Environmental Protection Administration, Taiwan. (2001). Waste Disposal Act of the Republic of China (Taiwan). Taipei: Government of the Republic of China (Taiwan).
European Commission. (2012). Directive 2012/19/EU on Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE). Official Journal of the European Union.
Kunz, N. C., Mayers, K., & Van Wassenhove, L. N. (2018). Stakeholder views on extended producer responsibility and the German WEEE system. Journal of Industrial Ecology, 22(4), 834–845.
Ministry of Economy, Trade and Industry (METI). (2001). Home Appliance Recycling Law (Law No. 97 of 1998). Tokyo: Government of Japan.
Ministry of Environment, Republic of Korea. (2008). Act on the Resource Circulation of Electrical and Electronic Equipment and Vehicles. Seoul: Government of the Republic of Korea
Terazono, A., Murakami, S., Abe, N., Inanc, B., Moriguchi, Y., Sakai, S. I., ... & Hirakawa, T. (2006). Current status and research on e-waste issues in Asia. Journal of Material Cycles and Waste Management, 8(1), 1-12.
Sander, K., Schilling, S., Tojo, N., van Rossem, C., Vernon, J., & George, C. (2007). The Producer Responsibility Principle of the WEEE Directive. European Commission DG Environment.
Environmental Protection Administration Taiwan. (2001). Waste Disposal Act. EPA Taiwan
Ministry of Environment Korea. (2008). Act for Resource Recycling of Electrical and Electronic Equipment and Vehicles. MOE Korea.







