การออกแบบนวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลผ่านบทบาทนายหนังตะลุง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
การออกแบบนวัตกรรม, การสื่อสารดิจิทัล, นายหนังตะลุง, หนังตะลุง, สื่อสังคมออนไลน์บทคัดย่อ
หนังตะลุงเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สะท้อนภูมิปัญญา วัฒนธรรม และคติความเชื่อของชาวภาคใต้มายาวนาน โดยมี “นายหนังตะลุง” เป็นผู้ดำเนินเรื่อง ถ่ายทอดสาระและความบันเทิงผ่านการว่าบท การสนทนา และการเชิดตัวหนังบนจอผ้า การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลผ่านบทบาทของนายหนังตะลุง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสืบสานศิลปะหนังตะลุงให้แก่เยาวชนในพื้นที่อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนมัธยมปลายจำนวน 15 คน และ นายหนังตะลุงและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อและวัฒนธรรมจำนวน 6 คน โดยใช้แนวทางการออกแบบสื่อดิจิทัลในรูปแบบมัลติมีเดียที่ผสมผสานข้อความ ภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ผ่านการเล่าเรื่องของตัวละครในรูปแบบแอนิเมชันและวิดีโอสั้นเพื่อเผยแพร่บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ และติ๊กต็อก
ผลการวิจัยพบว่า การประยุกต์ใช้บทบาทนายหนังตะลุงในสื่อดิจิทัลช่วยให้ผู้ชม โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน เกิดความสนใจ เข้าใจเนื้อหา และตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมของหนังตะลุงมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะพื้นบ้านให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การดำเนินงานยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนในพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิทัล และนายหนังตะลุงในท้องถิ่น เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างยั่งยืน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การออกแบบนวัตกรรมการสื่อสารดิจิทัลโดยใช้บทบาทนายหนังตะลุง เป็นแนวทางสำคัญในการเชื่อมโยงศิลปะดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ให้คงอยู่และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ และคณะ. (2549). ปฐมบทแห่งองค์ความรู้ เรื่องสื่อพื้นบ้านสื่อสารสุข. กรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จรูญ หยูทอง แสงอุทัย. (2558). หนังตะลุงภาคใต้ รากเหง้าและเบ้าหลอม “ตัวตนของคนใต้”. Asian Journal of Arts and Culture, 14(2), 11-30.
ชวน เพชรแก้ว. (2548). หนังตะลุงในประเทศไทย. สุราษฎร์ธานี: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
ณัฐพงษ์ แผ่้วชนะ. (2566). อิทธิพลของกระบวนการกล่อมเกลาคุณธรรมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยผ่านการแสดงหนังตะลุงภาคใต้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 15(2), 97-123.
ธรรมศักดิ์ เอื้อรักสกุล. (2554). การสร้าง2D แอนิเมชัน. ปทุมธานี: มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ เทคโนโลยี. สารานุกรมไทย.
นุชนันต์ สัจจาเฉลียว (2562) หนังตะลุงภาคใต้:การเคลื่อนไหวทางภาษาในสังคมพหุวัฒนธรรม. กรุงเทพ:สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัญจา ชูช่วย. (2564). ศักยภาพการจัดการความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ในชุมชน ตำบลลานข่อย อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 40(6), 109-119.
ปรินทร์ รัตนบุรี. (2562). การศึกษาภาพสะท้อนวัฒนธรรมภาคใต้ผ่านบทกลอนหนังตะลุง: กรณีศึกษาหนังเคล้าน้อยโรจนเมธากุล. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยทักษิณ.
ปิยตา สุนทรปิยะพันธ์ (2561)การสื่อสารในการเผยแพร่ความรู้ทางการเมืองผ่านหนังตะลุงของนายหนังประเคียง ระฆังทอง .สุราษฎร์ธานี:คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
พรชนก พงค์ทองมือง.(2555). การสร้างและการสื่อสารอัตลักษณ์ประเพณีบุญเดือนสิบ จังหวัดนครศรีธรรมราช.วิทยานิพนธ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พัชรินทร์ สิรสุนทร. (2547). แนวคิดและทฤษฎีด้านการพัฒนาสังคม. เอกสารประกอบการสอนสาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พิทยา บุษรารัตน์. (2553). การแสดงพื้นบ้าน : การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์กับสังคมและวัฒนธรรม บริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลา. กรณีศึกษาหนังตะลุงและโนรา ช่วงการปฏิรูปการ ปกครองสมัย รัชกาลที่ 5- ปัจจุบัน.กรุงเทพมหานคร
ภริตพร สุขโกศล. (2548). การสืบทอดอัตลักษณ์ของชาวใต้ผ่านหนังตะลุง. พิษณุโลก.คณะวิทยาจัดการและสารสนเทศศาสตร์. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รวีวัชร์ ปานช่วย (2565). หนังตะลุงการเมืองกับมุมมอง ผ่านทฤษฎีทางสังคมวิทยาและทฤษฎีการเขียนบทละคร.กรุงเทพฯ: คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ศราณี เวศยาสิรินทร์,และคณะ. (2563).การสร้างอัตลักษณ์คนใต้ผ่านหนังตะลุง. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 6(2), 334-352.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.(2547). หนังตะลุงและโนราในบริบทของโครงสร้างและพลวัตรทางสังคมวัฒนธรรมภาคใต้.วารสารทักษิณคดี 7(1), 107-138.
สุชาดา ปราบมีชัย และสมสมร เรืองวรบูรณ์. (2560). ผลของสื่อแอนิเมชันต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของเด็กวัยเรียนโรคธาลัสซีเมีย. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 27(2), 96-109.
สุฑามาศ ราชวังเมือง. (2564). การอนุรักษ์และสืบสานการแกะหนังตะลุงบ้านควนมะพร้าว. อำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง.
สุดารัตน์ สอนบัว. (2561). การออกแบบกราฟิกเคลื่อนไหว 2 มิติ เรื่อง แนวทางการพัฒนาสื่อด้วยการ์ตูน แอนิมัน2 มิติ เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมอาเซียน. ในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประธานการประชุมวิชาการระดับชาติอาเซียนบนเส้นทางของประชาคม (ASEAN on the Path of Community. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.
สุธาทิพย์ หอมสุวรรณ. (2557). การพัฒนารูปแบบการใช้สีเรโทรในการออกแบบเว็บไซต์(รายงานการวิจัย).กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.
อนัน วาโซะ. (2561). เริ่มต้นวาดการ์ตูนอย่างมืออาชีพด้วย Illustrator CC. นนทบุรี: ไอดีซี พรีเมียร์.แอนิเมชัน. สืบค้นเมื่อ 15 ตุลาคม 2566 จาก https://www.saranukromthai .or.th/sub/book/ สืบค้นเมื่อ 13 มีนาคม 2568
อมีนา ฉายสุวรรณ. (2561) การพัฒนาภาพยนตร์แอนิเมชัน 2 มิติ เรื่อง รักษ์พลังงานผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 8(3), 59–70.
อรอุมา พรหมจรรย์. (2552). ผลการใช้รูปหนังตะลุงเป็นสื่อการเรียนที่มีต่อทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดแหลมดินสอ จังหวัดพัทลุง. วิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิต).มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Organization behavior. Nonthaburi: Theera Film &Scitax.] Argenti, P.(2009). Corporate Communication. New York: McGraw-Hill.
Block, B. (1989). “Creating a Culture all Employees can Accept” Management Review,67 (July), 41-45.
Cascio W. F. (1995).Managing Human Resource Productivity, Quality of work Life, profits. New York: Mc Graw-Hill.
Cornelissen, J. (2004). Corporate Communications Theory and Practice. London: Sage. Cornelissen, J. (2008).Corporate Communication A guide to theory and practice.London: SAGE.
Cutlip, S.M. & Center, A.H. (1952). Effective public relations: pathways to public favor. New York:Prentice-Hall
Daniels, T.D., Spiker, K. & Papa, J.M. (1997). Perspectives on Organizational Communication.(4th ed). Boston: McGraw-Hill.
Goodman, M.B. & Hirsch, P.B. (2010). Corporate Communication., New York: Peter
Lang. Goodman, M.B., Genst, C., Bettoli, K., Templo, L., & Wolman, L. (2013). CCI Corporate Communication Practices and Trends Study 2013. New York: Corporate Communication International,







