แนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ผู้แต่ง

  • ลลิตา ถาวรพงศ์พันธ์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก

คำสำคัญ:

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, การบริหารงานพัสดุภาครัฐ, การป้องกันและปราบปรามการทุจริต, การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน, ข้อมูลเปิด

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งพัฒนากรอบโมเดล โมเดลการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อความสุจริตและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Citizen Engagement – Public Procurement Integrity Model (CE-PPIM)) เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยผสานการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยใช้ระบบข้อมูลเปิดที่ “ใช้การได้จริง” และการติดตามประเมินผลที่ผูกกับเส้นตายการดำเนินงาน ส่วนระเบียบวิธีงานวิจัยนั้น ผู้วิจัยใช้แบบผสม โดยบูรณาการการสำรวจเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่าง 178 คน (คำนวณตามสูตร Taro Yamane ที่่ค่าความคลาดเคลื่อน0.05) เข้ากับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้เสีย และผู้วิจัยยังได้จัดกลุ่มสนทนา การวิเคราะห์ข้อมูลสัญญาและคำร้องเรียน และใช้กรณีศึกษาเชิงลึกหนึ่งกรณีในหมวด “พัสดุและอะไหล่” ของหน่วยงานกองบิน ภายใต้บทนำร่อง 100 วัน โดยกำหนดมาตรการหลักได้แก่ การแต่งตั้ง “เจ้าบ้านข้อมูล” จัดทำแค็ตตาล็อกอะไหล่เชิงโครงสร้าง จัดเวทีถาม–ตอบและหยั่งเสียงสาธารณะ พร้อมทั้งจัดตั้ง ทีมผู้สังเกตการณ์อิสระในจุดชี้ขาดทางเทคนิค (โดยเฉพาะสถานการณ์ AOG) และกำหนดข้อตกลงระดับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ การเปิดเผยเอกสาร การร้องเรียนอย่างโปร่งใส

         ผลการวิจัยยืนยันว่า แม้ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจะมีความพร้อมทางสังคม และตระหนักถึงประโยชน์ที่ชัดเจนของการเปิดข้อมูลและการตรวจสอบร่วม ต่อการลดทุจริตและยกระดับคุณภาพบริการสาธารณะ แต่การขยายผลการมีส่วนร่วมเชิงระบบในระยะยาวยังถูกจำกัดด้วยอุปสรรคเชิงโครงสร้างสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) ต้นทุนการเข้ามีส่วนร่วมที่สูงและการขาดกลไกสนับสนุนที่เข้าถึงง่ายสำหรับเครือข่ายผู้สังเกตการณ์ของภาคประชาชน (ทุน เครื่องมือ ที่ปรึกษา เวลา) (2) ช่องว่างองค์ความรู้ด้านเทคนิคในการกำกับจัดซื้อ เช่น การอ่าน TOR/ราคากลาง การใช้มาตรฐานข้อมูลเปิด การวิเคราะห์ ‘ธงแดง’ และร่องรอยดิจิทัล และ (3) ความไม่สอดคล้อง/ลักษณะรวมศูนย์ของกฎหมายและระเบียบจัดซื้อจัดจ้างที่ยังเน้นการกำกับภายใน ทำให้สถานะ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล การเข้าร่วมสังเกตการณ์ และการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล ยังไม่ชัดเจน

          การวิเคราะห์เชิงลึกภายใต้กรอบการจำลองความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเชิงการมีส่วนร่วมของประชาชน Citizen Engagement Participatory Procurement Integrity Model (CE-PPIM) และหลักความยุติธรรมเชิงกระบวนการ ชี้ให้เห็นว่า ‘ความชัดเจนของขั้นตอน และ ‘ความไว้วางใจต่อสถาบันรัฐ’ เป็นปัจจัยวิกฤตที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเข้าร่วมติดตามและแจ้งเบาะแสในแต่ละช่วงของวงจรจัดซื้อ  เพื่อให้กลไกของโมเดลเดินได้ครบลูป ผู้วิจัยเห็นว่าต้องมี การจัดแนวเชิงกฎระเบียบและสถาบัน เท่าที่จำเป็น ได้แก่ การรับรองสถานะ/สิทธิของ สิทธิการเข้าถึงข้อมูล และการบังคับใช้ ข้อตกลงระดับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ เพื่อเผยแพร่ผลลัพธ์สู่แดชบอร์ดสาธารณะแบบเรียลไทม์ และสามารถติดตามผ่านดัชนีการยอมรับทางกฎหมาย เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานพัสดุภาครัฐในโมเดลนี้สามารถใช้งานได้จริง เป้าหมายคือปิดช่องโหว่ทุจริต ลดความเหลื่อมล้ำด้านข้อมูล/อำนาจ และยกระดับความโปร่งใส–ความรับผิดชอบร่วมกันอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง. (2563). แนวปฏิบัติ/คู่มือการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: กรมบัญชีกลาง.

ราชกิจจานุเบกษา. (2560). พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานราชกิจจานุเบกษา.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2560). คำอธิบายสาระสำคัญพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2562). แนวทางส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ. กรุงเทพฯ: ป.ป.ช.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225

International Association for Public Participation (IAP2). (2018). IAP2 spectrum of public participation. https://www.iap2.org

International Organization for Standardization. (2016). ISO 37001: Anti-bribery management systems — Requirements with guidance for use. ISO.

OECD. (2015). OECD recommendation of the council on public procurement. OECD Publishing. https://www.oecd.org/gov/public-procurement/recommendation

OECD. (2016). Preventing corruption in public procurement. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264265820-en

Open Contracting Partnership. (2019). Red flags in public procurement: A practitioner’s guide. https://www.open-contracting.org

Open Contracting Partnership. (2020). Open Contracting Data Standard (OCDS) documentation (v1.1). https://standard.open-contracting.org

Open Government Partnership. (2019). A guide to open government and public procurement transparency. Open Government Partnership.

Transparency International. (2016). Integrity pacts: A how-to guide from practitioners. Transparency International. https://www.transparency.org

UNCITRAL. (2011). Model law on public procurement. United Nations Commission on International Trade Law. https://uncitral.un.org

United Nations Office on Drugs and Crime. (2004). United Nations Convention against Corruption (UNCAC). United Nations. https://www.unodc.org/unodc/en/corruption/convention.html

World Bank. (2016). Procurement regulations for IPF borrowers. World Bank Group. https://www.worldbank.org

World Bank. (2017). Benchmarking public procurement 2017: Assessing public procurement regulatory systems in 180 economies. World Bank Group.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

ถาวรพงศ์พันธ์ ล. (2026). แนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจากการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารงานพัสดุภาครัฐ โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 9(1), 16–27. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/husolru/article/view/284414