ว่าด้วย พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม (พ.ศ. 2568)

Main Article Content

ไพโรจน์ กัมพูสิริ

บทคัดย่อ

การเรียกร้องสิทธิในการก่อสร้างครอบครัวของบุคคลหลากหลายทางเพศให้มีสิทธิเท่าเทียมกับสิทธิของสามีภริยานับกว่าทศวรรษในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ล่าสุดได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาฉบับลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2567 อันจะมีผลให้พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายรับรองการสมรสของบุคคลเพศเดียวกันและเป็นแห่งที่สามในเอเชียต่อจากไต้หวันและเนปาล บทความนี้อธิบายเนื้อหาโดยสรุปของพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 1 บรรพ 6 และที่สำคัญบรรพ 5 อย่างไรบ้าง

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, เครื่องหมายแห่งความรุ่งเรือง คือสภาพแห่งสัตรี, (กรุงเทพมหานคร: เรือนแก้วการพิมพ์, 2535)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5470/2538 ที่ 5809/2539 และที่ 2086/2553 อ้างจากหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2567 ของสำนักงานศาลยุติธรรม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสองเดิม ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 13/2567 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2567 อันเป็นวันเดียวกันกับที่วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม

ปกิณกะกฎหมายของผู้เขียน ไพโรจน์ กัมพูสิริ, “ว่าด้วยกฎหมายฟ้องชู้ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง)”, วารสารกฎหมาย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 42, 2 (กรกฎาคม 2567): 245-249.

CNN, “Same-sex marriage was on a roll in Asia. Not anymore,” [online] Available from : https://edition.cnn.com/2024/09/13/asia/same-sex-marriage-in-asia-intl-hnk/index.html [23 September 2024]