การสังเคราะห์ทฤษฎีการรับรู้ตัวอักษรและการต่อยอดการออกแบบสื่อในงานนิเทศศิลป์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสังเคราะห์ทฤษฎีการรับรู้ตัวอักษรจากวรรณกรรมด้านจิตวิทยาการรู้คิด 2) เพื่อวิเคราะห์นัยของทฤษฎีการรับรู้ตัวอักษรที่มีต่อการออกแบบสื่อในงานนิเทศศิลป์ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการรับรู้ตัวอักษรในการปฏิบัติงานออกแบบ รูปแบบการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) โดยมีแนวคิดด้านการออกแบบ การมองเห็น และจิตวิทยาการออกแบบเป็นกรอบแนวคิดการวิจัย ทั้งนี้ข้อมูลถูกรวบรวมจากงานวิจัยและบทความวิชาการระดับนานาชาติที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1886 ถึงปัจจุบัน ครอบคลุมทั้งสิ้น 15 รายการ จากวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญและสำนักพิมพ์วิชาการที่น่าเชื่อถือ การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีการจับคู่แม่แบบ (Template Matching Theory) ทฤษฎีการเปรียบเทียบลักษณะเด่น (Feature Comparison Theory) ทฤษฎีต้นแบบ (Prototype Theory) และแนวคิดเรื่องการแทนค่าตัวอักษรในเชิงนามธรรม (Abstract Letter Identities: ALIs) ผลการสังเคราะห์พบว่า กระบวนการรับรู้ตัวอักษรเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและไม่สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างกระบวนการแบบบนลงล่าง (top-down) และล่างขึ้นบน (bottom-up) ข้อค้นพบดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อนักออกแบบนิเทศศิลป์ในการเลือกและออกแบบตัวพิมพ์สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและผู้เรียนภาษาต่างประเทศ ซึ่งการแทนค่าความจำยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและยังไม่สมบูรณ์ ผลการวิจัยนำไปสู่แนวทางปฏิบัติ 3 ประการ ได้แก่ (1) การออกแบบตัวพิมพ์ที่มีลักษณะเด่นชัดเจนเพื่อลดภาระในกระบวนการรับรู้ (2) การสร้างความสม่ำเสมอในการใช้ตัวพิมพ์เพื่อส่งเสริมการพัฒนา ALIs และ (3) การคำนึงถึงบริบทโดยรอบตัวอักษรในการออกแบบเลย์เอาต์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารศิลป์ปริทัศน์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารศิลป์ปริทัศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลป์ปริทัศน์
เอกสารอ้างอิง
Beier, S. (2012). Reading letters: Designing for legibility. BIS Publishers.
Carreiras, M., Perea, M., & Mallouh, R. A. (2012). Priming of abstract letter representations may be universal: The case of Arabic. Psychonomic Bulletin & Review, 19, 685–690.
Cattell, J. M. (1886). The time taken up by cerebral operations. Mind, 11, 277–282, 524–538.
Eysenck, M. W. (1993). Principles of cognitive psychology. Psychology Press.
Finkbeiner, M., & Coltheart, M. (2009). Letter recognition: From perception to representation. Cognitive Neuropsychology, 26, 1–6.
Friedman, R. B. (1980). Identity without form: Abstract representations of letters. Perception & Psychophysics, 28, 53–60.
Gauthier, I. (2000). Visual priming: The ups and downs of familiarity. Current Biology, 10, R753–R756.
Kinoshita, S., & Kaplan, L. (2008). Priming of abstract letter identities in the letter match task. The Quarterly Journal of Experimental Psychology, 61, 1873–1885.
Larson, K. (2004). The science of word recognition. Advanced Reading Technology.
Mitra, P., & Coch, D. (2009). A masked priming ERP study of letter processing using single letters and false fonts. Cognitive, Affective, & Behavioral Neuroscience, 9, 216–228.
Polk, T. A., & Farah, M. J. (1997). A simple common contexts explanation for the development of abstract letter identities. Neural Computation, 9, 1277–1289.
Polk, T. A., Lacey, H. P., Nelson, J. K., Newman, E. D., Krauss, D. A., Raheja, A., & Farah, M. J. (2009). The development of abstract letter representations for reading: Evidence for the role of context. Cognitive Neuropsychology, 26, 70–90.
Pritchard, R. M. (1961). Stabilized images on the retina. Scientific American, 204, 72–78.
Thompson, G. B. (2009). The long learning route to abstract letter units. Cognitive Neuropsychology, 26, 50–69.
Zapf, H. (1970). About alphabets. The M.I.T. Press.