คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่ สำหรับสังคมไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัย
เชิงปริมาณและเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามปลายปิดที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงโดยรวม 0.990 จากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มตามกลุ่มเขตการปกครอง จำนวน 50 เขต จากตัวอย่างจำนวน 600 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์องค์ประกอบ
เชิงยืนยัน พบว่า 1) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย โดยรวมมีค่าเฉลี่ย 3.37 อยู่ในระดับปานกลาง โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ สามารถสร้างและนำเสนอเนื้อหาที่สอดคล้องกับค่านิยม ศีลธรรมได้อย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้กฎหมาย (ค่าเฉลี่ย = 4.27, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.03) 2) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจได้ 2 องค์ประกอบ คือ ด้านการออกแบบเนื้อหาสาร และด้านทักษะการใช้สื่อและช่องทางการสื่อสาร 3) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน แบบจำลองมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งมีค่าไค-สแควร์ (χ2)=844.90; df=282; p-value=0.00; RMSEA=0.058; RMR=0.025; SRMR=0.020; GFI=0.92; CFI=1.00โดย (1) ด้านความสามารถออกแบบเนื้อหาสาร มีอิทธิพลอยู่ระหว่าง ร้อยละ 67 ถึงร้อยละ 84 ประเด็นที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ สามารถใช้งานคุณสมบัติต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มในการออกแบบเนื้อหา ร้อยละ 84 (2) ด้านทักษะการใช้สื่อและช่องทางการสื่อสาร มีอิทธิพลอยู่ระหว่าง ร้อยละ 62 ถึงร้อยละ 87 ประเด็นที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ สามารถแก้ปัญหาเมื่ออุปกรณ์เทคนิคหรือเครื่องมือผลิตเนื้อหาใช้งานไม่ได้ ร้อยละ 87
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย 2) เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัย
เชิงปริมาณและเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามปลายปิดที่มีค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยงโดยรวม 0.990 จากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มตามกลุ่มเขตการปกครอง จำนวน 50 เขต จากตัวอย่างจำนวน 600 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยจำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์องค์ประกอบ
เชิงยืนยัน พบว่า 1) คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาสารในสื่อใหม่สำหรับสังคมไทย โดยรวมมีค่าเฉลี่ย 3.37 อยู่ในระดับปานกลาง โดยประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ สามารถสร้างและนำเสนอเนื้อหาที่สอดคล้องกับค่านิยม ศีลธรรมได้อย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้กฎหมาย (ค่าเฉลี่ย = 4.27, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 1.03) 2) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจได้ 2 องค์ประกอบ คือ ด้านการออกแบบเนื้อหาสาร และด้านทักษะการใช้สื่อและช่องทางการสื่อสาร 3) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน แบบจำลองมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งมีค่าไค-สแควร์ (χ2)=844.90; df=282; p-value=0.00; RMSEA=0.058; RMR=0.025; SRMR=0.020; GFI=0.92; CFI=1.00โดย (1) ด้านความสามารถออกแบบเนื้อหาสาร มีอิทธิพลอยู่ระหว่าง ร้อยละ 67 ถึงร้อยละ 84 ประเด็นที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ สามารถใช้งานคุณสมบัติต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มในการออกแบบเนื้อหา ร้อยละ 84 (2) ด้านทักษะการใช้สื่อและช่องทางการสื่อสาร มีอิทธิพลอยู่ระหว่าง ร้อยละ 62 ถึงร้อยละ 87 ประเด็นที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ สามารถแก้ปัญหาเมื่ออุปกรณ์เทคนิคหรือเครื่องมือผลิตเนื้อหาใช้งานไม่ได้ ร้อยละ 87
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง. (2566). สถิติประชากรจากทะเบียนราษฎร. สำนักงานสถิติประชากร. สืบค้นจาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/displayData
ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา, การดา ร่วมพุ่ม และ มาโนช ชุ่มเมืองปัก. (2563). “นิเวศสื่อ” เพื่อพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร, 3(2), 147-169.
ดุษฎี นิลดำ. (2565). ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาบนโลกออนไลน์: พัฒนาการและกลยุทธ์การสร้างสรรค์เนื้อหา. วารสารสหวิทยาการสังคมศาสตร์และการสื่อสาร, 5(3), 21-30.
ณฐาพัชร์ วรพงศ์พัชร์, สราวุธ โพธิจันทร์, พระครูอุดมโพธิวิเทศ ณรงค์ อุตฺตมวํโส เสนทรนารถ, พระครูปลัดบุญช่วย โชติวํโส และพระฮอนด้า วาทสทฺโท. (2566). เทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้ของครูในกลุ่มสาระสังคมศึกษา เรื่องคุณธรรมและจริยธรรม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบ้านสงาว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. วารสารชัยภูมิปริทรรศน์, 6(2), 19-34.
ณัฏฐ์ชดา วัฒนาชัยผล. (2560). สื่อใหม่กับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการสื่อข่าว. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 7(1), 63-70.
ตรัยรัตน์ ปลื้มปิติชัยกุล. (2566). พฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัล การรับรู้สื่อดิจิทัลที่ส่งผลต่อการรับรู้อิทธิพลของสื่อดิจิทัลของ ประชาชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 13(2), 269–283.
ธีระดา ภิญโญ. (2561). เทคนิคการแปลผลการวิเคราะห์องค์ประกอบสำหรับงานวิจัย. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 10(ฉบับพิเศษ), 291-304.
นิษฐา หรุ่นเกษม, นิศรารัตน์ วิไลลักษณ์ และ ปรัชญา ทองชุม. (2563). การออกแบบสารรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์เพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 11(2), 51-63.
ปรัชญา เปี่ยมการุณ. (2561). ภูมิทัศน์สื่อ ภายใต้บริบทการสื่อสารการท่องเที่ยว. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 7(1), 113-119.
ภัทรภร สังขปรีชา. (2564). ยูทูปเบอร์: การสร้างอัตลักษณ์แห่งตนของผู้สร้างสรรค์เนื้อหาบนสื่อออนไลน์. วารสารการสื่อสารและการจัดการ, 7(3), 20-34.
รตนดา อาจวิชัย, วิมล เขตตะ และ เกียรติศักดิ์ อ่อนตามา. (2562). ผลการใช้สื่อใหม่แบบ Digital Content ที่มีต่อพฤติกรรมการเปิดรับสารของวัยรุ่นไทยต่อสื่อสารสุขภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม, 6(1), 213-222.
Hooper, D., Coughlan, J., & Mullen, M. (2008). Structural equation modelling: Guidelines for determining model fit. Electronic Journal of Business Research Methods, 6(1), 53-60.
Tiryakioglu, F., & Erzurum, F. (2011). Use of social networks as an education tool. Contemporary Educational Technology, 2(2), 135-150.
Valor, J. (2018). The media landscape from show time to screen time. IESE Business School: University of Navarra.
Zeng, T. (2020). The competency model of movie producers for cross-cultural co-production projects. (Master of Science in Management Studies). Massachusetts Institute of Technology.