ผีห่า และพิธีกรรมทางความเชื่อโบราณเกี่ยวกับการขับไล่ผีห่าในวัฒนธรรมหนัวของประเทศจีน The research of epidemic ghosts and the belief in expelling epidemics in the ancient Chinese Nuo culture
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือการศึกษาความเชื่อเกี่ยวกับโลกวิญญาณและโลกมนุษย์ในวัฒนธรรมหนัว (傩文化) เพื่อสะท้อนมุมมองความเชื่อทางด้านผีสาง เทวดาในประวัติศาสตร์จีนอันสืบเนื่องมาจากพื้นฐานความเชื่อเกี่ยวกับผีห่าและการปัดเป่าขับไล่สิ่งชั่วร้าย จากการศึกษาพบว่า แรกเริ่มเดิมทีพิธีกรรมความเชื่อโบราณอันเกี่ยวเนื่องกับการขับไล่ ผีห่าในวัฒนธรรมหนัวของประเทศจีนนี้มีต้นกำเนิดเกิดจากความเชื่อในการขับไล่ผีห่า (驱逐疫鬼) และพลังงานร้าย (邪气) เป็นพื้นฐาน ประเด็นที่น่าสนใจของการวิจัยนี้คือภายใต้ความเชื่อเรื่องผีห่า ตลอดจนการขจัดปัดเป่าขับไล่สิ่งชั่วร้าย มีความเชื่อเรื่องฟังเซียงซื่อ (方相氏) ซึ่งเชื่อว่าเปรียบเสมือนเทพเจ้าที่สามารถขับไล่ผีห่า ขจัดปัดเป่าขับไล่วิญญาณหรือสิ่งชั่วร้ายได้ ทั้งยังมีการร่ายรำหรือการเต้นรำในการประกอบพิธีกรรม ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กระทั่งตกผลึกกลายเป็นผลผลิตเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา จารีตประเพณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลายเป็นผลผลิตทางความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปะอันกอปรด้วยศาสตร์ทางด้านนาฏศิลป์ เช่นการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างการเต้นรำในพิธีกรรมหนัวและศิลปะบนหน้ากากหนัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าความเชื่ออันสืบเนื่องจากผีสางหรือเทวดาไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวหรือสมควรละทิ้งเสมอไป ในทางกลับกันกลับได้รับการทำนุบำรุงรักษาและสืบทอดกระทั่งพัฒนาเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งชาติ (国家级非物质文化遗产) ในปัจจุบันวัฒนธรรมหนัวเป็นที่รู้จักในฐานะฟอสซิลแห่งอุปรากรจีนที่ยังมีชีวิต (中国戏剧活化石)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานทางวิชาการที่ลงตีพิมพ์ในวารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนหรือผู้แปลผลงานนั้น หากนำลงในวารสารจีนศึกษาเป็นครั้งแรก เจ้าของผลงานสามารถนำไปตีพิมพ์ซ้ำในวารสารหรือหนังสืออื่นได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่หากผลงานที่ได้รับพิจารณานำลงในวารสารจีนศึกษา เป็นผลงานที่เคยตีพิมพ์ที่อื่นมาก่อนเจ้าของผลงานต้องจัดการเรื่องปัญหาลิขสิทธิ์กับแหล่งพิมพ์แรกเอง หากเกิดปัญหาทางกฎหมาย ถือว่าไม่อยู่ในความรับผิดชอบของวารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งนี้ ความคิดเห็นต่างๆ ในบทความเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวกับกองบรรณาธิการวารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กลิ่น คงเหมือนเพชร. (2552). ความเป็นมาของคำว่าผีสาง เทวดา การวิเคราะห์คติความเชื่อเรื่องผี สาง เทวดาในชุมชนภาคใต้. กระบี่: รุ่งโรจน์การพิมพ์.
ซือฉี เหยา. (2564). อุปลักษณ์ “气/ʨʰi51/ (ชี่)” กับแนวคิดคลาสสิกของจีน: การวิเคราะห์ตามแนวทฤษฎีการหลอมรวม มโนทัศน์. วารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 8(1), 108.
นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. (2561, มกราคม). พัฒนาการ เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของจีน จากเทพฟ้าดิน สู่การแปรเปลี่ยนตามสมัย-ความเชื่อ. ศิลปวัฒนธรรม. https://www.silpa-mag.com/culture/article_78035
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน. (2554). https://dictionary.orst.go.th/
โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. (2567, 2 กรกฎาคม). โควิด19 กับแพทย์แผนจีน. คลีนิคแพทย์แผนจีนหัวเฉียว. https://www.huachiewtcm.com/content/8634/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9419-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99
เรือนแก้ว ภัทรานุประวัติ. (2557). การสืบทอดความเป็นจีนสู่ลูกหลานในสังคมไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 34(2), 176-179.
อาริสา หาวรดิษ. (2565). การศึกษาคำว่า “气” (qì) ที่ปรากฏร่วมกับ “อวัยวะ” ในคำพังเพยจีน. วารสารภาษาและ ภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 40(1), 1025.
Cao Jiang曹奖 & Jiang Liping et al. 蒋黎萍等. (2024). 傩文化的保护与当代发展——以南丰傩舞为例. 民族 民间文化研究大众文艺, -(9), 17.
Dan Bo 单博 & Hu Liling胡丽玲. (2024).《说文解字》鬼部字蕴含的中国古代关于鬼神文化的认识. 汉字文化, (10), 109.
Fang Liang 方亮. (2010). 舞乐神灵——江西省婺源长径傩舞的民宿文化形态解析及其仪式音乐研究. 西安音乐学院硕士学位论文.
Guizhou Nuo Wenhua Museum 贵州傩文化博物馆. (2025). 你不知道的贵州傩文化博物馆, 宣传册.
Jin Fenglin 靳风林. (1995). 论中国鬼文化的成因、特征及其社会作用. 中州学刊, (1), 124-128.
Jin Gong 金弓. (1996). 说“傩”字. 民族艺术, -(1), 55.
Luo Bin罗斌. (2007). 假面阴阳——安徽贵池傩舞的田野考察与研究. 中国美术学院博士学位论文.
People's Daily Online人民网. (2024). 习近平对加强文化和自然遗产保护传承利用工作作出重要指示.
Retrieved September 24, 2024 from http://politics.people.com.cn/n1/2024/0806/c1024-40293567.html
Qu Liuyi 曲六乙 & Qian Fu 钱茀. (2006). 东方傩文化概论. 太原:山西教育出版社.
The Palace Musueum 故宫博物院. 大傩图轴. Retrieved October 07, 2024 from https://www.dpm.org.cn/collection/paint/229433
Wang Feng 王峰 & Deng Yukai et al. 邓宇凯等. (2015). “气”的多元文化内涵析要. 中国民族民间医药杂志, 24(8), 41-42.
Xinhuashe 新华社. (2022). 习近平对非物质文化遗产保护工作作出重要指示强调 扎实做好非物质文化遗产的系统性保护 推动中华文化更好走向世界.
Retrieved September 24, 2024 from https://baijiahao.baidu.com/sid=1751978262786686964&wfr=spider&for=pc
Xiong Aijiao 熊爱娇. (2024). 习近平文明交流互鉴观的方法论研究. 山东师范大学硕士学位论文.
Yang Guangfang 杨光芳. (2011). 《黄帝内经》气思想研究. 广州中医药大学博士学位论文.
Yang Jingkang 杨靖康. (2015). 从“傩”字字形看健文化的原初形态. 唐山砰范学晚学报, 37(4), 55.
Zhang Xiaojing 张晓境 & Wang Qian et al. 王茜等. (2023). 《黄帝内经》对阴气与神关系探析. 福建中医药, 54 (10), 26.
Zhou Zhenyu 周贞余. (2012). 黃老道家的心與气:以《管子》四篇为中心. 中国社会科学院博士学位论文.