สมรรถนะการปฏิบัติงานของผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรอุตุนิยมวิทยาชั้นสูงของกรมอุตุนิยมวิทยา
คำสำคัญ:
สมรรถนะการปฏิบัติงาน, ผู้สำเร็จการศึกษา, หลักสูตรอุตุนิยมวิทยาชั้นสูง, กรมอุตุนิยมวิทยาบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่ตรวจอากาศการบิน และผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่พยากรณ์อากาศการบิน และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการตรวจอากาศการบินและการพยากรณ์อากาศการบิน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการศึกษาจากแนวคิด หลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะการปฏิบัติงานในการตรวจและพยากรณ์อากาศการบินร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด 14 คน เป็นการกำหนดกลุ่มผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจงที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรอุตุนิยมวิทยาชั้นสูง โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และนำข้อมูลทุติยภูมิมาร่วมการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปผลการศึกษา ตลอดจนการนำเสนอรายงานตามหลักการวิเคราะห์ข้อมูลเอกสารผลการวิจัยพบว่า 1) สมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่ตรวจอากาศการบิน และผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่พยากรณ์อากาศการบินในประเทศไทยในปัจจุบันมีความสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินสมรรถนะบุคลากรด้านการพยากรณ์อากาศการบิน ตามที่กำหนดในเอกสาร WMO No. 1209 ประกอบด้วย (1) ด้านความรู้ ได้แก่ ด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน ด้านกฎระเบียบข้อบังคับ ด้านภาษาอังกฤษ ด้านระเบียบวิธีวิจัยด้านอุตุนิยมวิทยา และด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ (2) ด้านทักษะ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การประมวลผล การประยุกต์ใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการปฏิบัติงานทั้งในส่วนการตรวจอากาศการบิน และการพยากรณ์อากาศการบิน (3) ด้านเจตคติ ได้แก่ การปฏิบัติงานตามระเบียบและขั้นตอนในการปฏิบัติงาน (SOP) ที่กำหนดไว้ ความตระหนักคุณภาพในการบริการข้อมูลข่าวสาร 2) แนวทางในการพัฒนาหลักสูตรการตรวจอากาศการบินและการพยากรณ์อากาศการบิน ได้แก่ (1) หลักสูตรอุตุนิยมวิทยาชั้นสูง ตั้งแต่รุ่นที่ 19 เป็นต้นไป ภาคทฤษฎี (BIP-M) ควรเพิ่มวิชาระเบียบวิธีวิจัยในงานอุตุนิยมวิทยา และ (2) หลักสูตรอุตุนิยมวิทยาชั้นสูง (BIP-MT + BIP-M) ควรเพิ่มเวลาการฝึกอบรมในวิชาปฏิบัติการตรวจและรายงานอากาศการบิน หมวดวิชาปฏิบัติการให้ได้รับการฝึกอบรม จำนวน 150 ชั่วโมง ให้สอดคล้องกับ หมวดวิชาปฏิบัติการของหลักสูตรประกาศนียบัตรอุตุนิยมวิทยา (BIP-MT)
เอกสารอ้างอิง
พระราชกำหนดการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558. (2558, 1 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 132.
พระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2462. (2562, 29 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 136.
วชิรศรณ์ ภูวงษ์. (2561). ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการปฏิบัติงานของนักบินผู้ช่วย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, หลักสูตรการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการบิน, กองวิชาอิเล็กทรอนิกส์การบิน 3 กองวิชาอากาศยานและเครื่องยนต์, สถาบันการบินพลเรือน).
สถาบันอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา. (2564). คู่มือฝึกอบรมบุคลากรด้านอุตุนิยมวิทยาการบิน (Training Manual) (ฉบับมีนาคม 2564). กรุงเทพฯ: กรมอุตุนิยมวิทยา.
Dharmanegara, I. B. A., Sitiari, N. W., & Wirayudha, I. D. G. N. (2016). Job competency and work environment: The effect on job satisfaction and job performance among SMEs workers. IOSR Journal of Business and Management, 18(1, Ver. II), 19–26. https://www.iosrjournals.org
World Meteorological Organization (WMO). (2015). Technical regulations: Basic documents No. 2, Volume I – General meteorological standards and recommended practices (WMO-No. 49) (2015 ed., updated 2017). World Meteorological Organization.
World Meteorological Organization (WMO). (2018). Guide to competency (WMO-No. 1205) (2018 ed.). World Meteorological Organization.
World Meteorological Organization (WMO). (2019). Compendium of WMO competency frameworks (WMO-No. 1209) (2019 ed.). World Meteorological Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
