การศึกษาสมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ
คำสำคัญ:
สมรรถนะทางวิชาชีพ, ความต้องการของสถานประกอบการบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเอกสารเกี่ยวกับสมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ และ 2) ศึกษาสมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ โดยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Method) ใช้แนวคิดเกี่ยวกับสมรรถนะทางวิชาชีพ และมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม กลุ่มอาชีพพลังงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาไฟฟ้าเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ สถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออก โดยสถานประกอบการนั้น ต้องมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลการทำความร่วมมือกับสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และรับนักเรียนนักศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพหรือการฝึกอาชีพ แหล่งข้อมูลที่ค้นคว้า ได้แก่ กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา แนวคิดเกี่ยวกับสมรรถนะวิชาชีพ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล หรือตัวแทนสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออก จำนวน 5 แห่ง ๆ ละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 15 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกเอกสาร และแบบสอบถาม การศึกษาเอกสารทางวิชาการใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการศึกษาสมรรถนะ ทางวิชาชีพของผู้เรียน ตามความต้องการของสถานประกอบการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัย มีดังนี้
- การศึกษาเอกสารเกี่ยวกับสมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ ผู้วิจัยดำเนินการศึกษาศึกษาจากเอกสาร ตำรา และแหล่งข้อมูลจากเว็บไซต์ จำนวน 5 เรื่อง พบว่า สมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนที่จำเป็นต่อผู้เรียนในสายอาชีวศึกษา มี 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม ด้านสมรรถนะแกนกลาง ด้านสมรรถนะวิชาชีพ (วิชาชีพพื้นฐาน) และด้านสมรรถนะทางวิชาชีพ (วิชาชีพเฉพาะ)
- สมรรถนะทางวิชาชีพของผู้เรียนที่ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ โดยคัดเลือกสมรรถนะที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดของแต่ละด้าน จำนวน 4 ด้าน ประกอบด้วย 4 สมรรถนะ ได้แก่ 1) ความมีวินัย 2) หลักการดำรงตนการปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมและการดำเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ 3) หลักการด้านความปลอดภัยและข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการงานอาชีพ และ 4) ทักษะการออกแบบ ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าสื่อสารทั้งภายใน และภายนอกอาคาร
เอกสารอ้างอิง
จักราวุศ เชาวรากุล. (2558). คุณลักษณะของบัณฑิตตามความต้องการของสถานประกอบการในศตวรรษที่ 21.วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 4(2), 112–119.
ฉัฐวัฒน์ ลิมป์สุรพงษ์ และสุภาวิตา อินทรพาณิชย์. (2565). ความสามารถในการปรับตัวของพนักงานที่ส่งผลต่อการเพิ่มขีดความสามารถของพนักงาน ประสิทธิภาพของงาน ประสิทธิผลของงาน และความจงรักภักดีต่อองค์การ กรณีศึกษา บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด. วารสารการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 14(3), 64-83.
ณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์. (2559). การปฏิรูปอาชีวศึกษาของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ).
นฤพล ชูทรัพย์. (2564). สมรรถนะแรงงานไทยที่พึงประสงค์ของผู้บริหารชาวญี่ปุ่นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง. วารสารการจัดการสมัยใหม่, 19,1-11.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
พกานต์ ตันติกรพรรณ. (2559). คุณสมบัติของแรงงานที่สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาอาชีวะเอกชนเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเขตพื้นที่ภาคใต้ ประเทศไทย (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์. (2567). วิกฤตศึกษาไทย ผลิตคนไม่ตอบโจทย์ ตลาดแรงงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567, จาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/335956
ราชกิจจานุเบกษา. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570). เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง สืบค้นเมื่อ วันที่ 25 มีนาคม 2567, จาก http://www.dmr.go.th/download/10.pdf
รุ่งนภา เพ่งรุ่งเรืองวงษ์. (2562). คุณลักษณะของแรงงานไทย 4.0 ตามทัศนะของผู้ประกอบการในจังหวัดนครปฐม. งานประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 11 (11 -12 กรกฎาคม 2562), 1316 - 1333.
วิกานดา เกษตรเอี่ยม. (2563). คุณลักษณะของแรงงานที่พึงประสงค์สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสุทธิปริทัศน์, 30(96), 71–81.
วรลักษณ์ ลลิตศศิวิมล. (2560). ความคาดหวังทักษะที่พึงประสงค์ของผู้ประกอบการในเขตพื้นที่ภาคใต้ (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สิริวดี ชูเชิด. (2565). การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์, 12(1), 223–238.
สิทธิพงศ์ นกแอนหมาน. (2559). สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาวิทยาลัยการอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สิทธิศักดิ์ เพิ่มพูน. (2563). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพผู้เรียนด้วยความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย วิทยาลัยเทคนิคเกษตรวิสัย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2550). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ด้วย Competency Based HRM. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
สดินา สิ่วไธสง. (2564). การบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน: กรณีศึกษา นิคมอุตสาหกรรมชลบุรี (บ่อวิน) (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร. (2554). การประเมินคุณภาพมาตรฐานโรงเรียนคุณภาพมาตรฐานโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร SMART SCHOOL. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติการจัดการอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง เรื่องที่ 1 การจัดการอาชีวศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี.
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
