การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอพิชัย
คำสำคัญ:
ทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม, การประเมินความต้องการจำเป็น, ผู้บริหารสถานศึกษาบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิด
เชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอพิชัย รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ สถานศึกษาในอำเภอพิชัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 จำนวน 40 แห่ง กำหนดผู้ให้ข้อมูล จำนวนทั้งสิ้น 120 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 40 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง และครู จำนวน 80 คน โดยใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น และการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราประมาณค่า
5 ระดับ ในรูปแบบการตอบสนองคู่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า
ผลการวิจัยพบว่า การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม
ของผู้บริหารสถานศึกษาในอำเภอพิชัย ค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า ในภาพรวมมีค่าเท่ากับ .270 เมื่อพิจารณา
รายด้าน พบว่า ด้านการร่วมมือ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญสูงสุดเป็นลำดับแรก รองลงมาคือ ด้านการคิดสร้างสรรค์ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการคิดเป็นภาพ ข้อค้นพบจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการร่วมมือ ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการกำหนดบทบาทหน้าที่ตามความถนัดของแต่ละบุคคล
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
