การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT) ร่วมกับแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • ทิพย์สุดา พันบล คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สงขลา
  • เก็ตถวา บุญปราการ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สงขลา
  • อริสรา บุญรัตน์ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สงขลา

คำสำคัญ:

ทักษะการอ่านออกเสียง , แบบฝึกทักษะ , การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT)

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2.เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 3.เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะในการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รูปแบบการวิจัยเป็น การวิจัยแบบผสานวิธี ใช้แนวคิดเทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT) เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 กลุ่มตัวอย่างของประชากรจะสุ่มหลายขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 สุ่มโรงเรียน โดยการสุ่มอย่างง่ายจับฉลากแบบไม่ใส่กลับคืนได้นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) ขั้นตอนที่ 2 สุ่มแบบกลุ่มจับฉลากห้องเรียนแบบไม่ใส่กลับคืนโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ได้แก่ ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 30 คน แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค TGT แบบวัดทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT) แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ จำนวน 6 บท และแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT) ร่วมกับแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent)

ผลการวิจัยพบว่า 1. ทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำ โดยการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะในการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่ามีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด  จากการค้นพบงานวิจัยนี้ การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค TGT ร่วมกับแบบฝึกทักษะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ได้อย่างมีนัยสำคัญ และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

จันทร์มณี อุทิศผล (2563). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเสริมทักษะการอ่านและเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ.

ทันสมัย ทิพย์นม. (2557). การวิจัยปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหาการอ่านคำควบกล้ำของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนหนองทุ่มวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ. สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2545). เทคนิคและกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

อัมพร วสันต์. (2561). การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานร่วมกับแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำควบกล้ำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ ค.ม.). เชียงราย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

Showers, B., & Joyce, B. (1996). The Evolution of Peer Coaching. Educational Leadership, 53, 12-16.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-31

รูปแบบการอ้างอิง

พันบล ท., บุญปราการ เ. ., & บุญรัตน์ อ. . (2025). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำควบกล้ำด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (TGT) ร่วมกับแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา, 15(3-4), 3972–3983. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/JDAR/article/view/281676

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย