การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
การบูรณาการ, การท่องเที่ยว, ความร่วมมือบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ศึกษาปัญหา อุปสรรคในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมธานี และ 2. ศึกษาแนวทางการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมธานี การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยเอกสาร และการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สัมภาษณ์เชิงลึก และกลุ่มที่ 2 การสนทนากลุ่ม จำนวน 2 กลุ่ม ๆ ละ 20 คน และใช้การวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมธานีประสบปัญหาหลายด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการที่ขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน, ระบบขนส่งที่ไม่ครอบคลุม, ขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก, การพัฒนาที่ไม่สอดคล้องกับบริบทชุมชน, ขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง, การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นที่น้อย, และการกระจายผลประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียม ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 2. แนวทางการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวในจังหวัดปทุมธานีประกอบด้วยหลายขั้นตอนสำคัญ เริ่มจากการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันผ่านการประชุมและการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของทุกฝ่าย โดยจัดทำแผนที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและข้อตกลงความร่วมมือ นอกจากนี้ยังมีการสร้างกลไกการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น คณะกรรมการร่วมและระบบฐานข้อมูลกลาง การพัฒนาศักยภาพและความเข้มแข็งในทุกภาคส่วนผ่านการอบรมและส่งเสริมการวิจัย การสร้างแรงจูงใจให้มีส่วนร่วมและติดตามผลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการบูรณาการความร่วมมือและสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว. (2561). แผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยว พ.ศ. 2560–2564 ของกรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพมหานคร: วีไอพี ก็อปปี้ปริ้น.
กรมการท่องเที่ยว. (2565). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2566–2570. สืบค้นเมื่อ 9 ตุลาคม 2567 จาก
https://www.dot.go.th/storage/กองพัฒนาบริการ/แผนกองฯ/QtftdpYXKOCrXLds1f5xJfseslXaXcpgu3q3oDnM.pdf
สำนักงานจังหวัดปทุมธานี. (2559). จำนวนประชากร. ปทุมธานี: สำนักงานจังหวัดปทุมธานี.
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543–571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032
Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225
Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of Management, 17(1), 99–120. https://doi.org/10.1177/014920639101700108
Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing management (15th ed.). Pearson Education.
UNWTO. (2007). A practical guide to tourism destination management. World Tourism Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
