วัฒนธรรมคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ
คำสำคัญ:
วัฒนธรรมคุณภาพ, องค์ประกอบวัฒนธรรมคุณภาพ, โรงเรียนมาตรฐานสากลบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบวัฒนธรรมคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ 2) เพื่อทดสอบความสอดคล้องของโมเดลองค์ประกอบวัฒนธรรมคุณภาพที่สร้างและพัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางวัฒนธรรมคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ดำเนินการวิจัยโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบวัฒนธรรมคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จำนวน 18 โรงเรียน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 714 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม โดยมีค่าความตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับ 0.887 ค่า SD =0.048อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมด้านภาษา = 4.452 อยู่ในระดับมาก วิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ระยะที่ 2 ศึกษาแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมคุณภาพโรงเรียนมาตรฐานสากลระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน โดยการลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีสถิติบรรยาย และการวิเคราะห์เนื้อหา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). มาตรฐานการศึกษาและแนวทางการประกันคุณภาพภาพยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2566-2580 (ค.ศ. 2023-2037).
กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาการศึกษา.
กัญญ์ภัคญา ภัทรไชยอนันท์ . (2557). วัฒนธรรมองค์กรกับองค์กรแห่งการเรียนรู้ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตร
มหาบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2559). ภาวะผู้นำด้านคุณภาพในกระบวนทัศน์ใหม่. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์. (2551). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ดวงตา ราชอาษา. (2559). ภาวะผู้นำด้านคุณภาพในกระบวนทัศน์ใหม่. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2552). องค์การและการบริหารจัดการ. กรุงเทพฯ : ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์.
มารยาท แซ่อึ้ง. (2552). การศึกษาการบริหารงานวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษาระดับ มัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัตนาภรณ์ ฤทธิรงค์. (2557). วัฒนธรรมองค์กรในโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตสงขลา:
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.
รัตติกรณ์ จงวิศาล. (2546). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารโรงเรียนยุคใหม่กับความเป็นผู้นำ
แห่งการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วันชัย มีชาติ. (2557). การบริหารองค์การ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ศรายุทธ วังคะฮาต. (2553). รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐาน
สากล. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สุขเกษม ศรีบุญเรือง. (2561). การพัฒนาตัวชี้วัดวัฒนธรรมคุณภาพสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัด สพฐ. วารสารการบริหารการศึกษา, 12(2), 105-120.
สุพจน์ สมาน. (2561). การพัฒนาตัวชี้วัฒนธรรมคุณภาพระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงกงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.).
วารสารการบริหารการศึกษา, 12(2), 105-120.
วิฑูรย์ ศิริโชคดี. (2550). การสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจในการบริหารทรัพยากรมนุษย์.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์พัฒนาวิชาการ.
สุเขตร์ ศรีบุญเรือง. (2561). การพัฒนาตัวบ่งชี้วัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญา
ดุษฎีบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (สมศ.). (2555).วัฒนธรรมคุณภาพในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สมศ.
Adomaviciene, A., & Pukelyte, R. (2010). Quality culture in organizations: Theoretical background and elements. Kaunas: Kaunas
University of Technology.
Cameron, K. S., & Sine, W. D. (1999). A framework for organizational quality culture. In R. E. Cole & W. R. Scott (Eds.), The quality
movement and organization theory (pp. 62–93). Sage Publications.
Fullan, M. (2020). The new meaning of educational change (5th ed.). Teachers College Press.
Hildebrandt, S. (1991). Total quality management: A guide to implementation. London: Prentice Hall.
Ministry of Education. (2014). The national education standards and guidelines for quality assurance in basic education B.E. 2557 (2014).
Bangkok: Ministry of Education.
Ministry of Education. (2023). National education plan B.E. 2566–2580 (2023–2037). Bangkok: Office of the Education Council.
Office for National Education Standards and Quality Assessment (ONESQA). (2012). Quality
culture in educational institutions. Bangkok: ONESQA.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2022). Future of education and skills 2030.
https://www.oecd.org/education/2030/
Tang Aoieong, R. T., & Tsui, B. (2009). Assessing quality culture in organizations. Total Quality Management & Business
Excellence, 20(8), 845–861.
UNESCO. (2023). Education in the 21st century: Learning to transform. https://unesco.org/
Viljoen, C. T., & Van Waveren, C. C. (2008). A framework for quality culture in higher education institutions. South African Journal of
Higher Education, 22(1), 170–185.
World Economic Forum. (2024). Global competitiveness report 2024. https://www.weforum.org/reports
Yorke, M. (2000). Developing a quality culture in higher education. Tertiary Education and Management, 6(1), 19–36.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
