รูปแบบองค์ประกอบธุรกิจพิพิธภัณฑ์เอกชนในประเทศไทย
คำสำคัญ:
พิพิธภัณฑ์, รูปแบบธุรกิจ, ไม่เน้นแสวงผลกำไร, สถานการณ์ของพิพิธภัณฑ์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์พิพิธภัณฑ์ของประเทศไทยในปัจจุบัน 2) เพื่อค้นหารูปแบบธุรกิจของพิพิธภัณฑ์เพื่อนำเสนอผืนผ้าใบธุรกิจของพิพิธภัณฑ์โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามแนวทางทฤษฎีฐานราก (Grounded Theory) ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญจำนวน 8 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ ภัณฑารักษ์ และนักวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์ศึกษาและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผลการวิจัยพบว่า พิพิธภัณฑ์เอกชนไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอ ขาดแผนธุรกิจที่ยั่งยืน และขาดการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ส่งผลให้หลายแห่งต้องปิดดำเนินการหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
ผลการสังเคราะห์ข้อมูลนำไปสู่การพัฒนา “โมเดลธุรกิจแบบพึ่งพาตนเอง” (Self-Sustaining Model) ที่ผสานแนวคิด Business Model Canvas ของ Osterwalder & Pigneur (2010) เข้ากับแนวคิด Triple Bottom Line ของ Elkington (1997) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างคุณค่าทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ องค์ประกอบสำคัญของโมเดลนี้ประกอบด้วย 4 ช่องทางรายได้หลัก ได้แก่ บัตรเข้าชม ร้านค้าพิพิธภัณฑ์ พื้นที่เชิงพาณิชย์ และกิจกรรมสร้างรายได้ (Workshops / Collaboration) ตลอดจนการใช้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ (Integrated Marketing Communication: IMC) เพื่อขยายฐานผู้ชมและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในระยะยาว ข้อเสนอเชิงนโยบาย ได้แก่ การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งชาติ (Matching Fund) การพัฒนาหลักสูตรด้านการจัดการพิพิธภัณฑ์ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับพิพิธภัณฑ์เอกชนไทยให้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power แห่งชาติอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. (2560). แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579). กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม.
Erskine, F. (2023). Private museums: Ownership, governance and publicness. International Journal of Cultural Policy, 29(4), 501–517.
Ginzburg, V., Mairesse, F., & François, N. (1997). Managing museums. Journal of Cultural Economics, 21(1), 1–12.
Shiau, W-L., & Hu, P. (2020). Museums, creativity and regional cultural development. Journal of Cultural Heritage Management and Sustainable Development, 10(2), 123–138.
Velthuis, O., & Gera, M. (2024). The fragility of private museums: Funding models and shutdown risks. Museum International, 76(1), 1–14.
Velthuis, O., Kolbe, K. J., Aengenheyster, J., Friedmann Rozenbaum, A., & Zhang, M. (2023). Private museums worldwide: Ownership, funding and public access. International Journal of Cultural Policy, 29(5), 601–620.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการวิจัยการบริหารการพัฒนา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
