การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning: SDL) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
มาตราตัวสะกดไม่ตรงมาตราบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ตัวสะกดที่ไม่ตรงตามมาตรานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง กลุ่มตัวอย่างที่คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 1 ห้อง จำนวน 30 ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ 1) ห้องเรียน (หรือ Facebook Group หรือเพจ) สื่อสังคมออนไลน์เรื่องตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตราของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนและ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test Dependent ในการทดสอบสมมติฐาน
ผลการศึกษา พบว่า 1) การใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.29/84.80 สูงกว่า เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด 80/80 แสดงให้เห็นว่า สื่อสังคมออนไลน์ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมกับการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 20.33 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.79 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.07 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.31 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
จอมพล อุ่นอ่อน. (2557) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดไม่ตรงตามมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารบัณฑิตวิทยาลัยพิชญทรรศน์. 9 (1), 1-7.
จิตรา สมพล. (2547). การพัฒนาแบบฝกทักษะการเขียนสะกดคำวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี.
จินตนา สุจจานันท์. (2553). การศึกษาและการพัฒนาชุมชนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: โอเอส พริ้นติ้งเฮ้าส์.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554).การวิจัยเบื้องต้น.พิมพ์ครั้งที่ 9.กรุงเทพฯ :บริษัทสุวีริยาสาส์น.
พงษ์พิพัฒน์ สายทอง. (2557). การออกแบบอินโฟกราฟิกแอนิเมชันเพื่อการเรียน.วารสารวิชาการ AJNU ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร.5 (2), 15-25.
พรวิมล เสาะใส. (2563). การพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านวิชาภาษาไทยด้วยนวัตกรรม Smart Learning
เรื่อง มาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านขุนน้ำคับ.
วารสารอิเล็กทรอนิกส์ สื่อนวัตกรรมและการศึกษาเชิงสร้างสรรค์.3 (2). 10 – 25.
มณฑาทิพย์ อัตตปัญโญ. (2558).การพัฒนาแบบฝึกทักษะ การอ่านและการเขียนสะกดคำไม่ตรงมาตราตัวสะกด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. การประชุมวิชาการแห่งชาติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. 9 (1).1-15.
สรวงพร กุศลส่ง. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนที่ส่งเสริมยุทธวิธีการรู้คิด สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 19 (1), 114 -130.
อัจฉราภรณ์ ทุมทน. (2561). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านและเขียนคำที่ตัวสะกดไม่ตรงมาตราตัวสะกดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. สืบค้นเมื่อ 20มกราคม 2564 จาก https://www.kruchiangrai.net/question
Heimlich, J.E. and Norland, E. (1994). Developing Teaching Style in Adult Education.
Jossey-Bass, San Fransisco.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2023 Pichchapa Putthasupa

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Proposed Creative Commons Copyright Notices