พฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา

Authors

  • ฌัชสกร คงชีวสกุล
  • สุนทรา กล้าณรงค์
  • จุฑารัตน์ สถิรปัญญา

Abstract

การวิจัยเชิงสำรวจ  ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของนักศึกษา  ตามตัวแปรเพศ  ชั้นปีที่ศึกษา  คณะ  ศาสนา  และสถานที่พักอาศัย  และกลุ่มตัวอย่าง  คือ  นักศึกษาระดับปริญญาตรี  ภาคปกติ  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย  วิทยาเขตสงขลา  จำนวน  8,192  คน  คำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน  สุ่มจำนวน 381  คน  เครื่องมือเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  ประกอบด้วย  3  ส่วน  ได้แก่  แบบวัดความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  แบบวัดเจตคติต่อพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  และแบบวัดการปฏิบัติเกี่ยวกับพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติพื้นฐาน  ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว  และทดสอบความแตกต่างรายคู่โดยวิธีของเชฟเฟ  ผลการศึกษาพบว่า 

            1. กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอยู่ในระดับดีมาก  มีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอยู่ในระดับดี  และมีการปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอยู่ในระดับปานกลาง

2. กลุ่มตัวอย่างที่มีเพศแตกต่างกัน  มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญที่ระดับ.05  โดยเพศชายมีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากกว่าเพศหญิง  ส่วนด้านเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและด้านการปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน

            3. กลุ่มตัวอย่างที่มีชั้นปีที่ศึกษาแตกต่างกัน  มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยชั้นปีที่  3  มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากที่สุดและมีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยชั้นปีที่  4  มีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้านบวก  ส่วนด้านการปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน 

4. กลุ่มตัวอย่างที่อยู่คณะแตกต่างกัน  มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากที่สุด  ส่วนด้านเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  และด้านการปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน

            5. กลุ่มตัวอย่างที่นับถือศาสนาที่แตกต่างกัน มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  โดยศาสนาพุทธ  มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากที่สุด  และมีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05โดยศาสนาพุทธมีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้านบวก  ส่วนด้านการปฏิบัติไม่แตกต่างกัน

            6. กลุ่มตัวอย่างที่มีสถานที่พักอาศัยแตกต่างกัน มีความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ มีเจตคติต่อการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และมีการปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไม่แตกต่างกัน 

 

คำสำคัญ: พฤติกรรมการออกกำลังกาย, เจตคติต่อการออกกำลังกาย, การปฏิบัติเกี่ยวกับการออกกำลังกาย


 

Downloads

Additional Files

Published

2015-01-29