พฤติกรรมการอ่านงานวิจัยและเจตคติต่อการวิจัยของนักศึกษาครู

ผู้แต่ง

  • กรวุฒิ แผนพรหม
  • สุวิมล ว่องวาณิช, ศ.ดร.

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการอ่านงานวิจัย, นักศึกษาครู

บทคัดย่อ

พฤติกรรมการอ่านงานวิจัยเป็นสิ่งสำคัญที่นักศึกษาครูควรจะมี เพราะการอ่านงานวิจัยจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และทักษะทางการวิจัย ซึ่งถ้าผู้เรียนได้อ่านงานวิจัยหลากหลายจะทำให้คุณภาพการทำวิจัยของผู้เรียนเพิ่มขึ้นด้วย งานวิจัยในครั้งนี้จึงศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการอ่านงานวิจัยและเจตคติต่อการวิจัยของนักศึกษาครู มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการอ่านงานวิจัยและเจตคติต่อการวิจัยของนักศึกษาครูที่เรียนสาขาวิชาแตกต่างกัน ตัวอย่างวิจัย คือ นักศึกษาครู ที่กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 3 ซึ่งลงทะเบียนเรียนวิชาการวิจัยและสถิติเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ จำนวน 146 คน เครื่องมือวิจัยคือ แบบสอบถามพฤติกรรมการอ่านงานวิจัย ซึ่งมีการวัดตัวแปรพฤติกรรมการอ่านงานวิจัย 3 ตัวบ่งชี้ คือ 1) จำนวนงานวิจัยที่ตั้งเป้าหมายจะอ่าน 2) จำนวนงานวิจัยที่อ่าน และ 3) เวลาที่ใช้ในการอ่านงานวิจัย เป็นแบบเติมคำตอบ และตัวแปรเจตคติต่อการวิจัย เป็นแบบมาตรประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (one-way ANOVA)

ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษาครูที่เรียนสาขาวิชาแตกต่างกันมีจำนวนงานวิจัยที่ตั้งเป้าหมายจะอ่าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) นักศึกษาครูที่เรียนสาขาวิชาแตกต่างกันมีจำนวนงานวิจัยที่อ่านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3) นักศึกษาครูที่เรียนสาขาวิชาแตกต่างกันมีเวลาที่ใช้ในการอ่านงานวิจัยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

4) นักศึกษาครูที่เรียนสาขาวิชาแตกต่างกันมีเจตคติต่อการวิจัยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ประวัติผู้แต่ง

กรวุฒิ แผนพรหม

นิสิตมหาบัณฑิตสาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา  ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา

คณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สุวิมล ว่องวาณิช, ศ.ดร.

อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา  ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-08-22

รูปแบบการอ้างอิง

แผนพรหม ก., & ว่องวาณิช ส. (2018). พฤติกรรมการอ่านงานวิจัยและเจตคติต่อการวิจัยของนักศึกษาครู. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 12(3), 228–239. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/141734