ผลการจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนประถมศึกษา
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2020.3คำสำคัญ:
สะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม, เทคนิคการใช้คำถาม, ความสามารถในการแก้ปัญหาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มทดลอง 2) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการทดลองของกลุ่มควบคุม 3) เปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม โดยตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง เป็นกลุ่มทดลอง 25 คน เรียนด้วยกิจกรรมสะเต็มโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมรวมกับเทคนิคการใช้คำถาม และกลุ่มควบคุม 25 คน เรียนด้วยกิจกรรมสะเต็มโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ แผนการจัดกิจกรรมสะเต็มโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมรวมกับเทคนิคการใช้คำถาม และแผนการจัดกิจกรรมสะเต็มโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาฉบับก่อนเรียนและหลังเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนกลุ่มควบคุมมีคะแนนหลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนหลังการทดลองไม่แตกต่างจากคะแนนหลังการทดลองของกลุ่มควบคุม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
พรภัทร สินดี. (2557). ผลการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการเชิงวิธีการที่เน้นกระบวนการกลุ่มที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์และพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม เรื่องลำดับอนุกรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. Srinakharinwirot University Institutional Repository. http://ir.swu.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/4460/Pornpat_S.pdf?sequence=1
พรรณพร นามโนรินทร์. (2554). การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหนองโก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 6(1). 87-94.
พัชราพร มิญชรัตน์. (2557). ผลการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคนิค STAD ที่มีต่อสมรรถนะด้านการแก้ปัญหาแบบร่วมมือเรื่อง พันธะเคมีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.
วศิณีส์ อิศรเสนา ณ อยุธยา. (2560). เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ STEM Education (สะเต็มศึกษา). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2557). สะเต็มศึกษา. https://www.stemedthailand.org/?page_id=23
อภิสิทธิ์ ธงไชย. (2556). สะเต็มศึกษากับการพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกา. สมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, 19(1), 15-18.
อาทิตย์ ฉิมกุล. (2559). ผลของการจัดการเรียนรู้ชีววิทยาตามแนวคิดสะเต็มศึกษาที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยาของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR). http://cuir.car.chula.ac.th/bitstream/123456789/55146/1/5783457927.pdf
Carin, A. A., & Sund, R. B. (1971). Developing questioning techniques: A self-concept approach. Bell and Howell.
Glen, R. (1997). Scamper for student creativity. Education Digest, 62(6), 67-68.
Omairah, O. (2009). Teacher’ questioning techniques and their potential in heightening pupils’ inquiry. https://www.eduhk.hk/primaryed/eproceedings/fullpaper/RN354a.pdf
The Partnership for 21st Century Skills. (2008). 21st century skills, education & competitiveness: A resource and policy guide. http://www.21stcenturyskills.org/documents/21st_century_skills_education_and_competitiveness_guide.pdf
Robert, A. (2013). STEM is here. Now what? Technology and engineering teacher, 73(1), 22-27. https://eric.ed.gov/?id=EJ1049206
Tobin, T. (1980). Ten principle for knowledge management success. Gartner.
Turney, C. E., Eltis, K. J., & Hatton, N. (1987). Sydney Micro Skills: Redeveloped Series 1 handbook: Reinforcement, Basic Questioning, Variabillyity. Sydney University Press.
The Integrated Mathematics Science and Technology. (2007). Research Project Integrated Mathematics Science and Technology in the Middle Grades. http://www.fcrstem.org/Uploads/1/docs/IMAST.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
