แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาความเครียดด้านการเรียน ของนักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2020.4คำสำคัญ:
การจัดกระบวนการเรียนรู้, ความเครียดด้านการเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาความเครียดด้านการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์ความเครียดด้านการเรียน 2) เพื่อวิเคราะห์การจัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับความเครียดด้านการเรียน และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาความเครียดด้านการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร การวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณและวิจัยเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า
- สถานการณ์ความเครียดด้านการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (µ = 3.24)
- การจัดกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับความเครียดด้านการเรียนพบว่าการตระหนักถึงความต้องการและศักยภาพของนักเรียนนำไปสู่การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม มีการประสานงานกับภาคีเครือข่าย และครูมีทักษะในการสังเกตและการสอบถามในการจำแนกเด็กที่มีภาวะเครียด สามารถพูดคุยและให้คำปรึกษาทั้งด้านวิชาการและการปรับตัวทางสังคม
- แนวทางการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาความเครียดด้านการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานครมี 2 ด้านได้แก่ 1) ด้านองค์ความรู้เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เพื่อพัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักเรียน 2) ด้านการป้องกันและการแก้ไขปัญหาเป็นกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่าง ผู้บริหาร ครูและผู้ปกครอง
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2539). ความเครียดและสุขภาพจิตของคนไทย (รายงานการวิจัย). กระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต. (2542). การพัฒนาแบบประเมินและวิเคราะห์ความเครียดด้วยตนเองสำหรับประชาชนไทยด้วยคอมพิวเตอร์ (รายงานการวิจัย). กระทรวงสาธารณสุข
กรุงเทพธุรกิจ. 2560, 25 ธันวาคม). แพทย์เผยวัยรุ่นไทยป่วย ‘โรคซึมเศร้า’ กว่า 1 ล้าน. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/786312
ผู้จัดการออนไลน์. (2561, 22 มีนาคม). เตือนพ่อแม่งดตำหนิลูก สอบเข้ามหา'ลัยไม่ได้ ทำเด็กเครียดเสี่ยงซึมเศร้าทำร้ายตนเอง. https://mgronline.com/qol/detail/9610000028652
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต. (2561, 8 พฤศจิกายน). ภาวะซึมเศร้าในเด็ก และ วัยรุ่น. https://www.phukethospital.com/th/healthy-articles/depression-in-children_and_adolescents/
สมิต อาชวนิจกุล. (2542). เครียดเป็นบ้า. สามัคคีสาร (ดอกหญ้า).
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2559, 16 สิงหาคม). แนะเสริมความรู้จิตเวช ในโรงเรียน. http://thaihealth.or.th/Content/32333-แนะเสริมความรู้%20'จิตเวช'%20ในโรงเรียน.html
สีลาภรณ์ นาครทรรพ. (2538). ระบบการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนกรณีศึกษาชุมชนอีสานใต้. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 8(2), 38-48.
สุรวาท ทองบุ. (2550). การวิจัยทางการศึกษา. อภิชาตการพิมพ์.
อรศรี งามวิทยาพงศ์. (2549). กระบวนการเรียนรู้ในสังคมไทยและการเปลี่ยนแปลง: จากยุคชุมชนถึงยุคพัฒนาความทันสมัย. วิทยาลัยการจัดการทางสังคม.
Carver, C. S., Scheter, M. F., & Weintraub, J. K. (1989). Assessing coping strategies: Theoretically based approach. Journal of Personality and Social Psychology, 56(2), 267-283.
Garland, L. M., & C.T. Bush. (1982). Coping behaviors and nursing. Reston Publishing.
Lazarus, R. S. (1999). Stress and emotional: A new synthesis. Springer.
Parsons, T. (2007). The structure of social action. The Free Press.
Yamane, T. (1967). Statistics, An introductory analysis (2nd Ed). Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
