การพัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคมผ่านห้องเรียนดนตรีในโรงเรียนเอกชนนอกระบบ
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2021.14คำสำคัญ:
พฤติกรรมเอื้อสังคม, ห้องเรียนดนตรี, โรงเรียนดนตรีเอกชนนอกระบบบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคมผ่านห้องเรียนดนตรีในโรงเรียนเอกชนนอกระบบ กลุ่มตัวอย่างคือ ครูดนตรี และผู้บริหารโรงเรียนดนตรีเอกชนนอกระบบที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสอนดนตรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ครูดนตรีที่สอนในโรงเรียนเอกชนนอกระบบ พัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคมของนักเรียนโดยวิธีการเสริมแรงทางบวก และการเป็นแบบอย่างที่ดี 2) ข้อจำกัดในการพัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคมผ่านห้องเรียนดนตรีในรูปแบบเรียนเดี่ยวคือ ครูจะต้องมีความรู้ด้านจิตวิทยาการสอนดนตรีขั้นสูง 3) พฤติกรรมเอื้อสังคมที่ครูดนตรีคาดหวังมากที่สุด คือการที่นักเรียนนำความรู้ทางด้านดนตรีที่มีไปช่วยเหลือ และพัฒนาสังคม 4) แนวทางในการพัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคมผ่านห้องเรียนดนตรีมีความสอดคล้องกับองค์ประกอบของหลักสูตร 5 องค์ประกอบ คือ (1) เนื้อหาสาระที่ใช้ในการสอน ได้แก่ ความรู้ทางด้านดนตรี (2) วัตถุประสงค์ในการสอน ได้แก่ การสอนดนตรีควบคู่กับการพัฒนาพฤติกรรมเอื้อสังคม (3) แผนการสอน คือการทำความรู้จักนักเรียนและออกแบบการเรียนการสอนให้ตอบสนองต่อความหลากหลายของนักเรียนแต่ละคน (4) กิจกรรมทางการศึกษา เป็นการจัดกิจกรรมภายในห้องเรียนดนตรีที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง และ (5) การจัดประสบการณ์ คือการที่ครูจัดประสบการณ์นอกห้องเรียนให้นักเรียนได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเป็นสุข
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์. (2539). การพัฒนาหลักสูตร : หลักการและแนวปฏิบัติ. อสีนเพรส.
ชาย โพธิสิตา. (2562). ศาสตร์และศิลป์การวิจัยเชิงคุณภาพ : คู่มือนักศึกษาและนักวิจัยสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 8). อมริทร์พริ้นติ้งแอนรีพับลิชชิ่ง.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2541). จิตวิทยาการสอนดนตรี. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรมหาวิทยาลัย.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2561). ดนตรีศึกษา : หลักการและสาระสำคัญ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุชาดา กลางสอน. (2558). ผลของการเสริมแรงทางบวกต่อพฤติกรรมก่อกวนในชั้นเรียนของเด็กสมาธิสั้น. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 9(4), 212-219.
สุภาวดี ธนะศรี. (2531). การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้การชี้แนะ การเสริมแรงทางบวก และ การค่อยถอดถอนต่อการเพิ่มและการคงอยู่ ของพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2553). พจนานุกรมศัพท์จิตวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ไอเดีย สแควร์.
ภาษาอังกฤษ
Bandura, A., Ross, D., & Ross, S. A. (1961). Transmission of aggression through the imitation of aggressive models. Journal of Abnormal and Social Psychology, 63, 575-582.
Bierhoff, H. W. (2002). Prosocial behavior. Psychology.
Dovidio, J. F., Pillavin, J., Schroeder, D., & Penner, L. (2006). The social psychology of prosocial behavior. Psychology.
Halliwell, S. (2011). The Routledge companion to philosophy and music. Taylor & Francis Group.
Ilari, B., Fesjian, C., & Habibi, A. (2018). Entrainment, theory of mind, and prosocial in child musician. Music and Science, 1, 1-11.
Mussen & Eisenberg. (1977). Root of caring sharing, and helping: The development of pro-social behavior in children. W. H. Freeman and Company.
Skinner, B. F. (1971). Beyond freedom and dignity. Knopf.
Willamson, R. A., Donohue, M. R., & Tully, E. C. (2013). Learning how to help others: Two-year-olds’ social learning of prosocial act. Journal of Experimental Child Psychology, 114(4), 543-550.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
