แนวทางของผู้ปกครองในการสร้างสัมพันธภาพกับเด็กวัยอนุบาลในโรงเรียนอนุบาลหฤทัย
DOI:
https://doi.org/10.14456/ojed.2021.15คำสำคัญ:
แนวทางผู้ปกครอง, การสร้างสัมพันธภาพ, เด็กวัยอนุบาลบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์การวิจัยคือ ศึกษาแนวทางของผู้ปกครองในการสร้างสัมพันธภาพกับเด็กวัยอนุบาลใน 3 ด้าน ได้แก่ การเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล การดูแลใส่ใจซึ่งกันและกัน การสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ตัวอย่างคือผู้ปกครองเด็กอนุบาล ภาคปลายปีการศึกษา 2563 โรงเรียนอนุบาลหฤทัย จำนวน 126 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองมีการปฏิบัติในระดับมาก (M = 4.23) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทุกด้านปฏิบัติในระดับมาก (4.09 ≤ M ≤ 4.44) ได้แก่ (1) การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน (M = 4.44) การสร้างบรรยากาศที่รักใคร่ห่วงใย (M = 4.80) การแสดงออกถึงความอาทรต่อกัน (M = 4.42) การดูแลสุขภาพร่างกายและจิต (M = 4.36) การรักษาข้อตกลงร่วมกัน (M = 4.18) (2) การเคารพความแตกต่างระหว่างบุคคล (M = 4.17) ได้แก่ การสื่อสารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน (M = 4.45) การเข้าร่วมกิจกรรมที่สมาชิกชื่นชอบ (M = 4.34) การยอมรับซึ่งกันและกัน (M = 3.72) และ (3) การดูแลใส่ใจซึ่งกันและกัน (M = 4.09) ได้แก่ การอบรมสั่งสอนให้เรียนรู้ในทุก ๆ สถานการณ์ (M = 4.45) การหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน (M = 4.44) การเตรียมพร้อมต่อการเผชิญอุปสรรคหรือภาวะวิกฤติ (M = 4.41) และการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง (M = 3.05)
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ศูนย์สันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, และ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ. (2556). ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2556-2666. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. http://www.bps.m-society.go.th/uploads/content/download/539681f52ccac.pdf
กวินารัตน์ สุทธิสุคนธ์, จิราพร ชมพิกุล, และ เกรียงศักดิ์ ธรรมอภิพล. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อสัมพันธภาพในครอบครัวไทย. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 10(2), 151-168.
กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. เบรน-เบส บุ๊คส์.
จรรจา สุวรรณทัต. (2554). การเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวตามมาตรฐานครอบครัวเข้มแข็ง. สำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์.
จริยา ทรงนิพิฐกุล. (2562). บทบาทของผู้ปกครองกับการจัดกใารศึกษาปฐมวัยในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. DSpace at Silpakorn University. http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/2417
จุฑาทิพย์ กิ่งแก้ว. (2557). กลุ่มบำบัดพยาบาลจิตเวช. วารสารพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต ของสมาคมพยาบาลจิตเวชแห่งประเทศไทย, 28(1), 1-15.
นฤมล เนียมหอม. (ม.ป.ป.). การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย. ห้องเรียนครูแมว ฐานข้อมูลด้านการศึกษาปฐมวัย. http://www.nareumon.com/index.php?option=com_content&task=view&id=18&Itemid=50&limit=1&limitstart=1
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. สุวีริยาสาส์น.
วรรณี แกมเกตุ. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์. (2553). ระเบียบวิธีวิจัยสาหรับธุรกิจ (พิมพ์ครั้งที่ 3). ฮาซันพริ้นติ้ง.
ศุพิธาน์ ริยาพันธ์ และ อุดมลักษณ์ กุลพิจิตร. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างแบบสัมพันธภาพความผูกพันและการจัดการชั้นเรียนของครูอนุบาลในกรุงเทพมหานคร. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 10(1), 15-29.
ภาษาอังกฤษ
Honig, A. S. (2002). Secure relationship: Nuturing infant/toddler attachment in early care settings. National Association for the Education of Young Children.
Nadimpalli, K. (2020, September 18). Parent-child relationship: Why is it important and how to build it. Mom Junction. https://www.momjunction.com/articles/helpful-tips-to-strengthen-parent-child-bonding_0079667/
Sweeney, S., & MacBeth, A. (2016). The effect of paternal depression on child and adolescent outcomes: A systematic review. Journal of Affective Disorders, 205, 44-59. https://doi.org/10.1016/j.jad.2-16.05.073.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
