ผลการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบท ที่มีต่อความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น

ผู้แต่ง

  • ชิงชัย เตียเจริญ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • วิภาวรรณ วงษ์สุวรรณ์ คงเผ่า คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

DOI:

https://doi.org/10.14456/ojed.2022.16

คำสำคัญ:

ทฤษฎีสหบท, การจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบท, ความสามารถในการแต่งบทร้อยกรอง.

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบทระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองทั้งโดยภาพรวมและจำแนกตามองค์ประกอบ 2) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบท กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษแห่งหนึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบวัดความสามารถในการแต่งบทร้อยกรอง แบบบันทึกความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองของนักเรียนรายบุคคล และแผนการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบท ผลการวิจัย พบว่า 1) นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองโดยภาพรวมหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเมื่อพิจารณาจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบของทั้ง 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านฉันทลักษณ์ ด้านเนื้อหาสาระ ด้านการใช้ถ้อยคำ และด้านกวีโวหาร ทุกองค์ประกอบมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองทั้ง 3 ประเภทของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบทจำแนกตามองค์ประกอบ พบว่า นักเรียน เกิดการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองในระยะหลังดีขึ้นกว่าในระยะแรกทั้ง 4 องค์ประกอบ

เอกสารอ้างอิง

กรรณิกา บุษบา. (2555). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการแต่งกลอนสุภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.

กุลธิดา ปัญญาจิรวุฒิ. (2547). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนร้อยกรองกาพย์ยานี 11 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

จรินทร์ งามแม้น. (2556). การพัฒนาแบบฝึกการเขียนคำประพันธ์กลอนสุภาพและกาพย์ยานี 11 สำหรับนักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธีรา สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา. (2548). สัมพันธบท (Intertextuality) ในฐานะวิธีการหนึ่งของวรรณคดีวิจารณ์. มนุษยศาสตร์สาร, 6(1), 1-13.

นิตยา ไพบูลย์. (2545). การพัฒนาทักษะการแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนววัฏจักร 4 MAT [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ประทีป วาทิกทินกร. (2542). ศิลปะการประพันธ์เพื่อการสอน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

เปรมศรี พลราช. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองโดยใช้

การเรียนรู้แบบร่วมมือและเทคนิคผังความคิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 3(3), 43-49.

พนมศักดิ์ มนูญปรัชญาภรณ์. (2557). การพัฒนาแบบฝึกการแต่งโคลงสี่สุภาพสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วราภรณ์ บำรุงกุล. (2542). ร้อยกรอง. แผนกเอกสารการพิมพ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก.

ศิวกานต์ ปทุมสูติ. (2533). กลวิธีสอนเด็กให้เรียนเขียนกวี. ธนะการพิมพ์.

ศุภวรรณ มองเพชร. (2547). ภาษาไทยเพื่ออาชีพ 2. ต้นอ้อ.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2. (2562). การวิเคราะห์คุณภาพผู้เรียนจำแนกตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ จากผลการทดสอบวัดผลระดับชาติ (O-NET). กลุ่มบริหารวิชาการ สพม.2.

อธิกมาส มากจุ้ย. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบทเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเขียนภาษาไทยเชิงสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Bloom, H. (1983). The anxiety of influence: The theory of poetry. Oxford University Press.

Genette, G. (1997). Palimpsests: Literature in the second degree. University of Nebraska Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-04-19

รูปแบบการอ้างอิง

เตียเจริญ ช., & วงษ์สุวรรณ์ คงเผ่า ว. (2022). ผลการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีสหบท ที่มีต่อความสามารถในการแต่งบทร้อยกรองของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 17(1), OJED1701017. https://doi.org/10.14456/ojed.2022.16

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย